คอลัมน์ เกรียนเขียนบอล By Stivie T : ไม่อยากคิดสภาพ…..

คอลัมน์ เกรียนเขียนบอล By Stivie T : ไม่อยากคิดสภาพ…..

ต้องบอกว่าชั่วโมงนี้ใครก็หยุดยั้ง โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงชาวอียิปต์ของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้ยากจริงๆ

ล่าสุดเจ้าตัวกด 2 ประตูในเกมเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ กับ เอฟเวอร์ตัน กลายเป็นนักเตะหงส์แดงคนแรกนับตั้งแต่เฟร์นันโด ตอร์เรส ทำได้เมื่อปี 2008

ซึ่งนับมาตอนนี้ ซาลาห์กดไปทั้งหมด 13 ประตูในพรีเมียร์ลีก นำเป็นดาวซัลโวของลีกแบบทิ้งห่างเจมี่ วาร์ดี้ ของเลสเตอร์ ซิตี้ ไปแล้ว 4 ประตูด้วยกัน และยังนำในตารางแอสซิสต์ด้วยการช่วยเพื่อนทำประตูไปทั้งหมด 8 ครั้ง กินเรียบทุกสถิติในเกมรุกก็ว่าได้

ในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล ครองสถิติเกมรุกดีที่สุดในลีก ยิงไปแล้ว 43 ประตู ซึ่งครึ่งหนึ่งนั้นมาจากซาลาห์มีส่วนร่วมในการทำประตูนับว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากๆ สำหรับนักเตะคนใดคนหนึ่งในทีม

ดาวยิงชาวอียิปต์ ทำอีกหนึ่งสถิติคือมีส่วนร่วมกับประตู (ไม่ยิงก็จ่าย) ติดต่อกันในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว 12 เกมด้วยกัน เทียบเท่ากับสแตน คอลลีมอร์ ที่เคยทำไว้เมื่อปี 1995 แต่ยังเป็นรอง เจมี่ วาร์ดี้ ที่ทำติดกัน 15 นัด เมื่อปี 2015

อย่างไรก็ตามถ้ายังรักษาฟอร์มไว้ได้ต่อเนื่องก็มีโอกาสแซงกองหน้าชาวอังกฤษได้ในไม่ช้า

การที่ซาลาห์ฟอร์มฮอตมากๆ บางทีมันก็ทำให้อดหวั่นใจไม่ได้ว่าในช่วงเดือนมกราคม ที่ซาลาห์จะต้องไปรับใช้ทีมชาติอียิปต์ ในศึกแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ จะส่งผลกระทบต่อเกมรุกของทีมมากแค่ไหน

ถ้าตามกฏแล้ว ซาลาห์ รวมถึง ซาดิโอ มาเน่ และ นาบี เกอิต้า จะต้องไปรายงานตัวกับทีมชาติตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคมเป็นต้นไป

ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ซาลาห์และผองเพื่อน จะต้องพลาดการลงสนามให้ลิเวอร์พูลถึง 4 เกมด้วยกัน แถมมีเกมสำคัญที่ต้องเจอกับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ในวันที่ 2 มกราคมด้วย

แต่ถ้าหากการเจรจากับทีมชาติเป็นไปได้ด้วยดี ทั้ง 3 คนจะได้อยู่ช่วยทีมจนจบเกมกับเชลซีก่อน แล้วค่อยไปรายงานตัวทีมชาติ ก็จะทำให้พลาดไปแค่ 2 เกมเท่านั้นคือ เบรนต์ฟอร์ด กับ คริสตัล พาเลซ

ขาดแค่ 2 นัดยังพอทน แต่ถ้าขาด 4 นัด ไม่อยากคิดสภาพเลยว่า เกมรุกของหงส์แดงจะอ่อนลงขนาดไหน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon