‘เมย์แบงก์ กิมเอ็ง’ แนะจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ มองพลิกมาหนุนตลาดหุ้นไม่ขึ้น

{"source_sid":"7CD8856F-73F4-4C98-B2EE-FAFDE0FD26FB_1592198498988","subsource":"done_button","uid":"7CD8856F-73F4-4C98-B2EE-FAFDE0FD26FB_1592198498950","source":"other","origin":"gallery"}

‘เมย์แบงก์ กิมเอ็ง’ แนะจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ มองพลิกมาหนุนตลาดหุ้นไม่ขึ้น

นายธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์ นักกลยุทธ์เศรษฐศาสตร์มหภาค บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ประเมินผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของคฯะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ จากการประชุม ครม. นัดแรกเมื่อวานนี้ (13 สิงหาคม) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายพร้อมตั้งศูนย์บริหารและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจากโควิด-19 ซึ่งจะมีการหารืออย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ โดยแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจจะยังเน้นการช่วยเหลือประชาชน และภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นมาตรการต่อเนื่องจากครม. ชุดก่อน อาทิ ต่ออายุการอุดหนุนด้านพลังงานก๊าสแอลพีจี ภาคครัวเรือน, เอ็นจีวี รถสาธารณะ , การประกันราคาสินค้าเกษตร , การขยายระยะเวลาช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและเอสเอ็มอี ในวงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท

“มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ ยังถือเป็นมาตรการขั้นพื้นฐาน ที่รัฐบาลจำเป็นจะต้องทำอย่างต่อเนื่องคือ การมุ่งเน้นกระตุ้นการบริโภค และฟื้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกยังน่ากังวล บวกกับประเทศต่างๆ ยังคงล็อคดาวน์ ทำให้การพึ่งพารายได้จากต่างประเทศอย่างการท่องเที่ยว หรือแม้แต่การส่งออกสินค้าเป็นได้ยาก” นายธีรเศรษฐ์กล่าว

นายธีรเศรษฐ์กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น ยังคงให้น้ำหนักกับการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูการประกาศงบ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสำคัญหลายเรื่องในต่างประเทศที่ต้องจับตา นำโดยการประกาศใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของรัสเซียเป็นรายแรกของโลก รวมถึงความไม่แน่นอนกรณีข้อตกลงทางการค้าเฟส 1 ระหว่างสหรัฐฯ-จีน ที่จะมีการหยิบขึ้นมาหารือกันอีกครั้งช่วงสุดสัปดาห์นี้ ทำให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ที่เป็นไปในลักษณะการดำเนินงานที่ต่อเนื่อง เพื่อประคองเศรษฐกิจให้ค่อยๆ ฟื้นตัว และเตรียมรองรับหากเกิดการแพร่ระบาดระลอก 2 จึงไม่น่าจะมีผลถึงขนาดพลิกมาขับเคลื่อนตลาดหุ้นไทยในภาพรวมได้มากนัก การลงทุนจึงเน้นเป็นหุ้นที่น่าจะได้ประโยชน์ โดยเน้นกลุ่มการบริโภคในประเทศเป็นหลัก อาทิ ซีบีจี บีเจซี และเอ็ม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘จุฑาธิป’ ยังเจ๋ง ผงาดเข้าชิง ‘ชนิภรณ์’ ศึกสองล้อลู่ ‘ควีนส์สิริกิติ์’ สนามที่ 3
บทความถัดไป‘บาเยิร์น’ แกร่งทั่วแผ่นปลิดชีพทีมต่างดาวไล่ยำ ‘บาร์ซ่า’ 8-2 ฉลุยตัดเชือกแชมเปี้ยนส์ลีก