กกท.จัดใหญ่สัปดาห์วันกีฬาชาติ พร้อมมอบรางวัลยอดเยี่ยม 16 ธ.ค.นี้

กกท.จัดใหญ่สัปดาห์วันกีฬาชาติ พร้อมมอบรางวัลยอดเยี่ยม 16 ธ.ค.นี้

“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นประธานในการแถลงข่าวงานสัปดาห์วันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2564 ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา กกท. เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน

งานสัปดาห์วันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2564 เตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-15 ธันวาคม โดยนอกจากจะมีการมอบรางวัลในงานประกาศเกียรติคุณนักกีฬา ในวันที่ 16 ธันวาคม ยังมีกิจกรรมพิเศษเพิ่มเติม อาทิ การจัดนิทรรศการวันกีฬาแห่งชาติ, การเปิดเวทีเสวนาวิชาการ และกิจกรรมการแข่งขันกีฬาจาก 13 สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ได้แก่ ยิงปืน, ยิงเป้าบิน, เทคบอล, ซอฟท์เทนนิส, บาสเกตบอล, บาสเกตบอล (3?3), ปีนหน้าผา, เอ็กซ์ตรีม, เทเบิลเทนนิส, ฟุตบอล, ยิงธนู, เปตอง, ยูโด และ บอคเซีย ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าร่วมการแข่งขันและมีส่วนร่วมกับกิจกรรมวันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2564

ดร.ก้องศักด กล่าวว่า งานประกาศเกียรติคุณนักกีฬาดีเด่นเนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ จะมีขึ้นในวันที่ 16 ธันวาคม ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรตินักกีฬา และสร้างขวัญกำลังใจให้กับนักกีฬาตัวแทนประเทศที่ทุ่มเท เสียสละเวลาส่วนตัว ทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศ ซึ่งในปีที่ผ่านมานักกีฬาไทย เริ่มได้ออกไปแข่งขันรายการระดับนานาชาติหลายรายการ ทางคณะอนุกรรมการพิจารณาคัดเลือกผู้รับรางวัลด้านกีฬาดีเด่นจึงทำการพิจารณาคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลด้านกีฬาดีเด่นรวมแล้วมีทั้งสิ้น 10 ประเภท ใน 37 รางวัล

ดร.ก้องศักด กล่าวต่อว่า กกท. จะขอพระราชทานถ้วยรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อมอบแก่นักกีฬาดีเด่น จำนวน 8 รางวัล ประกอบด้วย 1.นักกีฬาสมัครเล่นชายดีเด่น 2. นักกีฬาสมัครเล่นหญิงดีเด่น
3.นักกีฬาเยาวชนสมัครเล่นชายดีเด่น 4.นักกีฬาเยาวชนสมัครเล่นหญิงดีเด่น 5.นักกีฬาอาชีพดีเด่น 6.นักกีฬามวยไทยอาชีพดีเด่น 7.นักกีฬาคนพิการชายดีเด่น และ 8.นักกีฬาคนพิการหญิงดีเด่น

ผู้ว่าการกกท. กล่าวเสริมว่า งานสัปดาห์วันกีฬาแห่งชาติ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-15 ธันวาคม ในครั้งนี้จะมาในรูปแบบคอนเซ็ปต์กีฬาสีขาว ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะเป็นการจัดแข่งขันกีฬาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษ และลดการใช้วัสดุต่างๆ ที่ทำลายสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ และเป็นการพัฒนาแบบยั่งยืน โดยเป็นการนำโมเดล BCG ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลที่รณรงค์ให้ททุกองค์กร รวมถึงวงการกีฬาให้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราจะนำมาเริ่มใช้ในวันสัปดาห์กีฬาแห่งชาติในครั้งนี้

ขณะที่นายประชุม บุญเทียม รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา กกท. กล่าวว่า ในการแข่งขันสัปดาห์กีฬาแห่งชาติ ทั้ง 13 ชนิดกีฬาจะเป็นการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย ที่ได้รับการการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ แต่การแข่งขันในครั้งนี้จะยังไม่สามารถให้ผู้ชมเดินทางมาที่สนามได้ เนื่องจากมาตรการโควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ แต่สามารถรับชมการถ่ายทอดสดผ่านทางสื่อออนไลน์ต่างๆ ของแต่ละสมาคมได้

“ส่วนไฮไลต์ในการแข่งขันครั้งนี้จะเป็นกีฬา ฟุตบอล อาวุโส ที่มีด้วยกันทั้งหมด 3 คู่ ส่วนคู่ที่น่าสนใจจะเป็นการพบกันของ ทีมชาติญี่ปุ่น และทีมชาติไทย ในเวลา 18.00 น. โดยผู้ชมทางบ้านสามารถรับชมได้ผ่านทางเฟสบุ๊คไลฟ์และช่องทางออนไลน์” นายประชุม กล่าวปิดท้าย

สำหรับโปรแกรมการแข่งขัน มีดังนี้
ยิงเป้าบิน 3-5 ธันวาคม
ซอฟท์เทนนิส 7 ธันวาคม
เทคบอล 6-9 ธันวาคม
บาสเกตบอล 5 คน ยู-18 9-10 ธันวาคม
บาสเกตบอล (3×3) 11-12 ธันวาคม
เอ็กซ์ตรีม 9-12 ธันวาคม
ปีนหน้าผา 10 ธันวาคม
เทเบิลเทนนิส 10-12 ธันวาคม
ฟุตบอล อาวุโส 11-12 ธันวาคม
ยิงธนู 10-15 ธันวาคม
เปตอง 13-14 ธันวาคม
ยูโด 12-14 ธันวาคม
บอคเซีย (สมอง) 13-15 ธันวาคม
ยิงปืน 14-19 ธันวาคม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon