สกู๊ปพิเศษ : ‘ทุ่มไกล ทุ่มไว ทุ่มดี’ อีกเคล็ดลับความสำเร็จ ‘หงส์แดง’

AFP

สกู๊ปพิเศษ : ‘ทุ่มไกล ทุ่มไว ทุ่มดี’ อีกเคล็ดลับความสำเร็จ ‘หงส์แดง’

ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 อย่างน่าประทับใจ มีประเด็นให้พูดถึงในหลายแง่มุม ทั้งการสร้างทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ความเก่งกาจในการทำธุรกิจซื้อขายของ ไมเคิล เอ๊ดเวิร์ดส์ ผู้อำนวยการสโมสร ความใจกว้างของ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป เจ้าของทีมที่ให้อิสระสต๊าฟโค้ชในการทำงาน และอีกมากมาย

ประเด็นเล็กๆ ที่คนอาจจะไม่ค่อยเอ่ยถึง แต่ก็มีส่วนในความสำเร็จของหงส์แดงคือเรื่องของการ “ทุ่มบอล” ที่เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดจากฤดูกาลก่อน ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ โธมัส โกรนเนมาร์ก โค้ชสอนการทุ่มบอลชาวเดนมาร์ก เจ้าของสถิติโลกทุ่มไกล 51.33 เมตร ซึ่งทำไว้เมื่อปี 2010

ย้อนไปในเดือนกันยายนปี 2018 คล็อปป์ทำให้หลายคนแปลกใจด้วยการจ้างโกรนเนมาร์กไปเป็นส่วนหนึ่งของทีมสต๊าฟ ทำงานแบบพาร์ทไทม์ให้คำแนะนำนักเตะเรื่องเทคนิคการทุ่มบอล ให้เร็ว ไกล และมีประสิทธิภาพ

โธมัส โกรนเนมาร์ก (ภาพจากทวิตเตอร์ @ThomasThrowin)

ตอนนั้นถือว่าเป็นการจ้างงานที่ฮือฮาพอสมควร เพราะโกรนเนมาร์กให้ความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างสต๊าฟโค้ชของกีฬาฟุตบอลแบบจริงๆ จังๆ กับพวกสุดโต่งที่ศึกษาเรื่องที่ชอบเพื่อทำสถิติ แต่ถึงกระนั้น การจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มาก็ดูเหมือนจะเป็นผลดีกับทีมไม่มากก็น้อย

โกรนเนมาร์กบอกว่า บางคนก็มองว่าถ้าทำตรงนี้ให้ดีได้ จะสามารถสร้างความได้เปรียบในเกมอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจริงๆ แล้วอาจจะเป็นการตีความที่ผิดเพี้ยนไป เพราะการทุ่มบอลไม่ว่าจะในฐานะทีมรุกหรือทีมรับล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเกม อาจจะกินเวลาใน 1 แมตช์ถึงราว 15-20 นาทีเลยทีเดียว

บทความชิ้นหนึ่งเมื่อปี 2018 หลังข่าวหงส์แดงจ้างโกรนเนมาร์ก อ้างถึงสถิติว่า สโมสรที่เขาเคยร่วมงานด้วย มีสถิติทำประตูเพิ่มขึ้นราว 10-15 ประตู หลังจากได้คำแนะนำเรื่องเทคนิคการทุ่มบอล

โกรนเนมาร์กร่วมการซ้อมของลิเวอร์พูลครั้งแรก (ภาพจากทวิตเตอร์ @ThomasThrowin)

ก่อนจ้างโค้ชพิเศษชาวเดนส์ไปร่วมทีม ลิเวอร์พูลมีสถิติการครองบอลจากจังหวะรับลูกทุ่มภายใต้สถานการณ์กดดันเป็นอันดับ 18 จาก 20 ทีมพรีเมียร์ลีก คิดเป็น 45.4 เปอร์เซ็นต์ พอมาฤดูกาลล่าสุด สถิติดีขึ้นถึง 33 เปอร์เซ็นต์ พุ่งจากอันดับ 18 ขึ้นไปอยู่อันดับ 1

โกรนเนมาร์กบอกว่า การยกระดับการทุ่มบอลมีประโยชน์มากสำหรับลิเวอร์พูล เพราะนักเตะอย่าง โจ โกเมซ มีทักษะการทุ่มระดับ “เวิลด์คลาส” เมื่อทุ่มได้ดี ก็จะนำไปสู่โอกาสการทำประตูมากขึ้น แต่เนื่องด้วยการทุ่มไกลเข้าไปให้กองหน้าโฉบทำประตูอาจจะไม่ใช่สไตล์ของหงส์แดงภายใต้การคุมทีมของคล็อปป์ เลยไม่ได้เน้นที่จุดนี้มากนัก

เยอร์เก้น คล็อปป์ และโกรนเนมาร์ก (ภาพจากทวิตเตอร์ @ThomasThrowin)

กระนั้น คล็อปป์ก็เคยให้สัมภาษณ์ในเดือนพฤษภาคมปี 2019 ว่า เมื่อได้โกรนเนมาร์กร่วมทีม การทุ่มบอลของหงส์แดงก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง มันอาจจะไม่ชัดเจนนัก เพราะถ้าพูดถึงการทุ่มบอลให้ดี คนจะยึดติดแค่เรื่องการทุ่มไกลไปให้กองหน้าโฉบทำประตูอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้วเมื่อได้โกรนเนมาร์กมา เขามาช่วยเสริมเทคนิคต่างๆ จนตอนนี้ลิเวอร์พูลมีการทุ่มลูกในรูปแบบที่แตกต่างกันไปถึง 18 วิธีแล้ว เพราะสิ่งสำคัญของการทุ่มบอลคือทำให้ยังไงให้เพื่อนร่วมทีมได้ลูกเพื่อความได้เปรียบ ไม่ใช่ว่าสักแต่ทุ่มเข้าไป แต่สุดท้ายโอกาสได้บอลไปเล่นต่อหรือเสียบอลให้ฝ่ายตรงข้ามมีเท่าๆ กัน เมื่อพัฒนาจุดนี้ได้ เกมก็เปลี่ยนไปมาก

อาจเป็นความบังเอิญและมีหลายปัจจัยประกอบกัน แต่ 2 ฤดูกาลที่โกรนเนมาร์กร่วมงานกับหงส์แดง สโมสรก็คว้าแชมป์ใหญ่อย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ต่อเนื่องด้วยถ้วยพรีเมียร์ลีกสมัยแรกได้สำเร็จ

โกรนเนมาร์กกับถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกของลิเวอร์พูล (ภาพจากทวิตเตอร์ @ThomasThrowin)

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน โกรนเนมาร์กบอกว่า เมื่อจบฤดูกาลนี้ เขาจะกลับไปเป็นฟรีแลนซ์อีกครั้ง สามารถร่วมงานกับทีมไหนก็ได้ พร้อมแย้มเป็นนัยๆ ว่า ตอนนี้กำลังได้รับความสนใจจากสโมสรใหญ่ของลีกอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ อยู่

ปรากฏว่า หลังจากนั้นไม่นาน โกรนเนมาร์กก็มาโพสต์โซเชียลมีเดียแจ้งข่าวว่า ได้เซ็นสัญญาทำงานกับลิเวอร์พูลต่อไปในฤดูกาล 2020-21

ข้อเท็จจริงนี้ย่อมยืนยันได้ดีว่า ลิเวอร์พูลให้ความสำคัญเรื่องเทคนิคการทุ่มบอลขนาดไหน หรือในอีกแง่หนึ่งก็คือไม่ต้องการให้คู่แข่งแย่งแชมป์ทีมอื่นๆ ได้เรียนรู้เคล็ดลับที่ว่านี้ ซึ่งอาจกลายเป็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่สำคัญอย่างที่หงส์แดงสัมผัสมาแล้วก็เป็นได้!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กรมอุตุฯ เตือนภัย ดีเปรสชัน ทะเลจีนใต้ ไม่เข้าไทยแต่ทำฝนตกหนักทั่วประเทศ
บทความถัดไปชาวเน็ตแห่ชมผลงาน ‘เก้า เกริกพล’ คู่กรณีเจนนี่ เสียงดีขยี้ใจ