ในวันที่โลกนี้ไม่มี ‘โคบี้ ไบรอันต์’

ข่าวการเสียชีวิตของ โคบี้ ไบรอันต์ ตำนานนักบาสเกตบอลเอ็นบีของ แอลเอ เลเกอร์ส ทำเอาแฟนยัดห่วงใจหายและรู้สึกสูญเสียอย่างมาก เพราะนักบาสฉายา “แบล็ก แมมบ้า” ถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักบาสเกตบอลที่เก่งที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยมีมา

โคบี้เล่นบาสเกตบอลอาชีพ 20 ปีกับแอลเอ เลเกอร์ส เพียงทีมเดียว คว้าแชมป์เอ็นบีเอ 5 สมัย 2000, 2001, 2002, 2009, 2010 ได้รับรางวัลเอ็นบีเอ เอ็มวีพี ไฟนัลส์ 2 ครั้ง ปี 2009, 2010 เป็นนักบาสเกตบอลทรงคุณค่าของเอ็นบีเอ ปี 2008 ติดทีมเอ็นบีเอ ออลสตาร์ 18 ครั้ง คว้าแชมป์โอลิมปิกเกมส์ ร่วมกับทีมชาติสหรัฐอเมริกา 2 ครั้ง ในโอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน และโอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ 

โคบี้(Kobe) ชื่อของเขามาจากคำว่า “โกเบ” หรือเนื้อชั้นดีของญี่ปุ่น เพราะ โจ ไบรอันต์ และ พาเมล่า ไบรอันต์ พ่อและแม่ของเขาเห็นชื่อในเมนูของร้านอาหาร 

เจ้าเนื้อโกเบเติบโตที่ฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา เริ่มเล่นบาสเกตบอลตอน 3 ขวบ แต่เมื่ออายุ 6 ขวบ โจ ไบรอันต์ ที่เลิกเล่นบาสเกตบอลอาชีพ เลือกจะพาครอบครัวไปอยู่ที่อิตาลี ซึ่งก็มีชีวิตที่สนุกตามประสาเด็ก พูดอิตาเลียนได้คล่องแคล่ว และเกือบจะไปเป็นนักฟุตบอลแล้ว เขาได้ฝึกเล่นฟุตบอลจริงจัง และหลงรักทีม เอซี มิลาน อย่างมาก

“ตอนที่ผมอยู่อิตาลี ผมเข้าไปดูฟุตบอลเหมือนที่คนอิตาลีทำกัน ซึ่งก็ได้เห็นการเหยียดผิวอยู่บ่อยๆ แต่พ่อกับแม่ก็สอนผมว่าจะรับมือกับมันยังไง การศึกษาเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เข้าใจถึงความต่างของแต่ละคน” โคบี้ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็น 2 สัปดาห์ก่อนเกิดเหตุการณ์เศร้า

จนอายุ 13 ปี ครอบครัวไบรอันต์ได้กลับมาสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง และเล่นบาสเกตบอลเต็มตัวที่โรงเรียนโลเวอร์ เมเรียน จนกระทั่งอายุ 17 เขาก็ถูก ชาร์ล็อตต์ ฮอร์เน็ตส์ ดราฟท์เข้าสู่เอ็นบีเอ แต่แอลเอ เลเกอร์ส กลับเห็นความยิ่งใหญ่ของเด็ก 17 คนนี้ ยอมเทรด วลาด ดิวัช เซ็นเตอร์ของทีม เพื่อแลกกับโคบี้ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ ชาคีล โอนีล ถูกดึงตัวมาจาก ออร์แลนโด แมจิค

เรื่องความสุดยอดในสนามคงไม่ต้องย้อนถึง เพราะแฟนบาสเกตบอลทั่วโลกรู้ดีว่าแบล็ก แมมบ้า ที่อยู่กับลูกบาสกลมๆ มหัศจรรย์ขนาดไหน ถึงขั้นว่า ไมเคิล จอร์แดน ยอดนักยัดห่วงรุ่นน้าออกมาชื่นชมไม่ขาดปาก

“เขาเป็นคู่แข่งที่อันตรายมากๆ เป็นนักบาสที่ยิ่งใหญ่และมีพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ล้นเหลือ”

เกมที่น่าจดจำที่สุดของโคบี้ เป็นเกมที่เลเกอร์สเอาชนะ โตรอนโต แรปเตอร์ส 122-104 ซึ่งวันนั้นเขาทำได้ถึง 81 แต้ม มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประวัติศาสตร์เอ็นบี เป็นรองเพียง วิลต์ แชมเบอร์เลน ที่เคยทำได้ 100 แต้มให้ ฟิลาเดลเฟีย วอริเออร์ส ชนะ นิวยอร์ก นิกส์ 169-147 เมื่อปี 1962 เท่านั้น 

แม้แต่เกมสุดท้ายก่อนจะอำลาสังเวียน โคบี้ยังทำ 60 แต้ม จาก 50 ช็อต ให้เลเกอร์สชนะ ยูทาห์ แจ๊ซซ์ ไปแบบสุดมัน ปิดฉากการเล่นอาชีพด้วยการทำไป 33,643 แต้ม ในเอ็นบีเอ ซึ่งรุ่นน้องในทีมเลเกอร์สอย่าง เลบรอน เจมส์ เพิ่งทำคะแนนแซงเขาไปได้ที่ 33,655 คะแนน

โคบี้แสดงความยินดีกับรุ่นน้องด้วยการทวีตว่า “เดินหน้าต่อไปคิงเจมส์ นับถือเอ็งว่ะน้องรัก” หลังจากนั้นไม่นาน เฮลิคอปเตอร์ของเขาก็เกิดอุบัติเหตุ

เจมส์ยอมรับว่า โคบี้เป็นไอดอลของตัวเองมานานแล้ว และการที่ทำคะแนนรวมแซงไอดอลได้เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากๆ “ตอนนี้ผมใส่เสื้อเลเกอร์ส ทีมที่โคบี้เคยเล่นให้ และอยู่ที่ฟิลาเดลเฟีย ที่ที่เขาเติบโตมา มันเหลือเชื่อจริงๆ”

เหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิต 9 คน นอกจากโคบี้แล้ว หนึ่งในนั้น คือ จิอันน่า ลูกสาวคนรองวัย 13 ปีของเขาเอง คาดกันว่าทั้ง 9 คน กำลังเดินทางไปที่แมมบ้า สปอร์ต อคาเดมี ที่เทาซันด์ โอ๊กส์ เพื่อคุมทีมลูกสาวตัวเองลงแข่งขัน 

จิอันน่าได้รับพรสวรรค์เรื่องบาสเกตบอลมาจากพ่อเต็มๆ มีลีลาการยัดห่วงที่น่าตื่นตาตื่นใจ และมีคลิปวิดีโอที่กลายเป็นไวรัลในโลกโซเชียลมาแล้ว พ่อลูกคู่นี้มักจะไปนั่งดูเกมเอ็นบีเอด้วยกันบ่อยๆ ซึ่งมีภาพอบอุ่นให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ

“ผมรู้สึกดีมากๆ เวลาที่มีแฟนๆ เห็นผมกับจิอาน่านั่งอยู่ด้วยกัน แล้วมาบอกว่า คุณมีลูกสาว 4 คนแล้ว ทำไมไม่มีลูกชายอีกสักคนล่ะ จะได้มีคนสานตำนานยอดนักบาสจากคุณไง จิอันน่าก็ตอบไปว่า นี่ไง พ่อมีหนูอยู่แล้ว” โคบี้เคยให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เอบีซีเอาไว้แบบนี้

พ่อกับลูกสาวนักยัดห่วงลาจากโลกนี้ไปแล้ว ทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันตลอดกาล และจะอยู่ในใจของแฟนบาสเกตบอลทั่วโลกตลอดไป

RIP Kobe Bryant

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon