คอลัมน์ เกรียนเขียนบอล : 4 ปีว่ากันใหม่

และแล้วความวุ่นวายที่จะมาทุกๆ 4 ปี อย่างการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ก็จบลงไปแบบที่ไม่ค่อยดุเดือดอย่างที่คาดเท่าไหร่นัก (หรือที่เห็นว่าไม่ค่อยเดือดเพราะนักข่าวโดนไล่ออกจากห้องประชุมกันก็ไม่รู้สินะ)

แม้ว่าที่ผ่านมาจนถึงวันเลือกตั้งอาจจะมีการก่อหวอดเล็กน้อยจากผู้ที่ต้องการทวงอำนาจคืนอย่าง “บังยี” วรวีร์ มะกูดี ซึ่งพยายามใช้กลวิธีต่างๆ เพื่อให้การเลือกตั้งไม่เกิดขึ้น หรือแม้แต่ในวันเลือกตั้งก็ยกเรื่องของการใช้ใบมอบอำนาจหรือใบแต่งตั้ง มาเป็นประเด็นอีก

ว่ากันแล้วภาพเหล่านี้เหมือนเป็นภาพจำที่สมัยก่อนมีคนต้องการล้มวรวีร์ แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ ครั้งนี้เหมือนคมหอกทิ่มแทงตัวเอง เพราะถึงคราแล้วตัวเองก็กลับไปล้มคนอื่นไม่ได้เช่นกัน

อันนี้คงต้องบอกว่ามันคือสัจจธรรมในโลกอย่างหนึ่งที่ว่า “ผู้เขียนกฏคือผู้ชนะ” ก็ในเมื่อระเบียบต่างๆ สมาคมฯ เป็นผู้ออกแบบมาเอง ดังนั้นมันคงยากที่จะไปล้มเขาได้

ส่วนหลังจากนี้จะมีการดำเนินการในส่วนของการฟ้องศาลใดๆ ต่อไป ก็คงต้องมาตามดูกัน แต่เชื่อว่าเมื่อสงครามมันจบลงไปแล้ว คงไม่มีใครมานั่งนับศพทหารกันซ้ำรอบที่สองหรอก

นอกจากนี้ผู้ท้าชิงอย่าง ดร.ภิญโญ นิโรจน์ หากดูจากสายตาทุกคนคงเห็นตรงกันว่านี่คือหุ่นเชิดของนายวรวีร์ชัดเจน เพราะในฐานะผู้สมัคร ถ้าหากคิดว่ามันมีอะไรที่ไม่ถูกไม่ควร ก็คงจะต้องออกตัวโต้แย้งด้วยตัวเองบ้าง นี่เล่นไม่ได้สนใจอะไรเลย ปล่อยให้วรวีร์เป็นตัวชนอย่างเดียว แล้วพอหลังจากรู้ผลว่าแพ้ ก็บอกแค่ว่าให้โอกาสแล้ว แต่สมาชิกไม่เลือก ดังนั้น 4 ปีข้างหน้าก็จะไม่ลงแล้วด้วย ดูเหมือนไม่ยี่หระอะไรเลยกับความพ่ายแพ้ครั้งนี้

ขณะที่ผู้ชนะอย่าง “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ก็เอาชนะไปได้แบบขาดลอยอีกสมัย แถมยังเป็นไปตามที่เคยประกาศไว้แล้วด้วยว่า ตัวเองนั้นมีเสียงอยู่ในมือไม่ต่ำกว่า 50 เสียง เพราะว่าผลสุดท้ายคือเอาชนะไปได้ 51-17 (บัตรเสียอีก 1)

บิ๊กอ๊อดจะได้สานงานของตัวเองต่อ หลังจากได้เริ่มวางรากฐานเอาไว้ในช่วงวาระ 4 ปีที่่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องของศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ ที่จะได้ร่วมมือกับกลุ่มทุน คิง เพาเวอร์ เดินหน้าทำให้สำเร็จตามที่ฝันกันเอาไว้

เพียงแต่บิ๊กอ๊อดก็ต้องอย่าลืมว่าที่ผ่านมา 4 ปี มันไม่ได้มีเสียงชื่นชมอย่างเดียว เสียงตำหนิก็มีไม่น้อย ดังนั้นเมื่อมีประสบการณ์แล้ว ก็ควรจะเริ่มรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีมากขึ้นด้วยเช่นกัน

และสิ่งที่จะพิสูจน์ผลงานได้นั้นก็คือเรื่องของทีมชาติ ถ้าหากใน 4 ปีนี้ผลงานทีมชาติไม่ดีขึ้น เก้าอี้อาจจะไม่แข็งแรงเท่านี้แล้วก็ได้

แต่ตอนนี้ก็ถือว่าคลื่นลมสงบ แล้วค่อยมาวุ่นวายกันใหม่ในอีก 4 ปีข้างหน้าละกันนะ

บทความก่อนหน้านี้โรงสีชี้แล้ง-ส่งออกวูบ-ท่องเที่ยวหาย กระทบราคาข้าวไทยผันผวนหนัก
บทความถัดไปหวานๆ แฟนบุกเซอร์ไพรส์อวยพรวันเกิดพลทหารเข้ารับการฝึก เพิ่งจบแพทย์หมาดๆ