‘ก้องศักด’ เผย ‘วาด้า’ ให้เวลาแก้กฎหมายแค่ 2 เดือนก่อนลงโทษ หวังไม่เกินก.พ.65 ปลดแบน

‘ก้องศักด’ เผย ‘วาด้า’ ให้เวลาแก้กฎหมายแค่ 2 เดือนก่อนลงโทษ หวังไม่เกินก.พ.65 ปลดแบน

“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)​ แถลงข่าวเรื่องความคืบหน้าการแก้ไขร่างกฎหมายควบคุมสารต้องห้ามทางการกีฬา หลังจากที่องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก หรือ “วาด้า” สั่งคาดโทษแบนจนไม่สามารถเป็นเจ้าภาพกีฬาระดับนานาชาติ รวมถึงการใช้ธงชาติไทยในเวทีนานาชาติ เป็นเวลา 1 ปี ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา กกท. เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม

ดร.ก้องศักด กล่าวว่า เรื่องที่ไทยโดนลงโทษนั้นเป็นเรื่องของเทคนิคและกฎหมายไม่ใช่ความบกพร่องในเรื่องของการตรวจสารต้องห้าม หรือไม่ทำตามกฎบัตรของวาด้า แต่ข้อกฎหมายไม่สอดคล้องกัน โดยไทยได้แก้ไขอัพเดทกับทางวาด้าตลอด แต่เมื่อเดือนกรกฎาคมทางวาด้าแจ้งมาว่ามีบางประเด็นที่ขัดกัน และให้เวลา 2 เดือนในการแก้ แต่ว่าไทยทำไม่ได้เนื่องจากต้องแก้ไขกฎหมายทั้งฉบับ ซึ่งเป็นกฎหมายแม่ จะต้องมีกระบวนการต่างๆ ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-4 เดือน

ผู้ว่าการกกท. กล่าวต่อว่า หากแก้ไขครั้งนี้ จะเป็นการแก้ในลักษณะที่ให้กฎหมายหลักเป็นกฎหมายกว้างๆ และทุกอย่างที่เป็นรายละเอียด ถ้าหากหลังจากนี้วาด้ามีอะไรแก้ไขอีกก็จะไม่ต้องแก้ไขกฎหมายหลักแล้ว สามารถไปแก้ที่ตัวกฎหมายลูกได้ก็จะทำได้รวดเร็วขึ้น

บิ๊กก้อง กล่าวเพิ่มเติมว่า กระบวนการต่างๆ นั้น ตอนนี้ได้ผ่านการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกา เตรียมนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดว่าอย่างช้าวันที่ 28 ธันวาคมนี้ จากนั้นรอดูว่าจะออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) หรือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ถ้าเป็นพ.ร.ก.จะลดขั้นตอนลงเสร็จราวๆ เดือนมกราคม พ.ศ.2565 แต่ถ้าเป็นพ.ร.บ. จะต้องผ่านรัฐสภา แต่อย่างช้าก็จะไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 หลังจากนั้นจะมาประกาศเป็นกฎหมาย และออกกฎหมายลูกออกมาบังคับใช้ต่อไป

“หลังจากทุกขั้นตอนของการแก้ไขกฎหมายในประเทศเรียบร้อย จะดำเนินการประสานกับวาด้า เพื่อขอให้ปลดโทษแบนเร็วกว่ากำหนด แบ่งเป็น 3 เรื่อง ก็คือการให้คนไทยหรือตัวแทนรัฐบาลไทยเข้าไปเป็นกรรมการในสหพันธ์กีฬานานาชาติ, เรื่องการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ที่จะปลดล็อคทันทีเมื่อแก้ไขกฎหมายเรียบร้อย แต่เรื่องธงชาติไทยนั้น ตามกฎจะต้องรอถึงการแข่งขันครั้งต่อไป แต่ถ้ารอจะเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ จึงจะขอให้ทางวาด้ายกเว้นโทษนี้ทันที ซึ่งอยู่่ที่ดุลยพินิจของวาด้า แต่ถ้าไม่ได้ก็เตรียมที่จะทำเรื่องไปยังอนุญาโตตุลาการศาลกีฬาโลก ซึ่งจะทำเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด”

ดร.ก้องศักด กล่าวปิดท้ายว่า ทุกขั้นตอนทางกกท.พยายามเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ ที่ผ่านมามีการประสานความเข้าใจกับทางวาด้ามาโดยตลอด ซึ่งเป็นไปด้วยดี ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนช่วยให้ทุกขั้นตอนเร็วขึ้น กกท.เองอยากเห็นประเทศไทยพ้นโทษแบนโดยเร็วที่สุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon