‘หงส์แดง’ แนวรับพิการ รอรับมือ ‘จิ้งจอกสยาม’ แย่งชิงตำแหน่งหัวตาราง

‘หงส์แดง’ แนวรับพิการ รอรับมือ ‘จิ้งจอกสยาม’ แย่งชิงตำแหน่งหัวตาราง

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า เตรียมเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์​ ซิตี้ ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ดึกประจำวันอาทิตย์ เวลา 02.15 น. (เช้ามืดวันจันทร์) ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง ทรูพรีเมียร์ลีก เอชดี 1 (600)

ผลงานที่ผ่านมา
ลิเวอร์พูล
ชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (เหย้า) 2-1
ชนะ มิดทิลลันด์ (เหย้า) 2-0
ชนะ เวสต์แฮม (เหย้า) 2-1
ชนะ อตาลันต้า (เยือน) 5-0
เสมอ แมนฯ ซิตี้ (เยือน) 1-1

เลสเตอร์​ ซิตี้
ชนะ อาร์เซน่อล (เยือน)​ 1-0
ชนะ เออีเค เอเธนส์ (เยือน) 2-1
ขนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด (เยือน) 4-1
ชนะ สปอร์ติ้ง บราก้า (เหย้า) 4-0
ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน (เหย้า) 1-0

สภาพทีม
“หงส์แดง” จะไม่มีกัปตันทีมอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่มีอาการบาดเจ็บขาหนีบ รวมถึงโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ที่ต้องกักตัวเพราะตรวจพบเชื้อโควิด-19

นอกจากนี้ลิเวอร์พูลยังประสบปัญหาแนวรับ ทั้งเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ และเฟอร์กิล ฟาน ไดค์ บาดเจ็บทั้งหมด แต่ว่าจะได้ลุ้นฟาบินโญ่, ติอาโก้ อัลคันทาร่า และ อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอเลน กลับมาลงเล่นได้

ส่วนฝั่งเลสเตอร์จะได้ ทิโมธี คาสตานเญ่ กลับมาพร้อมลงสนามอีกครั้งหลังพลาดไป 4 เกมด้วยกัน และจะได้เวสลีย์ โฟฟาน่า ฟิตพร้อมลงสนามด้วย

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม

ลิเวอร์พูล : อลิสซง เบ็คเกอร์, เจมส์ มิลเนอร์, โจเอล มาติป, นาธาเนียล ฟิลลิปส์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, ฟาบินโญ่, จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม, เคอร์ติส โจนส์, ดิโอโก้ โชต้า, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่

เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, คริสเตียน ฟุคส์, จอห์นนี่ อีแวนส์, เวสลีย์ โฟฟาน่า, ทิโมธี คาสตานดญ่, เจมส์ จัสติน, นัมฟิส เมนดี้, ยูริ เทียเลอมองส์, เจมส์ แมดดิสัน, เจมี่ วาร์ดี้, ฮาร์วีย์ บาร์นส์

บทวิเคราะห์
หงส์แดงต้องบอกว่าเกมรับยวบมาก เพราะจาก 4 ตัวจริงชุดคว้าแชมป์ปีก่อน ตอนนี้เหลือแค่เพียงแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน คนเดียวเท่านั้นแล้ว แถมจะไม่มีจอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม และโม​ ซาลาห์ ไปอีก แต่ว่าการเล่นในบ้านฤดูกาลนี้ยังเป็นทีเด็ด แม้จะโดนนำไปก่อนตลอด ก็จะพลิกกลับมาชนะได้

อย่างไรก็ตาม ทีมที่มาเยือนวันนี้คือเลสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจ ฟอร์มดีอย่างต่อเนื่อง และนำเป็นจ่าฝูง (ก่อนเตะในสัปดาห์นี้) ดังนั้นถ้าปล่อยให้มานำก่อนแบบเดิมอีก ลิเวอร์พูลอาจจะพังคาบ้านได้ เพราะเกมสวนกลับของเลสเตอร์ อันตรายจริงๆ

ฉะนั้นเกมนี้อยู่ที่ใครชิงทำประตูแรกได้ก่อน มีโอกาสเป็นผู้ชนะสูง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อึ้ง! ผล ซูเปอร์โพล ชี้ 90% ไม่พอใจม็อบทำลายทรัพย์สิน ผอ.ชี้ม็อบทำร้ายคนเห็นต่างบาดเจ็บ
บทความถัดไป‘บิลิช’ จวกวีเออาร์ทำ ‘เวสต์บรอมวิช’ แพ้ ชี้ทีมควรได้จุดโทษเหมือนกัน