คลุกวงหุ้น : “ทรีนีตี้” มองหุ้นไทยแกว่งแคบ หลังหมดวันหยุดยาว ให้กรอบระดับ 1,330 -1,380 จุด (ชมคลิป)

คลุกวงหุ้น : “ทรีนีตี้” มองหุ้นไทยแกว่งแคบ หลังหมดวันหยุดยาว ให้กรอบระดับ 1,330 -1,380 จุด

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยในรายการคลุกวงหุ้นว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ คาดว่าดัชนีจะเคลื่อนไหวแกว่งตัวแคบ เนื่องจากมีวันซื้อขายค่อนข้างน้อยกว่าปกติ เพราะมีช่วงวันหยุดยาว รวมถึงปัจจัยที่จะสนับสนันหรือกดดันตลาดหุ้นยังไม่มีน้ำหนักมากนัก อาทิ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่คาดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบายแต่อย่างใด

ซึ่งในส่วนของนโยบายด้านอัตราดอกเบี้ยน่าจะยังดำเนินการต่อเนื่อง ทำให้จากปัจจัยต่างประเทศที่ยังไม่มีอะไรมากนัก ส่วนปัจจัยในประเทศ เป็นเรื่องของผลประกอบการไตรมาส 2/2563 ที่ทรีนีตี้ได้พูดมาตลอดว่า ปัจจัยเรื่องผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ความกังวลสะท้อนอยู่ในราคามากแล้ว จึงคาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ระดับ 1,330 -1,380 จุด

นายณัฐชาตกล่าวว่า ปัจจัยที่ต้องติดตาม เป็นเรื่องธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่คาดว่าคงไม่ได้มีเรื่องสร้างความแปลกใจให้กับตลาดออกมา ทั้งทางบวกหรือทางลบ รวมถึงติดตามการรายงานตัวเลขพีเอ็มไอของจีน ที่จะออกมาในช่วงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ซึ่งต้องติดตามว่า ตัวเลขจะมีพัฒนาการเชิงบวกขึ้นบ้างหรือไม่ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจไทย ประจำเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเดือนที่มีการเปิดเมืองบ้างแล้ว จึงคาดหวังว่าในเดือนดังกล่าว ตัวเลขที่จะออกมาในเดือนมิถุนายนจะต้องดีกว่าพฤษภาคมให้ได้ สำหรับอัตราส่วนกำไรต่อหุ้น (อีพีเอส) หลังจากช่วงที่ผ่านมา เป็นช่วงการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย ซึ่งทรีนีตี้ ไม่ได้ให้น้ำหนักมากนัก แต่เฝ้าติดตามอยู่ในส่วนของตัวเลขผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ออกมานั้น จะนำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนของนักวิเคราะห์ ทั้งในส่วนของปี 2563 และปี 2564 มากน้อยเท่าใด ซึ่งหากมีการปรับลดประมาณการปี 2564 ลงมาก จะส่งผลกระทบต่อระดับดัชนีเป้าหมายที่ให้ไว้ได้

“ความกังวลความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนที่จะกลับมาทำสงครามการค้ารอบใหม่นั้น ประเมินว่ายังไม่ได้มีนัยยะสำคัญมากนัก โดยมองว่าน่าจะเป็นสงครามทางการทูตมากกว่า หลังจากสหรัฐได้ปิดสถานทูตจีนในสหรัฐไปบางแห่ง ทำให้ตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมามีความผันผวนในช่วงท้ายๆ แต่ยังมองในสมมุติฐานเดิมว่า หากยังไม่ถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ การก่อสงครามการค้าครั้งใหม่ น่าจะยังยากอยู่ ส่วนกลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุนคือ ให้ชะลอการลงทุนก่อน เพื่อหาจังหวะในการเข้าลงทุนใหม่อีกครั้ง” นายณัฐชาตกล่าว

ส่วนหุ้นเด่นจะเป็นตัวไหน ต้องติดตามในรายการคลุกวงหุ้น!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ทั่วโลกติด ‘โควิด’ ใกล้ถึง 17 ล้าน มะกันป่วยจ่อแตะ 4.5 ล้าน
บทความถัดไป‘ทรัมป์’ ชี้ ‘ไฮดรอกซีคลอโรควิน’ สกัดโควิดไม่ได้ก็เพราะตนแนะนำ