สกู๊ปหน้า 1 มติชน : เทียบฟอร์มแคนดิเดต ชิงเก้าอี้นายกลูกหนัง

สกู๊ปหน้า 1 มติชน : เทียบฟอร์มแคนดิเดต ชิงเก้าอี้นายกลูกหนัง

 

สร้างความฮือฮาในวงการฟุตบอลเมืองไทยกับการเปิดตัวลงสมัครชิงนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่ง
ประเทศไทยฯของ มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ซีอีโอสาวจากเมืองไทยประกันภัย

มาดามแป้ง ถือว่าเป็นบุคคลที่คลุกคลีอยู่ในวงการฟุตบอลมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่การเป็นผู้จัดการทีม ชบาแก้ว ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ผู้สร้างประวัติศาสตร์พาทีมไปสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายถึง 2 หนติดต่อกัน ก่อนจะมาทำหน้าที่ประธานสโมสร สิงห์เจ้าท่า การท่าเรือ เอฟซี และรับบทเป็นผู้จัดการทีม ช้างศึก ทีมฟุตบอลชาย คนปัจจุบัน

Advertisement

ทีมงานของ มาดามแป้ง ที่เปิดตัวออกมาต้องเรียกว่าเป็นการรวมเอาบรรดาตัวพ่อของวงการฟุตบอลไทยมาอยู่ในทีมงานเดียวกันทั้งหมด แถมยังเป็นการสลายขั้วความขัดแย้งที่เคยมีมาทั้งหมด ไม่ว่าก่อนหน้านี้เราจะเป็นฝั่ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ เมืองทอง ยูไนเต็ด หรือบุรีรัมย์ กับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด หรือชลบุรี เอฟซี กับเมืองทอง แต่ตอนนี้ทุกฝ่ายมาล่มหัวจมท้ายเป็นทีม มาดามแป้ง

เริ่มตั้งแต่ที่ปรึกษา กับอุปนายกมาจาก 4 ท็อปทีมของไทยลีก ไล่ตั้งแต่ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดในฐานะที่ปรึกษา รวมถึงอุปนายกอย่าง บอสปิ๊ป ปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด, วิลักษณ์ โหลทอง ประธานสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด, อรรณพ สิงห์โตทอง รองประธานสโมสรชลบุรี เอฟซี

บวกด้วย บิ๊กป๋อม อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ อุปนายกสมาคม ฝ่ายฟุตซอลและฟุตบอลชายหาดจากชุดปัจจุบัน และ อ.หรั่ง ชาญวิทย์ ผลชีวิน สมาชิกวุฒิสภา รวมถึงอดีตกุนซือทีมชาติไทย ที่ถูกวางตัวเข้ามาควบหน้าที่ประธานเทคนิคด้วย

ส่วนกรรมการกลาง มีตัวแทนจากสโมสรทั้ง บิ๊กฮั่น มิตติ ติยะไพรัชประธานสโมสรลีโอ เชียงราย, เสี่ยรุท อนุรุทธิ์ นาคาศัย ประธานที่ปรึกษาชัยนาท ฮอร์นบิล, ประมูลชัย นพสุวรรณวงศ์ จากบุรีรัมย์, นายกเกียร์ ทรงเกียรติ ลิ้มอนุรักษ์ ประธานสโมสรพีที ประจวบ เอฟซี, เสี่ยฟลุ๊ค ธนวัชร์ นิติกาญจนาประธานสโมสรราชบุรี เอฟซี, มาดามจอย กฤษยา ภู่มงคลสุริยา รองประธานสโมสรหนองบัว พิชญ เอฟซี, เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษาสโมสรเลย, พ.ต.ท.หม่อมหลวง กิติบดี ประวิตร จากสโมสรราชประชา

แถมยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านอื่นๆ เช่น พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่จะเข้ามาช่วยดูในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยกับการปราบปรามลิงก์ดูบอลเถื่อนต่างๆ, น.ท.นพ.พรเทพ ม้ามณี โรงพยาบาลกรุงเทพ ในฐานะแพทย์ประจำทีมกีฬาไทย, กุดั่น สุขุมานนท์ กรรมการอิสระ รพ.เอกชน ที่จะมาช่วยกันดูเรื่องของแพทย์และวิทยาศาสตร์การกีฬา, ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท ทีคิวเอ็ม ไลฟ์ อินชัวร์รันส์ ที่จะเข้ามาช่วยเรื่องของการทำธุรกิจต่างๆ และปิดท้ายที่ เดอะตุ๊ก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตกองหน้าทีมชาติไทย ที่จะมาช่วยดูเรื่องการพัฒนาทีมชาติทุกรุ่นอายุโดยเฉพาะ

ขณะที่คู่แข่งของมาดามแป้งที่เปิดตัวออกมามีอยู่ด้วยกัน 3 คน คนแรกคือ ป๊อก วรงค์ ทิวทัศน์ อดีตนักฟุตบอลที่เคยเป็นเลขานุการ บริษัท ไทยลีก จำกัด เป็นผู้ที่มีความรู้และมีคอนเน็กชั่นในส่วนของฟุตบอลลีกภูมิภาค เพราะเป็นผู้ดูแลในช่วงตั้งแต่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เข้ามานั่งนายกสมาคม

ส่วนทีมงานจะประกอบด้วย ยรรยง อัครจินดานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนามูลค่าทางการตลาด, น.ส.ธีรณา เศรษฐสมภพ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารการเงิน, ผศ.ไพฑูรย์ มนต์พานทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์การจัดการการท่องเที่ยวในมิติที่หลากหลาย เป็นต้น

คนต่อมาที่ท้าชิงตำแหน่งคือ พอลลีน พยุริน งามพริ้ง อดีตประธานชมรมเชียร์ไทยพาวเวอร์ ซึ่งขนทีมงานมาร่วมบริหารงาน นำโดย วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคก้าวไกล, น้าฉ่วย สมชาย ชวยบุญชุม โค้ชฟุตบอลฝีปากกล้า เข้ามาเป็นทีมที่ปรึกษา

ส่วนทีมงานเรียกว่าเอาคนที่มีปัญหากับสมาคมยุคปัจจุบันเข้ามาร่วมทีมทั้ง เฮียติ่ง ชัยกร ชัยมงคลยศ อดีตผู้จัดการทีม อีสาน ยูไนเต็ด ที่ปัจจุบันยังไม่ได้กลับมาแข่งขันเลยแม้คดีความจะถูกตัดสินมาแล้ว, เปาปุ้ม พงศธร เพิ่มพานิช อดีตผู้ตัดสินฟีฟ่าที่ถูกตัดออกจากสมาคม เป็นต้น

แคนดิเดตคนสุดท้ายคือ บิ๊กตุ๋ย ธนศักดิ์ สุระประเสริฐ หนึ่งในผู้ก่อตั้งสโมสรชลบุรี เอฟซี ที่ปัจจุบันเป็นอุปนายกสมาคม ฝ่ายต่างประเทศ ในยุคของ บิ๊กอ๊อด และประกาศตัวลงสมัครเพื่อต้องการจะสานงานที่ได้ทำเอาไว้ต่อเนื่องไป โดยที่ยังไม่มีการเปิดตัวทีมงานออกมา

เมื่อดูแค่การเปิดตัวทีมงานออกมา หลายฝ่ายก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ทีม มาดามแป้ง จะเป็นผู้ชนะแบบนอนมา และมาดามแป้งจะได้เป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่เป็นผู้หญิงคนแรกของประเทศไทย

ว่ากันตามกระบวนการต้องไปลุ้นกันในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 คนที่จะตัดสินอนาคตของวงการฟุตบอลไทยคือ โหวตเตอร์ทั้งหมด 73 เสียง มาจาก ไทยลีก 1 16 เสียง / ไทยลีก 2 18 เสียง / ไทยลีก 3 อันดับ 1-5 จาก 6 โซน รวม 30 เสียง / แชมป์อเมเจอร์ลีก 1 เสียง / แชมป์-รองแชมป์ ฟุตซอลลีก 2 เสียง (นับผลงานฤดูกาลที่กำลังจะจบลง) / แชมป์-รองแชมป์ ฟุตบอลหญิง 2 เสียง / แชมป์ฟุตซอลหญิง 1 เสียง / แชมป์ฟุตบอลชายหาด ประเภทชาย 1 เสียง / แชมป์ฟุตบอลชายหาดหญิง ประเภทหญิง 1 เสียง / สมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพ 1 เสียง

วิเคราะห์ตามเนื้อผ้า เมื่อเห็น 3 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการฟุตบอลมาร่วมกัน ทั้งเนวิน-นวลพรรณ-ปวิณ ว่ากันว่า 3 คนนี้สามารถควบคุมเสียงของสโมสรเอาไว้ได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง เหตุผลมาจากทั้ง 3 คนเข้าไปเป็นผู้สนับสนุนสโมสรต่างๆ อยู่ (มองจากทีมที่คาดอกด้วยสิงห์, ลีโอ, เมืองไทยประกันภัย) ก็มองภาพออกแล้วว่าบรรดาทีมเหล่านั้นไม่กล้าแตกแถวไปเลือกแคนดิเดตรายอื่น

ฉะนั้น การเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลครั้งนี้ใช้ได้ทั้งคำว่า แลนด์สไลด์, นอนมา, แบเบอร์ อย่างไม่ต้องสงสัย

สโลแกนของทีมงานมาดามแป้งคือ Better Together Team Thailandสื่อถึงการสลายขั้วต่างๆ ระดมหัวกะทิเข้ามาเพื่อช่วยกันพัฒนาวงการฟุตบอลไทยในทุกแง่ทุกมุม

เพียงแต่คำถามคือ การรวมหัวกะทิเข้ามาขนาดนี้ จะช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่?เพราะว่ากันตามตรง ตอนนี้ฟุตบอลไทยมองไปทางไหนก็เจอกับปัญหา ทั้งในส่วนของทีมชาติและเยาวชน ที่ขาดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ แม้ว่าผู้บริหารชุดที่ผ่านมาพยายามลองแล้วหลายระบบ หลายรูปแบบ แต่มันยังไม่เห็นผล จนตอนนี้ถูกชาติอาเซียนแซงไปแล้วด้วยซ้ำ

ไม่ใช่แค่ฟุตบอลชาย เพราะยังมีฟุตบอลหญิง, ฟุตซอล หรือฟุตบอลชายหาด ที่ต้องการคนเอาใจใส่และพัฒนาขึ้นมาอย่างเป็นระบบ

อีกหนึ่งปัญหาใหญ่คือ เรื่องสิทธิประโยชน์ฟุตบอลลีกที่สาละวันเตี้ยลงไปเรื่อยๆ จากที่เคยมีมูลค่าหลักพันล้านตอนนี้เหลือเพียง 0 จนทำให้สโมสรต้องออกมาหาเงินกันเอง ทั้งการขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดด้วยตัวเอง หรือการไม่มีเงินสนับสนุนจากสมาคม

นี่แค่ 2 ปัญหาใหญ่ๆ แต่ก็เป็นภาพใหญ่ที่สุดของวงการฟุตบอลที่ผู้บริหารชุดใหม่จะต้องรีบเข้ามาแก้ไขปัญหาถ้ารวมเอาหัวกะทิมาลงเรือลำเดียวกันแล้วยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ ก็คงจะไม่มีใครทำได้แล้วอีกเช่นกัน

จุดที่ต้องระวังคือ เรื่องของความเป็นกลาง!!! ถึงจะบอกว่าทีมงานชุดนี้สลายความขัดแย้งต่างๆ ไปได้แล้ว แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นด้วยกับทีมงานชุดนี้ทั้งหมดจะต้องมีผู้เห็นต่างอยู่บ้าง เพียงแต่สิ่งที่ทีมงานชุดนี้ต้องทำคือการมอบความเป็นกลางให้กับทุกฝ่าย ไม่ว่าใครจะอยู่ฝั่งเดียวกัน หรือคนละขั้วก็ตาม

เพราะที่ผ่านมาวงการฟุตบอลไทยเจอปัญหาของการเล่นพรรคเล่นพวกกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ยุคสมัยก่อน ก็มีคนมองว่าบางทีมได้รับผลประโยชน์เยอะเพราะเป็นผู้ควบคุมสมาคม หรืออย่างยุคล่าสุดก็มีคำครหานี้เช่นกัน

ทั้งหลายทั้งปวงต้องไม่ลืมว่า ความสำเร็จและความเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา ไม่ใช่ว่าผู้บริหารชุดใหม่เข้ามาแล้วจะสามารถทำให้ดีขึ้นได้เลย ต้องมีการวางรากฐาน แล้วก็ค่อยๆ เติบโตอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

และต้องไม่ลืมอีกเช่นกันว่า ตัวชี้วัดใหญ่อยู่ที่ความสำเร็จของทีมชาติไทยทุกชุด แค่นั้นเอง…

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image