ย้อนรอยเหตุการณ์ไฟดับแบบน่ากังขาในลูกหนังอังกฤษ โอกาสซ้ำรอยในวงการฟุตบอลไทย

ย้อนรอยเหตุการณ์ไฟดับแบบน่ากังขาในลูกหนังอังกฤษ โอกาสซ้ำรอยในวงการฟุตบอลไทย

หลังจากที่เกิดเรื่องฮือฮาในการกลับมารีสตาร์ตแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก กันเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในเกมที่ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือ เอฟซี ลงเตะในแพท สเตเดียม พบกับ “มังกรโล่เงิน” โปลิศ เทโร เอฟซี เกิดไฟดับในช่วงท้ายเกม และการท่าเรือ เอฟซี ไม่สามารถทำให้ไฟติดได้ทันเวลา 60 นาทีตามที่กำหนดไว้ ทำให้ต้องยกเลิกการแข่งขันไป และต้องรอดูการตัดสินว่าจะมีการปรับให้การท่าเรือแพ้ 0-2 หรือพิจารณาไปเป็นอย่างอื่น เนื่องจากคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เตรียมเรียกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาชี้แจงในเรื่องนี้

ถึงแม้ว่าจะเหมือนเป็นเหตุสุดวิสัย แต่จากการเปิดเผยของการไฟฟ้านครหลวง ผ่านทางเพจเฟซบุ๊กนั้น ระบุว่า “ตามที่เกิดเหตุไฟฟ้าดับภายในสนามแพท สเตเดียม ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2020 ระหว่างสโมสรการท่าเรือ เอฟซี พบกับ โปลิศ เทโร เอฟซี โดยในระหว่างการแข่งขัน ก่อนหมดเวลาประมาณ 2 นาที เกิดเหตุไฟฟ้าดับขึ้นนั้น การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ได้ตรวจสอบพบว่า ระบบไฟฟ้าของ MEA ยังคงจ่ายไฟตามปกติ แต่เหตุไฟฟ้าดับนั้น มีสาเหตุจากอุปกรณ์ควบคุมระบบไฟฟ้าได้แก่ เมนเซอร์กิตเบรคเกอร์ (Main Circuit Breaker) ของสนามฟุตบอลชำรุด จนไม่สามารถจ่ายไฟฟ้ากลับคืนสู่สภาวะปกติได้”

จากการเปิดเผยดังกล่าว ทำให้เหตุการณ์นี้ถูกเชื่อมโยงไปถึงความพยายามของมือดีในการดับไฟสนาม เพื่อหวังผลบางอย่าง นั่นคือ การทำให้เกมนัดนี้ต้องยุติไป จนไม่มีผลการพนันของเหล่านักพนันทั้งหลาย

ในวงการพนันนั้น ถ้าเกมฟุตบอลไม่สามารถจบเกม 90 นาทีได้ ถือว่าต้องยกเลิกการการพนันแมตช์นั้นไปทันที ที่สำคัญสำหรับการแข่งขันระหว่างการท่าเรือ เอฟซี กับโปลิศ เทโร เอฟซี นั้น การท่าเรือมีอัตราต่อรองสูง ต้องชนะสกอร์ห่าง 2 ประตูเท่านั้น ฝ่ายต่อถึงจะชนะพนัน แต่ในนาทีที่ 88 ที่สกอร์ยังเสมอกัน 1-1 นั้น เกิดเหตุไฟดับ เมื่อเหตุการณ์จบลงด้วยการยกเลิกแมตช์แข่งขัน การพนันก็ต้องยกเลิกไปโดยปริยาย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ก็จะได้เงินในการพนันคืนทั้งหมด

เหตุการณ์ไฟดับในวงการฟุตบอลไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยเฉพาะการดับไฟเพื่อให้การแข่งขันยกเลิกนั้น เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ แม้แต่ในลีกระดับโลกก็ตาม

เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกิดเรื่องแบบนี้หลายต่อหลายครั้ง วันที่ 3 พฤศจิกายน 1997 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พบ คริสตัล พาเลซ ที่สนามอัพตัน ปาร์ก เกมนั้นเวสต์แฮมตามอยู่ 0-2 แต่หลังจากที่ไล่ตามตีเสมอ 2-2 สำเร็จ ไฟสนามก็ดับลง ไม่สามารถทำให้ติดได้ภายใน 30 นาที ตามที่กฎกำหนดไว้

อีก 1 เดือนกว่าๆ ถัดมา ในวันที่ 22 ธันวาคม 1997 แมตช์ระหว่าง วิมเบิลดัน กับ อาร์เซน่อล ที่สนามเซลเฮิร์สท์ ปาร์ก เกมครึ่งแรกจบด้วยสกอร์ 0-0 แต่เมื่อครึ่งหลังผ่านไป 13 วินาที ไฟสนามก็ดับลง ถึงแม้จะทำให้ติดขึ้นมาใหม่ภายในเวลา 12 นาที แต่หลังจากนั้นก็ดับยาว จน เดอร์ม็อตต์ กัลลาเกอร์ ผู้ตัดสินในเกมนั้นสั่งยุติการแข่งขัน และต้องเลื่อนไปเตะในวันที่ 11 มีนาคม 1998 แทน และวันนั้นวิมเบิลดันแพ้ 0-1

PHOTO : bbc.co.uk

แซม แฮมแมม ผู้อำนวยการสโมสรวิมเบิลดันในตอนนั้น บอกว่า มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีก แค่ครั้งเดียวก็พอแล้ว ครั้งที่สองมันไม่ใช่เรื่องที่ปกติ เพราะมันจะกลายเป็นหายนะ ดังนั้นต้องพยายามหยุดมันให้ได้ เพราะมันทำให้พรีเมียร์ลีกเสียชื่อเสียงทั้งหมด

2 ครั้งไม่พอ แต่ยังเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันอีกครั้ง ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 1999 เป็นแมตช์ที่มีความสำคัญกับ ชาร์ลตัน แอธเลติค ที่ดิ้นรนหนีตกชั้น ต้องเปิดบ้านเจอกับ ลิเวอร์พูล แต่งานนี้ไฟไม่ดับ เพราะมีการจับคนสั่งการและคนเตรียมจะดับไฟได้ก่อนล่วงหน้า 3 วัน และก่อนเกมเตะมีการเช็กระบบไฟฟ้าโดยตำรวจเสร็จสิ้นและมั่นใจแล้วว่าจะไม่มีเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก

โรเจอร์ เฟิร์ธ หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยของสนามเดอะ วัลเลย์ ได้รับการติดสินบนให้ติดอุปกรณ์ที่สามารถสั่งให้ดับไฟในสนาม ด้วยเงิน 20,000 ปอนด์ จากชาวมาเลเซีย 2 คน คือ เอ็ง หว่า ลิม และ ฉี คิว อ่อง ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทพนันในมาเลเซีย ผ่านทาง ไหว่ เยือน หลิว ชาวจีนที่อยู่ในอังกฤา และถูกจับได้ว่ามีส่วนกับ 2 แมตช์ก่อนหน้านี้มาแล้วนั่นเอง สาเหตุที่จับได้เพราะเฟิร์ธไปแพร่งพรายเรื่องนี้กับเพื่อนร่วมงาน จนความลับแตกในที่สุด

จบเกมวันนั้น ชาร์ลตันชนะ 1-0 แต่ท้ายที่สุดก็ยังตกชั้นอยู่ดี และตัวการดับไฟทั้ง 4 คน ก็ถูกจำคุก 18 เดือน – 4 ปี แล้วแต่ความผิด

หลังจากนั้นเหตุการณ์ไฟดับในฟุตบอลรายการใหญ่ๆ ก็มักจะเกิดจากเหตุสุดวิสัย ไม่ใช่เรื่องของความจงใจจากการพนันแต่อย่างใด

สำหรับเหตุการณ์ที่แพท สเตเดียม มีเรื่องให้เคลือบแคลงสงสัยไม่น้อย เชื่อว่าทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและชาวโซเชียล น่าจะมีการสืบหาความจริงออกมาให้ชัดเจนในที่สุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เสี่ยแฮงค์’ โยนถามคนปล่อยข่าวปรับครม. ยัน เป็นอำนาจ ‘นายกฯ’ คนเดียว
บทความถัดไปศรรามอัดคลิปคู่วีจิ ติดแฮชแทคซามูไรพ่อลูกอ่อน ขอบคุณทุกกำลังใจ