‘จักริน’ ครองเจ้าลมกรดเอเชีย ทุบสถิติเอเชี่ยนพาราเกมส์ คว้าทองที่ 3 ทัพไทย

‘จักริน’ ครองเจ้าลมกรดเอเชีย ทุบสถิติเอเชี่ยนพาราเกมส์ คว้าทองที่ 3 ทัพไทย

“มอส” จักริน ดำมุนี นักวิ่งหนุ่มพาราไทย ทะยานครองตำแหน่งเจ้าลมกรดพาราเอเชีย หลังคว้าเหรียญทอง 100 เมตรชาย พร้อมทุบสถิติเอเชี่ยนพาราเกมส์กระจุย ตั้งเป้าคว้าตั๋วลุย “พาราลิมปิกเกมส์ 2024” ให้ได้ ขณะที่ “เดฟ” อภิสิทธิ์ ทาพรม ซิวเหรียญเงินวิ่ง 400 เมตรชาย

การแข่งขันกรีฑา ในมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 ที่สนามหวงหลง สปอร์ต เซ็นเตอร์ ภายในนครหางโจว ประเทศจีน เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม เป็นการชิงชัยในวันแรก

ในรายการวิ่ง 100 เมตร ชายคลาส T13 “มอส” จักริน ดำมุณี จากสมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย ดีกรีเหรียญทองแดง เวิลด์ พารา แอธเลติกส์ แชมเปี้ยนชิพ 2023 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ควบฝีเท้าเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกทำเวลาได้ 11.00 วินาที จักริน คว้าเหรียญทองที่ 3 ให้กับทัพพาราไทในการแข่งขันครั้งนี้

Advertisement

นอกจากนี้ จักริน ยังพังสถิติเอเชี่ยนพาราเกมส์ ของ ยี ชิ หยวน นักวิ่งจากจีนที่เคยทำเอาไว้ 11.19 วินาทีได้สำเร็จ ส่วนเหรียญเงินตกเป็นของ วาฮิด อัลลินาจิมี ทีมชาติอิหร่าน ที่ทำเวลาเข้ามา 11.27 วินาที และอันดับ 3 โดนิโยร์จอน อัคห์เมดอฟ จากอุซเบกิสถาน ที่ทำเวลาเข้ามา 11.35 วินาที ซิวเหรียญทองแดง

หลังการแข่งขัน “มอส” จักริน เปิดเผยว่า ดีใจมาก สมกับที่ซ้อมมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เสร็จเวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ก็มีการซ้อมต่อเนื่อง ถือว่าทำได้ตามเป้า ส่วนการทำลายสถิติด้วยถือว่าเป็นอีกหนึ่งโบนัส อยากพัฒนาต่อไป เพื่อเอาเหรียญพาราลิมปิกเกมส์ 2024 ให้ได้ต่อไป

“การทำลายสถิติครั้งนี้ มีการพักผ่อน และเก็บตัวเพื่อจะมาระเบิดตอนแข่งขัน เอาเวลาที่ดีที่สุด จริงๆ รายการนี้หวังติดเหรียญเท่านั้น แต่คว้าเหรียญทองมาได้ ถือว่าประสบความสำเร็จ ส่วนตัวยังหวังอีก 1 เหรียญทอง ประเภท 400 เมตรชาย ซึ่งเป็นระยะที่ถนัดของตัวเอง”

ขณะที่รายการวิ่ง 400 เมตรชาย คลาส T37 “เดฟ” อภิสิทธิ์ ทาพรม นักวิ่งทีมชาติไทยเจ้าของเหรียญเงินอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 12 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 ทำเวลาได้ 56.63 วินาที คว้าเหรียญเงินมาครอง และเป็นสถิติที่ดีที่สุดของเจ้าตัวในปีนี้

โดยอภิสิทธิ์พ่ายแพ้ให้กับคู่ปรับเพื่อนร่วมชาติอาเซียนอย่าง ซัปโตโยโก พูร์โนโม จากอินโดนีเซีย ที่คว้าเหรียญทองไปครอง ด้วยเวลา 54.80 วินาที และธาเมอร์ อาห์เม็ด อัลซาห์รานี จากคาซัคสถาน เข้าป้ายอันดับที่ 3 ทำเวลาได้ 57.55 วินาที คว้าเหรียญทองไปครอง

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image