เหรียญทองมาแล้ว ‘พาณิภัค’ เตะสมราคาเบอร์ 1 โลก ป้องกันแชมป์เทควันโด กีฬามหาวิทยาลัยโลก (คลิป)

“เทนนิส” พานิภัค วงศ์พัฒนกิจ จอมเตะสาวไทย เจ้าของเหรียญทองแดง โอลิมปิกเกมส์ 2016 และแชมป์โลก 2 สมัย โชว์ฟอร์มสมราคา ไล่เตะชนะคู่แข่งไปแบบขาดลอย ป้องกันแชมป์เทควันโด รุ่น 49 กก.หญิง กีฬามหาวิทยาลัยโลก ครั้งที่ 30 “นาโปลี 2019” ที่เมืองเนเปิลส์ ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม และถือเป็นเหรียญทองเหรียญแรกของนักกีฬาปัญญาชนไทยด้วย

พาณิภัคแชมป์เก่าเมื่อ 2 ปีที่แล้วที่ไต้หวัน และรั้งมือ 1 ของโลกในปัจจุบัน รอบแรกได้บาย มารอบสองหรือรอบ 16 คน ชนะโช เฮ จิน จากเกาหลีใต้ 22-8 เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะคามิล่า ซิลวา เบเซร์ร่า จากบราซิล 9-3 เข้ารอบรองชนะเลิศ ไล่เตะชนะแต้มขาดไคเรียกี้ คูตูกี้ จากไซปรัส 28-1 ตั้งแต่ยกสอง และรอบชิงชนะเลิศมาเจอกับจวง เทียน หยู จากไต้หวัน ซึ่งก็ไม่พลาด พาณิภัคชนะไป 17-0 ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ และเป็นแชมป์ที่ 3 ของจอมเตะสาวไทยในปีนี้ หลังจากก่อนหน้าได้แชม์เบลเยียม โอเพ่น ที่ประเทศเบลเยียม และแชมป์โลกสมัยที่ 2 ที่ประเทศอังกฤษ

เทนนิสกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ป้องกันแชมป์ได้ สำหรับคู่แข่งก็ไม่หนักมาก หลายคนเป็นนักกีฬาเก่าที่รู้ทางกันอยู่แล้ว บางคนก็เป็นหน้าใหม่ โดยเฉพาะคู่ชิงชาวไต้หวันคนนี้ไปซ้อมที่ไทยมาแล้ว ทำให้รู้ว่าเล่นอย่างไรและเตรียมแก้เกมมาอย่างดี ส่วนเป้าหมายต่อไป คือ การป้องกันแชมป์ซีเกมส์ ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ปลายปีนี้ รวมถึงการไปลุ้นเหรียญทองในโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปีหน้า ซึ่งเป็นเหรียญทองที่ฝันไว้และเป็นรายการเดียวที่ยังไม่เคยได้ แต่ยอมรับว่าไม่ใช่งานง่าย จะพยายามทำให้เต็มที่ และทุกครั้งที่ลงสนามก็บอกตัวเองไว้เสมอว่าจะต้องทำให้เต็มที่และดีที่สุดไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็จะไม่เสียใจ

ด้าน “จูเนียร์” รามณรงค์ เสวกวิหารี คว้าเหรียญทองแดงในรุ่น 58 กก.ชาย รอบแรก ชนะวาลเดท อัลลาราจ จากแอลเบเนีย 39-16 ผ่านเข้ารอบ 16 คน ชนะ อาร์เธอร์ ชาเคนอฟ จากคาซัคสถาน 22-10 เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะ จอร์จี้ กีร์ซีเยฟ จากรัสเซีย 34-26 ทะลุเข้ารอบรองชนะเลิศไปเจอกับ อาร์มีน ฮาดิปอร์ ไซกาลานี่ จากอิหร่าน ถึงแม้ว่าหนุ่มไทยจะสู้เต็มที่ แต่มีอาการเจ็บข้อเท้าขวาสะสมจนล้มลงไปกองกับพื้น จนต้องขอยอมแพ้ในยกสาม ชณะที่ตามอยู่ 16-33 แต่ก็ยังได้เหรียญทองแดงปลอบใจ

สุทธิศักดิ์หยิบทองแดงทศกรีฑา
“ปาร์ค” สุทธิศักดิ์ สิงห์ขรณ์ นักทศกรีฑา เจ้าของเหรียญเงินประวัติศาสตร์เอเชี่ยนเกมส์ของไทย เมื่อปีที่แล้ว คว้าเหรียญทองแดง ในกีฬาปัญญาชนโลกได้อีกรายการ หลังจากแข่งขันครบ 10 รายการ ทำคะแนนรวม 7,511 คะแนน เป็นอันดับ 3 เหรียญทองเป็นของเจมส์ อารอน บูธ จากนิวซีแลนด์ 7,827 คะแนน เหรียญเงิน อเล็กซานเดอร์ ไดมอนด์ จากออสเตรเลีย 7,593 คะแนน
นอกจากนั้นนักกรีฑาไทยยังทำผลงานได้ดีอีกหลายรายการ วิ่ง 200 เมตรชาย ณัฐพงศ์ วีระวงศ์รัตนศิริ ลงแข่งรอบคัดเลือก ทำเวลา 21.40 วินาที เข้ารอบรองชนะเลิศ เป็นอันดับที่ 20 ขณะที่ “เมย์” ปริญญา เฉื่อยมะเริง นักเขย่งก้าวกระโดด เหรียญเงิน เอเชี่ยนเกมส์หนล่าสุด รอบคัดเลือกทำสถิติ 13.40 เมตร เป็นอันดับ 4 เข้ารอบชิงชนะเลิศไปลุ้นเหรียญรางวัล

ชมภู่ทิพย์เข้าตัดเชือกหวดหญิงเดี่ยว
“พราว” ชมภู่ทิพย์ จันดาเขต นักหวดไทย มือวาง 7 ของรายการ มือ 541 ของโลก ทะลุเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ หลังจากเอาชนะวิคตอเรีย คาน มือวาง 3 ของรายการ มือ 393 ของโลกจากรัสเซีย โดยในเซตแรกเกมค่อนข้างสูสีต่างฝ่ายต่างยิงสโตรกสู้กันตลอดแต่ ชมภู่ทิพย์ชิงจังหวะบุกได้ดีกว่าทำให้เบรกเกมเสิร์ฟคู่ต่อสู้ได้ในเกม 7 ขึ้นนำ 4-3 ระหว่างพักสาวรัสเซียได้เรียกแพทย์เข้ามาดูอาการป่วยจากการหายใจไม่ทันก่อนจะลุกมาสู้ต่อ แต่สาวไทยชนะไป 6-4 แต่ขณะที่จะเริ่มเซตสอง สาวรัสเซีย ได้แจ้งกรรมการขอยอมแพ้เนื่องจากมีอาการหายใจไม่ทันและเล่นต่อไม่ไหวแล้ว ส่งผลให้ชมภู่ทิพย์ชนะทันที ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ การันตีเหรียญทองแดงแน่นอนแล้ว 
ขณะที่คู่ผสม “เนต” พลภูมิ โควาพิทักษ์เทศ จับคู่กับ “มะนาว” ธมจันทร์ มอมขุนทด เป็นคู่มือวาง 8 ของรายการ ชนะ คอเรีย ลูคัส กับ เมริโอ ดาเนียล่า โรซิโอ จากอาร์เจนตินา 6-2, 6-4 ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ พบ อนาสตาเซีย ซาริคก้า – โดมินิก เคลลอฟสกี้ คู่มือวาง 2 ของรายการจากเช็ก

ไทยขยับรั้งเบอร์24ญี่ปุ่นนำฝูงต่อ
ทัพปัญญาชนไทยเก็บไปแล้ว 1 ทอง 3 ทองแดง ขยับมาอยู่ในอันดับ 24 เป็นชาติอาเซียนที่ผลงานดีที่สุดในขณะนี้ ส่วนจ่าฝูงยังเป็นญี่ปุ่น 22 ทอง 16 เงิน 17 ทองแดง อันดับ 2 สหรัฐอเมริกาไล่มาที่ 22 ทอง 15 เงิน 11 ทองแดง อันดับ 3 จีน 18 ทอง 9 เงิน อันดับ 4 เกาหลีใต้ 12 ทอง 10 เงิน 13 ทองแดง อันดับ 5 รัสเซีย 11 ทอง 20 เงิน 28 ทองแดง อันดับ 6 “เจ้าภาพ” อิตาลี 11 ทอง 10 เงิน 15 ทองแดง

ติดตามข่าวเด็ดกีฬาดัง ทาง Line@ มติชนกีฬา (@matisport) คลิกเลย
เพิ่มเพื่อน    

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon