ผ่าแผนพัฒนาทัพนักกีฬาพาราไทย ไร้รอยต่อมุ่งสู่เวทีระดับโลก

ผ่าแผนพัฒนาทัพนักกีฬาพาราไทย ไร้รอยต่อมุ่งสู่เวทีระดับโลก

ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ปิดฉากผลงานด้วยการคว้าทั้งสิ้น 116 เหรียญทอง 111 เหรียญเงิน 90 เหรียญทองแดง รวมจำนวน 317 จบอันดับ 2 ในการแข่งขันกีฬาคนพิการ อาเซียน พาราเกมส์ ครั้งที่ 11 “โซโล 2022” ที่เมืองโซโล ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นผลงานอันยอดเยี่ยมแม้ว่าจะไม่สามารถครองเจ้าเหรียญทองได้ก็ตาม

ทัพพาราไทยคว้าเหรียญรางวัลได้ครบทุก 14 ชนิดกีฬาที่เจ้าภาพอินโดนีซียจัดการชิงชัย และสถิติที่น่าสนใจคือ มีนักกีฬาหน้าใหม่คว้าเหรียญทองได้มากถึง 36 รายการ ขณะที่หน้าเก่าคว้าเหรียญทองได้ 80 รายการ แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการสำคัญของนักกีฬาคนพิการไทยคคลื่นลูกใหม่ที่พร้อมก้าวขึ้นมาทดแทนในอนาคต

ในส่วนของ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการเตรียมความพร้อมของทัพนักกีฬาคนพิการไทยในการเข้าร่วมศึกอาเซียน พาราเกมส์ ครั้งนี้ ด้วยการวางแผนเตรียมความพร้อมด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาให้นักกีฬาได้มีการเก็บตัวฝึกซ้อม และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้นักกีฬาช่วงระหว่างการแข่งขัน

ศูนย์อำนวยการคณะนักกีฬาไทย ภายใต้การดำเนินการของ กกท.ได้จัดตั้งขึ้นที่โรงแรม เดอะ สุนัน โฮเทล โซโล เมืองโซโล ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อดูแลให้บริการกับทัพพาราไทยในการแข่งขันครั้งนี้ โดยมี นายประชุม บุญเทียม รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา เป็นผู้บัญชาการ

Advertisement

ศูนย์แห่งนี้ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทัพนักกีฬาไทย รวมถึงการบริการเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา โดยเราได้เน้นให้มีนักกายภาพ และวิทยาศาสตร์การกีฬาในด้านต่างๆ ให้ครบถ้วนกับการดูแลนักกีฬา 300 กว่าคน และเป็นนักกีฬาที่มีความละเอียดอ่อน เพราะคนพิการจะต้องมีการดูแลที่เน้นเป็นพิเศษในหลายเรื่อง

“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. ระบุว่า เราก็ได้เห็นความสำคัญ และได้จัดทีมงานที่มีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ให้บริการทัพนักกีฬาไทยที่ศูนย์อำนวยการคณะนักกีฬาไทยแห่งนี้ โดยการบริการด้านต่างๆ ของศูนย์อำนวยการครั้งนี้เป็นครั้งที่สมบูรณ์แบบมากที่สุดครั้งหนึ่ง ทั้งความพร้อมในการบริการต่างๆ

“เรามีการประชุมกันทุกวัน เพื่อสรุปเรื่องปัญหาต่างๆ ที่สำคัญก็ได้ร่วมกันกับทางคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทยด้วย เพราะทางหัวหน้านักกีฬาจะมีการประชุมกับทางเจ้าภาพฝ่ายจัดในทุกๆ วัน และนำเอาปัญหาต่างๆ มาคุยกับศูนย์อำนวยการของเรา เพื่อร่วมกันแก้ไข” ดร.ก้องศักด กล่าว

อีกทั้งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นกับทัพนักกีฬาพาราไทยระหว่างการชิงชัยที่อินโดนีเซีย ทางศูนย์อำนวยการคณะนักกีฬาไทยก็มีมาตรการในการดูแลอย่างใกล้ ด้วยการเพิ่มตัวยาฟาวิพิราเวียร์ให้เพียงพอต่อความต้องการ รวมทั้งการเพิ่มแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย และมาตรการต่างๆ ที่ได้กำชับไปยังทีมกีฬา

นอกจากนี้ ภายหลังจบการแข่งขันอาเซียน พาราเกมส์ ครั้งนี้แล้ว กกท.ยังพร้อมดูแลทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการพูดคุยกันว่าจะมีการจัดระบบในการพัฒนา รวมถึงการเตรียมการฝึกซ้อมไปจนถึงการเข้าร่วมการแข่งขันต่อเนื่องในระยะยาว

นอกเหนือจากการแข่งขันกีฬาคนพิการ อาเซียน พาราเกมส์แล้ว ยังมองไปถึงในระดับเอเชียคือ การแข่งขันเอเชี่ยน พาราเกมส์ และต่อไปถึงในระดับโลกคือ การแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ในอนาคต ดังนั้นจะมีการคัดเลือกตัวนักกีฬาคนพิการไทยไปเข้าร่วมการแข่งขันในระดับต่างๆ อย่างเข้มข้น

ระบบการคัดเลือกต่างๆ ของนักกีฬาคนพิการก็จะเหมือนกับนักกีฬาคนปกติทั่วไป เพราะฉะนั้นนักกีฬาที่เข้ามาในโปรแกรมต่างๆ จะมีการถูกคัดกรองอย่างละเอียด ซึ่งนักกีฬาที่สามารถได้ไปต่อในระดับต่อไปทั้งในเอเชี่ยน พาราเกมส์ และพาราลิมปิกเกมส์ จะถือเป็นนักกีฬาหัวกระทิอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน กกท.ได้แสดงความชัดเจนว่า นักกีฬาที่เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งระดับโลกในพาราลิมปิกจะมีการดูแลเรื่องการงานอาชีพต่างๆ อย่างเต็มที่ โดยทาง กกท. รวมทั้งเครือข่ายพันธมิตรต่างๆ และหน่วยงานราชการ จะมีการประสานช่วยเหลือดูแลทัพนักกีฬาพาราไทยให้มีการงานอาชีพที่มั่นคง

“เรายืนยันว่านักกีฬาทุกคนต้องมีงานทำ ส่วนนักกีฬาที่อยู่ในระดับต่ำกว่านั้น ในส่วนนี้ก็ต้องดูเป็นรายกรณีไป เพราะว่าเราไม่สามารถที่จะรองรับนักกีฬาทั้งหมดในระบบได้ แต่ว่าเราก็พยายามที่จะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัด และหน่วยงานที่สนับสนุนกีฬาต่างๆ” ผู้ว่าการ กกท.กล่าว

ดร.ก้องศักด กล่าวเพิ่มเติมว่า กกท.ได้ดำเนินการตามนโยบายของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งถ้านักกีฬาผู้ที่จะเข้ามาเป็นฮีโร่พาราลิมปิก ตรงนี้ไม่ต้องห่วงเลย แต่ในส่วนที่อยู่ในระดับอาเซียน พาราเกมส์ ก็ต้องยอมรับว่านักกีฬามีจำนวนเยอะ เราก็พยายามที่จะไปดูแล และร่วมกันกับทางคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ในการหาช่องทางให้นักกีฬาทุกคนสามารถที่จะเลี้ยงตัวเองได้ในระดับหนึ่ง

ถือเป็นการเตรียมความพร้อมทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ตั้งแต่ก่อนการแข่งขัน ช่วงระหว่างการแข่งขัน จนกระทั่งหลังจบการแข่งขัน และต่อเนื่องไปสู่การแข่งขันระดับต่อไป ซึ่งทาง กกท.ได้วางแผนเตรียมความพร้อม เพื่อต่อยอดให้กับทัพพาราไทยก้าวข้ามจากอาเซียนไปสู่ระดับเอเชีย และระดับโลกต่อไปได้แบบไร้รอยต่อ

และเชื่อมั่นว่าจะช่วยให้ทัพพาราไทยจะก้าวไปสร้างผลงาน และสร้างชื่อเสียงในระดับต่อไปได้แน่นอน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image