‘สาริศ’ แชมป์ปิดฤดูกาลกอล์ฟสิงห์-เอสเอที ที่ขอนแก่น พร้อมซิวเบอร์หนึ่งไทยแลนด์พีจีเอทัวร์

“โปรเซฟ” สาริศ สุวรรณรัตน์ เซฟพาร์หลุมแรกของการซัดเด้นเดธ เพลย์ออฟ เฉือนชนะ กัมลาศ นาเมืองรักษ์ คว้าแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์รายการที่สองของปี พร้อมผงาดอันดับหนึ่งนักกอล์ฟทำเงินของสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทยประจำปีนี้ ในการแข่งขันกอล์ฟอาชีพรายการ “สิงห์-เอสเอที ขอนแก่น แชมเปี้ยนชิพ 2019” ชิงเงินรางวัลรวม 3 ล้านบาท ที่สนามสิงห์ปาร์ค ขอนแก่น กอล์ฟคลับ จ. ขอนแก่น เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน

การแข่งขันรอบสุดท้าย โปรเซฟซึ่งออกสตาร์ตในฐานะผู้นำตีเกินไป 1 โอเวอร์พาร์ 73 รวมสี่วัน 8 อันเดอร์พาร์ 280 เท่ากับ กัมลาศ นาเมืองรักษ์ ที่พัตต์อีเกิลระยะ 30 ฟุตลงไปที่หลุมสุดท้ายของการแข่งขันก่อนจบสกอร์วันสุดท้ายเข้ามาอีก 5 อันเดอร์พาร์ 67 ต้องหาผู้ชนะด้วยการซัดเด้นเพลย์ออฟ

โดยนักกอล์ฟทั้ง 2 คนต้องต้องกลับไปเล่นที่หลุม 18 พาร์ 5 ระยะ 580 หลากันอีกรอบ โดย กัมลาศ พยายามสู้สองออนแต่ลูกตกน้ำส่งผลให้ สาริศ สุวรรณรัตน์ ที่แม้จบหลุมด้วยพาร์ ก็เพียงพอจะคว้าแชมป์ไปครองพร้อมรับเงินรางวัลไปครอง 360,000 บาท แซงขึ้นเป็นอันดับหนึ่งแชมป์ทำเงินออเดอร์ ออฟ เมอริท ด้วยเงินรางวัลสะสม 600,000 บาท ทิ้งอันดับสอง เศรษฐี ประคองเวช 197,900 บาท

สาริศที่คว้าแชมป์ไทยแลนด์พีจีเอทัวร์เป็นรายการที่สองของฤดูกาลต่อจากชัยชนะที่ กบินทร์บุรีสปอร์ตคลับ หรือ เคบีเอสซี เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กล่าวว่า “ภูมิใจครับที่ในปีนี้ทำผลงานในประเทศไทยได้ดี ถึงแม้ต่างประเทศหรือแมทช์เอเชี่ยนทัวร์จะไม่ค่อยดีเท่าที่ควร แต่ก็จบอันดับหนึ่งออเดอร์ ออฟ เมอริท ของสมาคมฯ และอันดับสามของออลไทยแลนด์ ก็ถือว่าทำได้เกินเป้าครับ”

นักกอล์ฟวัย 21 ปีซึ่งคว้าแชมป์ระดับอาชีพเป็นรายการที่สี่ในชีวิตยังกล่าวถึงการเล่นในรอบสุดท้ายที่ออกสตาร์ทด้วยการนำห่างอันดับสองถึง 4 สโตรกด้วยว่า “ตอนออกสตาร์ทเอาจริงๆเลยผมมีแผลอยู่จากแมทช์ที่แล้ว ออลไทยแลนด์ ที่เราได้ลุ้นออเดอร์ ออฟ เมอริท เหมือนกัน แล้วมันพลาดไปเพราะเราตีไม่ค่อยโอเค มันก็เลยค่อนข้างกดดัน”

“ก็พยายามตีให้สบายที่สุด พยายามไม่คิดอะไร ออกไปก็ทำได้ดี แต่มาดวงไม่ดีหลุม 4 ตีล้นไปนิดเดียวดันไปอยู่ขอบทรายที่เล่นแทบไม่ได้เลยออกโบกี้ จากนั้นก็มีโบกี้ตามมาอีก รอบหลังมันทำได้ดีแล้วแต่ก็ยังเสียสองโบกี้ติดแล้วดับเบิลอีก เกมมันพลิกไปพลิกมา โชคดีที่ตีเข้าไปกิฟเลยได้เบอร์ดี้หลุม 17 ก็เลยได้เพลย์ออฟ”

นักกอล์ฟทำเงินสูงสุดไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ 2019 ยังได้กล่าวถึงการเล่นซัดเด้นเดธเพลย์ออฟด้วยว่า “เขาขึ้นช็อตสองก่อนแล้วตีไม่อยู่ ผมก็เลยเปลี่ยนแผน ตอนแรกตั้งใจจะตีเข้ากลางกรีนเลยเพราะมีโอกาสเบอร์ดี้มากกว่า พอเขาตีตกน้ำก็ไม่รู้จะไปเสี่ยงทำไม เผื่อเราตีตกน้ำไปด้วยก็จะเสียโอกาสมาก”

ส่วนกัมลาส นาเมืองรักษ์ ที่จบอันดับสองรับเงินรางวัลปลอบใจไป 198,000 บาท ขณะที่ กิตติพร ชวนะพงศ์ ซึ่งออกสตาร์ทรอบสุดท้ายในอันดับสองตามหลังผู้นำ 4 สโตรก ทำสกอร์เข้ามาอีก 1 อันเดอร์พาร์ 71 รวมสี่วันจบอันดับสามที่สกอร์ 6 อันเดอร์พาร์ 282 เป็นผลงานดีที่สุดในไทยแลนด์พีจีเอทัวร์ของเขาและรับเงินรางวัลไปครอง 127,800 บาท

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สุดช็อก!! เหตุปะทะวิฯ 2 ศพ นกเขากว่า 80 ตัวช็อก หยุดขันแล้ว (คลิป)
บทความถัดไปได้ฤกษ์! ส.ป.ก.-ป่าไม้เตรียมเข้ารังวัดฟาร์มไก่ ‘ปารีณา’ 24 พ.ย.นี้