มาตรการป้องกัน ‘โควิด-19’ กับฟุตบอลในประเทศไทย

ในช่วงนี้สิ่งที่มาแรงที่สุดก็คงหนีไม่พ้นการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ “โควิด-19” ที่กำลังกลายเป็นปัญหาระดับโลกไปเสียแล้ว

ปัญหาเหล่านี้กระทบมาถึงวงการกีฬา เพราะการจัดการแข่งขันต่างๆ คือศูนย์รวมของฝูงชนจำนวนมากที่จะมาอยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง อันเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคชนิดนี้ได้ง่ายขึ้น

จะเห็นได้จากการเลื่อนหรือยกเลิกการแข่งขันกีฬาหลากหลายชนิดในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในประเทศจีนทั้งหมด หรืออย่างแบดมินตันรายการ “โยเน็กซ์ เยอรมัน โอเพ่น 2020” ที่ประเทศเยอรมนี ก็ถูกยกเลิกไปเช่นกัน

ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งวงการฟุตบอลตอนนี้ก็มีการพักการแข่งขันเอาไว้ ทั้งฟุตบอลเจลีก ญี่ปุ่น เลื่อนออกไปจนถึงวันที่ 15 มีนาคม และฟุตบอลเคลีก เกาหลีใต้ก็ประกาศเลื่อนออกไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะคลี่คลาย หรือในยุโรป กัลโช่ เซเรียอา มีการเลื่อนการแข่งขันออกไป 4 คู่ และในสัปดาห์ถัดไป มีบางคู่ที่ต้องเล่นในสนามที่ไม่มีแฟนบอล เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส

ขณะที่ในประเทศไทย ตอนนี้ก็มีการยกเลิกการแข่งขันไปบ้างแล้ว อย่างการแข่งขันกอล์ฟสตรี “ฮอนด้า ไทยแลนด์ แอลพีจีเอ” หรือ ฟลอร์บอลชายชิงแชมป์เอเชีย-โอเชียเนีย 2020 ก็ถูกยกเลิกไปแล้วเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการแข่งขันฟุตบอลลีกภายในประเทศ แม้ว่าตอนนี้จะยังคงทำการแข่งขันกันตามปกติ แต่ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และบริษัท ไทยลีก จำกัด ก็ไม่ได้ละเลยกับมาตรการป้องกันแต่อย่างใด

ทางด้านของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ซีอีโอของไทยลีก กล่าวว่า ฟุตบอลลีกของไทยจำเป็นต้องหาทางรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดในประเทศไทย ที่อาจจะทำให้ส่งผลเสียหายต่อการแข่งขันในระยะยาว และก็หวังว่าสถานการณ์ดังกล่าวนั้นจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

สำหรับมาตรการ และแนวทางป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แบ่งเป็น 3 ระดับ โดยจะเริ่มต้นใช้มาตรการระดับที่ 1 ก่อน

โดยมาตรการป้องกันทั้งหมด มีดังนี้

ระดับที่ 1 “คัดกรอง” โดยแนะนำวิธีปฏิบัติ และการป้องกันขั้นพื้นฐาน กับผู้ที่เกี่ยวข้อง และเฝ้าระวังสถานการณ์การแพร่เชื้อทุกวัน

1.1 ให้ผู้ที่อยู่ในสถานที่จัดการแข่งขันสวมหน้ากากป้องกันการแพร่เชื้อ

1.2 มีการวางเจลแอลกอฮอล์ล้างมือไว้ตามจุดต่างๆ ของสถานที่จัดการแข่งขัน เช่น จุดขายตั๋ว ประตูทางเข้าสนามแข่งขัน

1.3 ทำความสะอาดจุดที่มีการสัมผัสบ่อยๆ อยู่เสมอ เช่น ลูกบิดประตู รวมถึงบันได

ระดับที่ 2 “แข่งขันแบบปิด” โดยให้มีการจัดการแข่งขันแบบปิด และใช้มาตรการป้องกันในวันแข่งขัน โดยอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าวได้ ภายใต้มาตรการป้องกันของสโมสร และมีการถ่ายทอดสดตามปกติ

2.1 “แข่งขันแบบปิด” ในเฉพาะโซนที่อยู่ในพื้นที่มีความเสี่ยง

2.2 “แข่งขันแบบปิด” ทุกสนามของการแข่งขันไทยลีก

ระดับที่ 3 “เลื่อนการแข่งขัน” โดยอ้างอิงการประกาศจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

3.1 เลื่อนการแข่งขันทุกนัดออกไปก่อน และให้กำหนดวันที่กลับมาแข่งขันเป็นระยะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์จากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และนโยบายภาครัฐ

3.2 ติดตามสถานการณ์แบบวันต่อวัน พร้อมกับแจ้งให้สโมสรสมาชิกทราบเป็นระยะ

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เลวร้ายลงจนถึงขั้นไม่สามารถควบคุมได้ สมาคมฯ ก็จะมีการพิจารณาถึงมาตรการในลำดับที่สูงขึ้นต่อไป

แน่นอนว่ามาตรการสุดท้ายถ้าหากสถานการณ์เลวร้ายมากจริงๆ ก็คือการยกเลิกการแข่งขันในฤดูกาลนี้ออกไป แต่ว่านั่นคือต้องเป็นวิธีสุดท้ายจริงๆ เพราะว่าการยกเลิกการแข่งขันนั้นมันจะส่งผลกระทบหลากหลาย

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเม็ดเงินต่างๆ แต่ละทีมมีการลงทุนไปจำนวนมาก จะมีการชดเชยอย่างไร เงินสนับสนุนประจำปี จะยังมีมอบให้กันตามปกติหรือไม่ รวมไปถึงผลกระทบในแง่ของธุรกิจ เมื่อไม่มีการแข่งขันก็จะทำให้ขาดการจ้างงานต่างๆ เชื่อว่าไม่มีใครอยากให้ไปถึงระดับนั้นแน่นอน

ว่าแล้วก็ขอให้ทั่วโลกพ้นจากโควิด-19 ไวๆ ด้วยละกันนะขอรับ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โควิด-19 ฉุดศก.วูบ หุ้นร่วง-ทองคำเฮขึ้น
บทความถัดไป09.00 INDEX ความคิด กฎหมาย ความมั่นคง จะสร้างปัญหา ไม่ใช่แก้ปัญหา