คอลัมน์ เกรียนเขียนบอล by Stivie T : ออลอิงแลนด์ไฟนัล (อะเกน)

คอลัมน์ เกรียนเขียนบอล by Stivie T : ออลอิงแลนด์ไฟนัล (อะเกน)

ในที่สุดเราก็ได้คู่ชิงชนะเลิศสำหรับศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แล้ว นั่นก็คือ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะพบกับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี

ถือว่าไม่ต่างจากที่คาดนักเพราะผลจากเกมแรก 2 ทีมจากอังกฤษ เก็บผลการแข่งขันที่ได้เปรียบมา และก็มาทำได้ดีต่อเนื่องในเกมที่ 2 ทำให้คู่ชิงชนะเลิศในปีนี้กลายเป็นการเจอกันของทีมจากอังกฤษอีกครั้งหนึ่ง

โดยจาก 8 ครั้งของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่เป็นการชิงชนะเลิศกันระหว่างสองทีมจากประเทศเดียวกัน นี่นับเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ที่ทีมจากอังกฤษ เข้ามาชิงกันเอง ทำสถิติเทียบเท่ากับสเปนเป็นที่เรียบร้อย

ทางฝั่งเรือใบสีฟ้า นับเป็นการเข้าชิงชนะเลิศครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร และเป็นถ้วยที่เจ้าของอย่าง ชีค มันซูร์ เฝ้ารอมาเป็นระยะเวลายาวนาน ขณะที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นี่คือการนำทีมเข้าชิงถ้วยหูใหญ่ของยุโรปเป็นครั้งที่ 3 ของตัวเอง และ 2 หนก่อนหน้านี้เขายังไม่เคยพลาด

ซึ่งถ้ากวาร์ดิโอล่าทำสำเร็จในครั้งนี้ ก็จะนับเป็นกุนซือคนที่ 4 ที่สามารถคว้าแชมป์ยุโรปได้ถึง 3 หน ต่อจาก บ๊อบ เพสลีย์, คาร์โล อันเชล็อตติ และซีเนอดีน ซีดาน

ส่วนทางฝั่งเชลซีเองนี่คือการเข้าชิงครั้งที่ 3 เคยอกหักเมื่อปี 2007/08 ก่อนจะทำสำเร็จในปี 2011/12

ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจเมื่อปีที่คว้าแชมป์ได้นั้น ก็คือเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแม่ทัพกลางศึกเหมือนกัน ปีนั้นปลด อังเดร วิลาส-โบอาส ก่อนจะตั้งแต่โรแบร์โต้ ดิ มัตติโอ พร้อมกับคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ (เอฟเอ คัพ และแชมเปี้ยนส์ลีก) ส่วนปีนี้ เปลี่ยนจากแฟรงก์ แลมพาร์ด เป็นโธมัส ทูเคิล แล้วก็เข้าชิงทั้ง 2 รายการ

นอกจากนี้ นี่ยังเป็นการพาทีมเข้าชิงชนะเลิศ 2 ปีติด สำหรับทูเคิล เพราะปีก่อนก็นำเปแอสเชเข้าชิงได้ ซึ่งในอดีตก็เคยมีคนที่คุมทีมเข้าชิง 2 ปีติดแล้วแพ้ก็คือ เอคตอร์ คูเปร์ สมัยคุม “ค้างคาว” บาเลนเซีย เมื่อปี 1999-00 และ 2000-01 แต่ที่ช้ำกว่าคือ มาร์เซโล่ ลิปปี้ ที่ทำแฮตทริกช้ำ พ่าย 3 ปีติดกับยูเวนตุส

สิ่งที่น่ากังวลสำหรับทูเคิลมากที่สุด ก็คือสถิติรอบชิงของกวาร์ดิโอล่า ที่ชนะถึง 14 จาก 15 หน รวมถึงการเจอกันก่อนหน้านี้ เขาเพลี่ยงพล้ำให้เป๊ปถึง 4 จาก 6 ครั้งที่เจอกัน ก่อนจะมาเอาชนะได้ในหนล่าสุดที่เจอกันในเอฟเอ คัพ ที่หยุดความหวังควอดรูเปิลแชมป์ของเป๊ปไป

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองทีมมีโอกาสจะได้ทดสอบฝีเท้ากันอีกครั้งหนึ่งก่อนจะเจอกันในนัดชิงชนะเลิศ วันที่ 29 พฤษภาคมนี้ นั่นก็คือสุดสัปดาห์นี้ที่ทั้งคู่จะเจอกันในพรีเมียร์ลีก

ฝั่งซิตี้ ต้องการ 3 คะแนนเพื่อการันตีแชมเปี้ยน ส่วนเชลซีก็ไม่อยากพลาด 3 แต้มเพราะจะมีผลต่อการลุ้นอันดับ 4 บนตาราง ทำให้ทั้งสองทีมต้องใส่เต็มที่แน่นอน

ดังนั้นเป็นเกมที่น่าดูชมมากๆ เลยทีเดียว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตลาดนัดจตุจักร ฉีดยาฆ่าเชื้อ หลังพบ รปภ.เสี่ยงโควิดสูง
บทความถัดไปเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงบริจาคพระโลหิต สภากาชาดไทย เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยในยามโลหิตขาดแคลน