คอลัมน์เกรียนเขียนบอล By Stivie T : เกมนี้ต้องมีผู้ชนะ

คอลัมน์เกรียนเขียนบอล By Stivie T : เกมนี้ต้องมีผู้ชนะ

ฟุตบอลถ้วยแรกในอังกฤษที่จะชิงชนะเลิศกันได้คู่แข่งขันกันเป็นที่เรียบร้อย

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่ฝ่าวิกฤติเลื่อนการแข่งขันก็สามารถทะยานเข้าไปเจอกับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ได้สำเร็จ หลังจากที่อีกฝ่ายยืนรอที่เวมบลีย์มาเป็นสัปดาห์แล้ว

ต้องบอกว่าการเจอกันของลิเวอร์พูลและทีมปืนใหญ่ ยังคงเป็นบอลแพ้ทางในช่วง 2-3 ปีหลัง และลูกทีมมิเกล อาร์เตต้า ยังยิงไม่ได้เลยใน 4 ครั้งหลังสุดที่เจอกัน

จริงอยู่ที่ทีมของอาร์เตต้าช่วงหลังดีขึ้นมามาก แต่สุดท้ายแล้วคุณภาพก็ยังไม่สามารถเทียบชั้นกันได้

ทั้งสองเกมนั้นเป็นลิเวอร์พูลที่เหนือกว่าแบบชัดเจน แต่ข้อแตกต่างมันอยู่ที่เกมแรกอาร์เซน่อลเหลือ 10 คนไว แล้วต้องเน้นเกมรับเป็นหลัก ต่างจากนัดสองที่ 11 เท่ากันแล้วต้องการประตูเพื่อเป็นผู้ชนะ แต่พอเปิดเกมรุกใส่กลายเป็นไม่เฉียบคมเท่า จนโดนสวนเป็นประตูทั้ง 2 ลูก

ลิเวอร์พูลนั้นเข้ามาชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีหลัง ซึ่งครั้งสุดท้ายที่เข้ามาชิงคือครึ่งปีแรกของเยอร์เก้น คล็อปป์ จากนั้นก็ไม่เคยได้เข้ามาถึงรอบชิงอีกเลย

ส่วนหนึ่งเพราะการจับสลากที่ต้องชนกับทีมใหญ่ๆ ตั้งแต่แรก ทำให้คล็อปป์ที่มองถ้วยนี้มีความสำคัญน้อย เลยส่งสำรองลงซะเยอะ ก่อนจะตกรอบก่อนใครเพื่อนตลอด

จะว่าไปนี่ก็เป็นเพียงการนำลูกทีมไปเวมบลีย์ครั้งที่ 2 เท่านั้นของคล็อปป์ รวมถึงนักเตะในทีมนี้หลายๆ คนยังไม่เคยไปเล่นในเวมบลีย์เลยด้วยซ้ำ (ถ้าไม่นับตอนไปเยือนสเปอร์สที่มาขอใช้สนามนี้นะ)

ฉะนั้นโอกาสชูถ้วยในเวมบลีย์ไม่ได้มากันบ่อย คงต้องเน้นกันอยู่แล้ว

เพียงแต่ว่าคู่ชิงอย่างเชลซีเองก็คงไม่ใช่งานง่ายของลิเวอร์พูลเช่นกัน โดยเฉพาะตั้งแต่ที่โธมัส ทูเคิล เข้ามา ลิเวอร์พูลยังไม่เคยเอาชนะได้เลยสักครั้ง

โอกาสงามสุดๆ อย่างเกมล่าสุดที่เจอกันที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ขนาดนำ 2-0 ยังจบแบบ 2-2 อย่างน่าเจ็บใจได้

นอกจากนี้ฤดูกาลนี้เจอกันมา 2 หน ยังกินกันไม่ลงเลย เสมอกันมาทั้ง 2 นัด แต่ว่าเกมนี้มันจะต้องมีผู้ชนะไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จะจบเจ๊าในเวลาแล้วไปดวลจุดโทษ หรือจะมีผู้ชนะเสียที ก็คงต้องไปลุ้นกัน

27 กุมภาพันธ์นี้ นัดเดียวรู้เรื่อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon