สกู๊ปพิเศษ : ‘พาณิภัค-ธีราทร’ นักกีฬายอดเยี่ยมแห่งปี2562

เนื่องในโอกาสเทศกาลส่งท้ายปีเก่า 2562 ต้อนรับปีใหม่ 2563 แผนกข่าวกีฬา “มติชน” ที่อยู่เคียงข้างวงการกีฬาเมืองไทยมายาวนานขอถือโอกาสคัดเลือกนักกีฬาไทยดีเด่นชาย และหญิง จำนวน 2 คนเพื่อยกย่องให้เขา และเธอเป็นบุคคลแห่งปีของวงการกีฬาเมืองไทยอย่างแท้จริง…

เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนจากผลงานตลอดทั้งปี 2562 ที่ผ่านมา นักกีฬาไทยประสบความสำเร็จในเวทีระดับชาติ และระดับโลกกันอย่างมากมาย ขณะเดียวกันก็มีนักกีฬาอีกหลายต่อหลายคนที่ยังไปไม่ถึงดวงดาว และกำลังทุ่มเทไล่ล่าความฝันของตัวเองกันอย่างหนัก

2 นักกีฬาที่โดดเด่นที่สุด เป็นที่รู้จักมากที่สุด ฝ่ายหญิงนั้น แน่นอนว่า หนีไม่พ้น “น้องเทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักเทควันโดสาวทีมชาติไทยปัจจุบันเป็นนักเทควันโดเบอร์ 1 ของโลกในรุ่น 49 กก. ศิษย์เอกในคาถาของนักปั้นมือทองอย่าง “โค้ชเช” เช ยอง ซ็อก โค้ชเทควันโดนชาวเกาหลีใต้ผู้รักประเทศไทยไม่แพ้ประเทศบ้านเกิดเมืองนอน

ส่วนนักกีฬาฝ่ายชายนั้น คงต้องยกให้กับเขาเพียงผู้เดียวเพราะเขาคือ นักฟุตบอลไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ของเมืองไทยที่ไปประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ฟุตบอลลีกอาชีพสูงสุด “เจ-ลีก” ของญี่ปุ่น มาครองแบบไม่ธรรมดา เขาคนนั้นคือ “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน นักเตะทีมชาติไทยในตำแหน่งแบ๊คซ้าย และไปโด่งดังเป็นพลุแตกร่วมทีม โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส คว้าแชมป์เจลีก แบบที่เขาเป็นแกนหลักของทีม 11 ตัวจริงอีกด้วย
ทั้ง 2 คนถือว่า ไม่ธรรมดา ทั้งสองคนกราฟชีวิตถือว่า อยู่ในช่วงพุ่งขึ้นสุดขีด

…คนแรก พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ เธอไต่เต้าจากการเริ่มคว้าเหรียญทองให้บ้านเกิด จ.สุราษฎร์ธานี ในกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อปี 2554 ต่อด้วยการติดทีมชาติไปคว้าเหรียญทองเทควันโด “โคเรีย โอเพ่น 2011” รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 42 กก.หญิง ที่ประเทศเกาหลีใต้

ด้วยความที่เธอเป็นคนมีวินัย ขยันฝึกซ้อมภายใต้การสนับสนุนของคุณพ่อ สิริชัย วงศ์พัฒนกิจ ทำให้เธอก้าวไปไกลอย่างรวดเร็ว ระยะเวลาเพียง 8 ปีที่ผ่านมา เธอกวาดแชมป์ให้ประเทศไทยมาแล้วแบบนับไม่ถ้วน ตั้งแต่กีฬาเยาวชนแห่งชาติ, กีฬาแห่งชาติ, กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย, ซีเกมส์, เอเชี่ยนเกมส์, ยูธ โอลิมปิกเกมส์, เทรลเลบอร์ก โอเพ่น, เบลเยียม โอเพ่น, โคเรีย โอเพ่น, ยูเอส โอเพ่น, เยาวชนชิงแชมป์เอเชีย, ชิงแชมป์เอเชีย

ขาดไปแต่เพียง โอลิมปิกเกมส์ ซึ่งปี 2020 พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ เธอจะลงแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ เป็นครั้งที่ 2 ในชีวิตของตัวเธอ ซึ่งหนแรกเมื่อ 4 ปีก่อน ที่นครรีโอ เดจาเนโร ประเทศบราซิลนั้น พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ได้เหรียญทองแดง ในรุ่นน้ำหนัก 49 กก.มาครอง

เธอจึงหมายมั่นปั้นมืออย่างหนักว่า ปี 2020 โอลิมปิกเกมส์หนที่ 2 ของตัวเธอนั้น เธอจะปลดล็อกคว้าแชมป์เดียวที่เหลือบนโลกใบนี้มาครอบครองชนิดประกาศศักดาให้โลกเทควันโดต้องจดจำชื่อของเธอไปอีกนาน

ปี 2561 ก่อนแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 เพียง 2 ปี พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ระเบิดฟอร์มร้อนแรงกวาดแชมป์เทควันโดระดับนานาชาติมาครอง 7 แชมป์ จากนั้นปี 2562 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปและเป็นปีก่อนแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 เพียง 1 ปี เธอกวาดแชมป์ระดับนานาชาติมาครองอีก 6 รายการ พร้อมกับยึดจอมเตะเบอร์ 1 ของโลกในรุ่นนี้อย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย เบลเยียมโอเพ่น, ชิงแชมป์โลก 2019, กีฬา ม.โลก, ชิบะ เวิลด์ กรังปรีซ์, ซีเกมส์ และแกรนด์แสลม

ทำให้ยอดรวมการคว้าแชมป์ของ “น้องเทนนิส” ระดับนานาชาติ เพิ่มเป็น 27 แชมป์ กับ 1 เหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์

ก่อนจบปี 2019 สหพันธ์เทควันโดโลก ตัดสินใจมอบรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมของโลกประจำปี 2019 ให้กับ “น้องเทนนิส” พร้อมกับยืนยันอย่างเป็นทางการมอบโควต้าเข้าร่วมโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กลางปีหน้าให้กับจอมเตะสาวจาก จ.สุราษฎร์ธานี กันไปแล้ว

พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ บอกว่า ปี 2019 เป็นปีที่หนักหนาสาหัสถึงขนาดน้ำตาไหล แต่ก็คุ้มค่ากับผลการแข่งขันที่ได้กลับมา ตอนเด็กๆ หนูถูกพ่อปลุกแต่เช้ามืดทุกวัน พ่อแย่งเวลาหนูดูการ์ตูนเพื่อไปวิ่งหลายกิโล พอตกเย็นพ่อก็พาหนูไปซ้อมที่โรงยิมฯ จนหนูทำการบ้านส่งครูไม่ทัน ตอนนั้นหนูงอแง ไม่เข้าใจพ่อเลย แต่ตอนนี้หนูเข้าใจพ่อแล้วว่าสิ่งที่พ่อทำให้หนูมันมีค่าขนาดไหน

“ตอนหนู 10 ขวบ พ่อพามาแข่งที่กรุงเทพฯ แต่รถที่ขับมาเกิดอุบัติเหตุ พ่อก็บาดเจ็บ หนูก็ถลอก บาดเจ็บเหมือนกัน แต่พ่อบอกว่า ไหนๆ ก็มาแล้วต้องไปแข่งให้ได้ หนูยังจำวันนั้นได้ดี ว่าพ่อสู้เพื่อหนูขนาดไหน ปีหน้าหนูจะสู้เพื่อพ่อบ้าง หนูจะเอาเหรียญทองที่หนูยังทำไม่ได้บนโลกใบนี้เป็นของขวัญให้พ่อให้ได้”

…มาถึงนักกีฬายอดเยี่ยมแห่งปี 2019 ฝ่ายชายอย่าง “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน นักฟุตบอลตำแหน่งแบ๊คซ้ายทีมชาติไทยที่ค้าแข้งในศึกเจลีก ญี่ปุ่น เป็นฤดูกาลที่ 2 ของตัวเขาเองหลังจากผลงานในปีแรกกับ วิสเซล โกเบ ยังไม่ค่อยโดดเด่นนัก แต่พอมาเล่นให้ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส เคมีสไตล์การเล่นของธีราทร กับมารินอส เข้ากันได้ดีมาก เพราะมารินอส ใช้แบ๊คทั้ง 2 ข้าง ตัดเข้าในตลอดจึงเป็นสไตล์ที่ถนัดของเจ้าอุ้มอยู่แล้วด้วย เขาจึงยึดตำแหน่งแบ๊กซ้ายตัวจริงอย่างถาวร พร้อมมีส่วนสำคัญในการพาทีมโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส คว้าแชมป์ศึกเจลีกในรอบ 15 ปีของสโมสร

แถมยังเป็นแชมป์ครั้งประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังไทยที่ต้องจารึกไว้ว่า ธีราทร บุญมาทัน เป็นนักเตะไทยคนแรกที่คว้าแชมป์เจลีกมาครองได้สำเร็จ…!!!

ธีราทร เริ่มต้นค้าแข้งกับสโมสรราชประชา ก่อนประสบความสำเร็จกับสโมสรยักษ์ใหญ่ทั้ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กระทั่งเจ้าตัวตัดสินใจย้ายไปเล่นในศึกเจลีก กับทีมวิสเซล โกเบ เมื่อฤดูกาล 2018 โดยได้โอกาสเล่นร่วมกับ 2 แข้งดังดีกรีแชมป์โลกอย่าง ลูคัส โพดอลสกี้ และ อันเดรียส อิเนียสต้า 2 แข้งระดับตำนานของโลก แต่ด้วยความที่ธีราทร ยังไม่สามารถปรับตัวกับชีวิตฤดูกาลแรกในญี่ปุ่นได้จึงส่งผลต่อผลงานในสนาม โดยเขาได้รับโอกาสลงสนาม 28 นัด พาทีมจบเพียงอันดับ 10 ในตารางคะแนน

ปีต่อมา ธีราทร ตัดสินใจพิสูจน์ฝีเท้าตัวเองต่อในลีกญี่ปุ่นแต่ได้ย้ายมาร่วมทีม โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ด้วยสัญญายืมตัวอีก 1 ปี ซึ่งที่นี่เองทำให้เขาได้เขียนเรื่องราวจารึกประวัติศาสตร์ให้ตัวเองได้สำเร็จ

ผลงานของธีราทร กับโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ในปี 2019 เขาลงสนามไปทั้งสิ้นในเกมลีก 25 นัด ยิงได้ 3 ประตู รวมทั้งทำแอสซิสต์สวยๆ ให้กับเพื่อนร่วมทีมพังประตูได้ด้วย

สัปดาห์ก่อนสิ้น 2562 ปีมีการยืนยันออกมาเป็นทางการแล้วว่า โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ต้องการซื้อตัว ธีราทร บุญมาทัน จากเอสซีจี เมืองทองฯ ด้วยสัญญา 3 ปี ซึ่งการเจรจาบรรลุไปได้ด้วยดี รับค่าเหนื่อยต่อเดือน 7 หลัก ทำให้ธีราทร จะยังอยู่เล่นในเจ-ลีก ต่อไปอีก 3 ฤดูกาลแน่นอนแล้ว

ธีราทร บอกว่า สาเหตุที่ต้องการกลับไปเล่นที่ญี่ปุ่นเพราะอยากให้ลูกของเขาได้รู้ว่าพ่อของเขาเคยเล่นให้ทีมอย่าง วิสเซล โกเบ กับ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ในศึกเจลีก ของญี่ปุ่นมาแล้ว แต่กว่าจะมีวันนี้ได้ ต้องฝ่าฝันอุปสรรคมามากทีเดียว มันไม่ง่ายเลย

“ช่วงมาที่นี่ใหม่ๆ ยอมรับว่า ท้อเหมือนกัน แต่เราก็ต้องอดทน พอใช้เวลาปรับตัวได้ ทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทาง เรื่องการคว้าแชมป์ มาที่นี่วันแรกไม่ได้คิดฝันที่จะเป็นแชมป์เลย ขอแค่พาทีมไปเล่นเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ให้ได้ ซึ่งในวันแรกที่เห็นแท็คติกของทีมเวลาฝึกซ้อมได้พูดกับล่ามของตัวเองว่าปีนี้ต้องยิงได้แน่ๆ เลย”

นี่คือ 2 สุดยอดนักกีฬาไทยแห่งปี 2562 คอยติดตามและให้กำลังใจ พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ กับ ธีราทร บุญมาทัน ให้รักษามาตรฐานทำผลงานโดดเด่นต่อเนื่องต่อไปในปี 2563…

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กทม. ฝุ่นพีเอ็ม 2.5 พุ่งเกินมาตรฐาน 7 เขต ส่งท้ายปี
บทความถัดไปนักวิชาการโพสต์ถาม สภ.สามร้อยยอดตั้งด่านกรวยบนถนนเพชรเกษมให้บริการอะไรปชช.?