เกรียนเขียนบอล By Stivie T : ด่านสุดท้าย’ช้างศึก’

เกรียนเขียนบอล By Stivie T : ด่านสุดท้าย’ช้างศึก’

ในที่สุดทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ก็สามารถฝ่าด่านสำคัญอย่างเวียดนามเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศของเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 ได้สำเร็จ ได้ลุ้นแชมป์สมัยที่ 6 ของตัวเอง

งานนี้ต้องขอชื่นชมแท็คติกของ มาโน่ โพลกิ้ง ในเกมที่สอง ซึ่งลบคำสบประมาทการเป็นโค้ชเกมรุกที่อ่อนเกมรับของเขาไปได้แบบหมดจด

แม้ว่ารูปเกมจะออกมาไม่น่าอภิรมย์นัก เพราะไทยเป็นฝ่ายที่เน้นตั้งรับเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ต้องชมนักเตะทุกคนว่าสามารถทำตามหน้าที่ของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม ถึงขั้นโค้ชชาวบราซิเลี่ยนยังชมลูกทีมว่าเป็น มาสเตอร์คลาสดีเฟนดิ้ง กันเลยทีเดียว

เพียงแต่ชัยชนะเหนือเวียดนามครั้งนี้ ก็ต้องแลกมาด้วยการเสียสละของ “บอย” ฉัตรชัย บุตรพรม ที่ออกมาสกัดนอกเขตโทษจนได้รับบาดเจ็บและต้องพักยาว ซึ่งก็ต้องขออวยพรให้เขากลับมาอย่างแข็งแรงและสมบูรณ์ไวๆ ด้วย

นอกจากนี้ในเกมนัดชิงชนะเลิศเกมแรก จะยังไม่มี “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน แบ๊กซ้ายที่สะสมใบเหลืองครบ 2 ใบ ต้องพักในเกมนัดแรก แต่เราก็ผ่านเกมที่ไม่มีธีราทรมาแล้วทั้งในนัดแรกกับติมอร์เลสเต รวมถึงนัดสุดท้ายรอบแรกกับสิงคโปร์ ดังนั้นเชื่อว่าคนอื่นจะช่วยทดแทนโก๋อุ้มได้แน่นอน

เกมรอบชิงชนะเลิศ จะเป็นการพบกันของสองทีมที่มีสถิติสุดโต่งทั้งสองแนวทาง ฝั่งอินโดนีเซีย จัดเป็นทีมที่มีเกมรุกจัดจ้านมากๆ พวกเขายิงไปแล้วถึง 18 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ เป็นสถิติทีมที่มีเกมรุกดีที่สุด ในขณะที่ช้างศึก กลายเป็นทีมที่มีสถิติเกมรับดีที่สุดในทัวร์นาเมนต์ เสียไปแค่ลูกเดียวและเก็บคลีนชีทได้ถึง 5 จาก 6 นัด

จากที่ดูเกมของอินโดนีเซีย ถ้าไม่นับนัดเจอกับเวียดนามที่พวกเขาเน้นเกมรับในการเจอกับทีมที่เหนือกว่า เป็นทีมที่เปิดเกมรุกได้อย่างสนุกสุดๆ ผู้เล่นมีความมุ่งมั่น ดุดัน แล้วก็เล่นฟุตบอลเอ็นเตอร์เทนไม่แพ้ทีมไทยเลย แต่น่าสนใจเหมือนกันว่าในการเจอกับทีมไทยที่เหนือกว่า โดยเฉพาะในเกมแรกพวกเขาอาจจะเน้นปลอภัยไว้ก่อนหรือไม่

แต่สิ่งหนึ่งที่นักเตะไทยจะต้องระวังเอาไว้ให้มากกว่าการเจอกับเวียดนาม คือลูกตุกติกของอินโดนีเซีย รวมถึงการหวดคนที่น่าจะหนักกว่าแน่นอน

อย่างไรก็ตาม นาทีนี้ ไม่มีอะไรต้องคิดนอกจากแชมป์เท่านั้น เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทย

เหลืออีกแค่ด่านเดียวเท่านั้น!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon