คลุกวงหุ้น : “ทรีนีตี้” มองหุ้นไทยปรับลงไม่แรง หากไม่มีปัจจัยลบกระแทกซ้ำ (ชมคลิป)

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยในรายการคลุกวงหุ้นว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ หลังจากช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยปรับลดระดับลงค่อนข้างแรง ทำให้ในสัปดาห์นี้ หากไม่มีปัจจัยลบกระหน่ำเข้ามาเพิ่มเติม ก็ประเมินว่าการปรับลดระดับลง อาจไม่ได้รุนแรงเท่าสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงประเมินกรอบการเคลื่อนไหวไว้ที่ระดับ 1,280-1,320 จุด

นายณัฐชาต กล่าวว่า ปัจจัยที่ต้องติดตาม สืบเนื่องมาจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยปัจจัยต่างประเทศ เป็นเรื่องของความสัมระหว่างสหรัฐและจีน ที่เปรียบเหมือนสงครามจิตวิทยา ซึ่งมองว่าจะเป็นเพียงปัจจัยรบกวนเท่านั้น ยังไม่ถือว่าเป็นปัจจัยที่จะส่งผลกระแทกแรงๆ ต่อตลาดหุ้น เนื่องจากประเมินว่าสงครามการค้า หากจะมาจริงๆ จะมาในช่วงหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเสร็จสิ้นแล้ว แต่เมื่อมีข่าวแง่ลบรายวันออกมา ก็จะเป็นปัจจัยรบกวน ที่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงได้

นายณัฐชาต กล่าวว่า ส่วนปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตาม ต้องบอกว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้ระดับดัชนีปรับตัวลดลงมา เกิดจากปัจจัยพื้นฐานในเรื่องของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยด้วย เนื่องจากเมื่อบจ.รายงานงบการเงินออกมาแล้ว นักวิเคราะห์ได้ปรับประมาณการกำไรบจ.ลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้มูลค่า (แวลูเอชั่น) และราคาหุ้นจำเป็นต้องถูกปรับลดลงตามด้วย รวมถึงสถานการณ์การระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ต้องติดตามว่าจะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นหรือไม่ หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อคนไทย 1 ราย

“ปัจจัยบวกเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ หลังจากมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่แล้ว โดยคาดว่าจะมีมาตรการออกมาภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ และเป็นมาตรการกระตุ้นเกี่ยวกับการบริโภค การท่องเที่ยว การจ้างงาน และช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่างๆ ซึ่งจะเป็นตัวช่วยลดทอนบรรยากาศการลงทุนอื่นๆ ที่ติดลบลงได้ ส่วนกลยุทธ์ที่แนะนำในการลงทุนคือ เนื่องจากได้ระดับดัชนีเหมาะสมที่ 1,280-1,320 จุด หากดัชนีในปัจจุบันเกินระดับดังกล่าวขึ้นไป แนะนำให้ชะลอการลงทุน แต่หากต้องการลงทุน สามารถเลือกลงทุนในหุ้นรายตัวในกลุ่มที่มีปัจจัยบวกได้” นายณัฐชาต กล่าว

ส่วนหุ้นเด่นจะเป็นตัวไหน ต้องติดตามในรายการคลุกวงหุ้น!

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“สุริยะ” ดันผู้บริหารหน่วยงานรัฐ-รัฐวิสาหกิจใช้รถอีวีกระตุ้นตลาด
บทความถัดไปก้องศักด ยันนักกีฬาต่างชาติต้องกักตัว14วัน ก่อนร่วมศึกเอเชี่ยนอินดอร์ฯ