ปชช.ปักหลักรอร่วมพระราชพิธีแม้ฝนตกหนักแถวยาวถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ตุลาคม ที่บริเวณหน้าโรงแรมรอแยล รัตนโกสินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศหนึ่งวันก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเปิดจุดคัดกรองให้ประชาชนเข้าเพื่อจับจองพื้นที่เข้าชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

ตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวันที่ 22 ตุลาคม ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศต่างเข้ามาจับจองพื้นที่ริมทางเท้าริมคลองหลอดกันอย่างแน่นขนัด ยาวไปตามถนนราชดำเนินในไปจนถึงบริเวณแยกคอกวัว อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เจ้าหน้าที่จึงได้ปัดแถวให้มาต่อบริเวณถนนอัษฎางค์ต่อเนื่องไปจนสะพานช้างโรงสี ประชาชนแต่ละคนได้นำเอาผ้าใบมาปูนั่ง มีร่มกางเพื่อกันแดดและฝน ไปจนถึงถุงพลาสติกขนาดใหญ่เพื่อคลุมอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ให้เปียกเมื่อโดนฝน ตลอดจนหมวกคลุมอาบน้ำที่นำมากันไม่ให้ผมเปียก รวมถึงยังได้เตรียมอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างเพาเวอร์แบงก์ที่บรรจุไฟจำนวนมากสำหรับชาร์จโทรศัพท์อีกด้วย

นอกจากนี้ ประชาชนได้นำผ้าใบมาผูกกับเสา ต้นไม้ เพื่อกันแดด กันฝน ส่วนหนึ่งยังได้นำเอาเต็นท์มากางเพื่อนอนพักแรมด้วย โดยประชาชนส่วนใหญ่ต่างนำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมาด้วย เพื่อจะได้ชูระหว่างที่นั่งชมริ้วขบวน
และเนื่องจากตั้งแต่ช่วงค่ำคืนของวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา มีฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ทำให้ประชาชนต่างเปียกชุ่ม ประชาชนที่มาจับจองส่วนหนึ่งต่างนำเอาผ้ามาปูจองพื้นที่และเข้าไปหลบฝนในพื้นที่ร่ม อาทิ ลานจอดรถโรงแรมรอแยล รัตนโกสินทร์ และตามร้านค้าต่างๆ

ทั้งนี้ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ พบว่าแม้ประชาชนจะต่อแถวกันเป็นจำนวนมากเพื่ออยากเป็นคนแรกๆ แต่ก็ไม่มีหัวแถวชัดเจน ประชาชนแค่ต้องการจะอยู่ใกล้จุดคัดกรองให้ได้มากที่สุด โดยตลอดเส้นทางมีพ่อค้าแม่ค้าคอยเดินขายผ้าปูรองนั่ง ร่ม และชุดกันฝน ซึ่งแม่ค้าบางรายกล่าวว่า ยอมขายชุดกันฝนราคาต่ำกว่าตามงานอื่นๆ จาก 40 บาท เหลือ 20 บาท เพราะอยากร่วมทำบุญ

นางพิศมัย โคพิชัย อายุ 57 ปี จาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กล่าวว่า เดินทางมาตั้งแต่ช่วงวันที่ 22 ตุลาคม โดยตั้งใจว่าจะเข้าทางประตูรัตนโกสินทร์ แม่พระธรณีบีบมวยผม เพราะจากที่เคยเดินทางมาก่อนหน้านี้ เข้าประตูนี้อยู่ตลอด แต่ก็พลาดไปรอบริเวณริมทางเท้าคลองหลอด ซึ่งเจ้าหน้าที่อาจจะไม่ให้เข้า จึงได้ย้ายมารอบริเวณทางเท้าถนนราชดำเนินกลางแทน ก่อนหน้านี้มากราบพระบรมศพแล้ว 20 กว่าครั้ง จึงค่อนข้างรู้จักพื้นที่ วันนี้ก็มากับเพื่อนที่เจอบนรถไฟ 6 คน นำเต็นท์มากางนอน และอาศัยอาบน้ำ 15 บาท และเข้าห้องน้ำโรงแรม เมื่อฝนตกก็เข้าไปหลบฝนที่อาคารจอดรถ

นอกจากนี้แม้จะเป็นโรคประจำตัว 3 โรค อย่างเบาหวาน ข้อเข่า ความดัน ก็ได้เตรียมยารักษาโรคมาด้วย และไม่ได้กังวลเรื่องอาการป่วยใดๆ นานเท่าไหร่ก็ทนไหว

พิศมัย โคพิชัย

นางสมควร อร่ามเจริญ อายุ 55 ปี และ นางกาญจนา ลัทธิธนธรรม อายุ 72 ปี จาก จ.นนทบุรี ซึ่งเดินทางมาถึงตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม และได้จับจองพื้นที่ริมทางเท้าคลองหลอดเป็นคิวแรกๆ กล่าวร่วมกันว่า เดินทางมาด้วยกัน 2 คน เพราะอยากมาทำหน้าที่ลูกครั้งสุดท้ายให้ดีที่สุด

แม้ว่าตลอดคืนที่ผ่านมาจะมีฝนตกหนักอย่างไม่สามารถเตรียมตัวได้ กางถุงพลาสติกคลุมสิ่งของไม่ทัน เสื้อผ้าที่เตรียมมา 3-4 ชุดก็เปียก ผมที่ทำมาอย่างดีก็พัง แต่ก็ยังโชคดีที่ได้คนขายพวงมาลัยบริเวณดังกล่าวช่วยไว้ พาไปนอนค้างที่บ้านและยังซักผ้าให้ด้วย จึงได้นำแผ่นพลาสติกวางจองไว้และไปค้างแรม 1 คืน ทำให้เห็นว่าคนไทยเป็นคนรวยน้ำใจ โดยตนไม่ได้จองโรงแรมมา เพราะว่าคืนหนึ่งราคา 2,800 บาท ถือว่ามีราคาแพง อีกทั้งคงจะไม่ได้นอน แต่ก็เตรียมหมอนและกระเป๋ามาหนุนนอน หนักแค่ไหนก็ไม่กลัว เพราะถือว่าครั้งสุดท้าย และ ไม่เรียกว่าอดทน เพราะนี่คือความภูมิใจที่ได้ทำ

กาญจนา – สมควร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จุดคัดกรองที่ 5 สะพานช้างโรงสี กระทรวงกลาโหม ประชาชนต่างเข้ามาจับจองพื้นที่ตลอดแนวถนนอัษฎางค์ และถนนบำรุงเมือง ยาวผ่านหน้ากระทรวงมหาดไทย และเลี้ยวมุมไปจนวัดราชบพิธฯ โดยประชาชนในจุดนี้ต่างเตรียมพร้อม นำเอากระดาษมาเขียนป้ายหัวแถวที่ 1 และ 2 ไปจรดสุดถนน ซึ่งประชาชนหลายคนเห็นว่าพื้นที่นี้สามารถเข้าไปได้ใกล้ศาลหลักเมืองและประชาชนไม่เยอะเท่าโรงแรมรัตนโกสินทร์ จึงได้มุ่งมายังจุดคัดกรองนี้

ขณะที่ จุดคัดกรองสะพานมอญ ประชาชนก็ต่างได้มาจับจองพื้นที่แม้จะมีจำนวนไม่มากเท่าจุดอื่นๆ แต่ก็ยาวไปตามถนนมุ่งไปบริเวณบ้านหม้อ

นายสมภพ วงษ์ทอง อายุ 39 ปี อดีตพนักงานเอกชนที่ลาออกจากบริษัทรถยนต์แห่งหนึ่ง ทิ้งเงินเดือนกว่าครึ่งแสนไปทำเกษตรตามรอยพระบาท ที่ จ.นครสวรรค์ บ้านเกิด ถือโอกาสน้ำท่วม ไม่ต้องกังวลเรื่องผลผลิต เนื่องจากเสียหายหมดแล้ว ชวนเพื่อนรุ่นน้อง นายสันติ สุกกลิ่น อายุ 19 ปี ชาวกรุงเทพฯ มาร่วมกางเต็นท์เข้าคิวบริเวณเชิงสะพานช้างโรงสี กล่าวว่า ตั้งใจแต่แรกว่าจะเดินทางมาจับจองพื้นที่ในวันที่ 24 ตุลาคม แต่เมื่อได้ดูข่าวแล้วก็คิดว่าจำเป็นต้องรีบมาก่อน อีกทั้งบ้านยังน้ำท่วมผลผลิตเสียหาย ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร จึงรีบมาจับจองพื้นที่ตั้งแต่ 3 ทุ่มของวันที่ 23 ตุลาคม แต่เมื่อมาถึงพบว่าแถวรัตนโกสินทร์ยาวมาก จึงได้มาจองที่สะพานช้างโรงสี

เตรียมเสื้อผ้า เสื้อเชิ้ตมาใส่รับชมพิธี 3 ชุด และเพาเวอร์แบงก์พลังงานแสงอาทิตย์ ที่นำตากแดดไว้เป็นการชาร์จไฟเข้าเพาเวอร์แบงก์ ส่วนเรื่องอาบน้ำนั้นก็คงจะไม่ได้อาบ เน้นการล้างหน้า แปรงฟัน เอาน้ำเช็ดตัวแทน เพราะมีแต่รถโมบาย ไม่มีห้องให้อาบน้ำ

ทั้งนี้ไม่ได้ตั้งใจจะกางเต็นท์นอน แต่เมื่อต้องเจอกับพายุฝนที่ตกหนักเมื่อวานนี้ รวมจนถึงตอนเช้าถึง 3 รอบ จึงได้กาง และไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่จะให้นำเข้าหรือไม่ หากไม่ให้ก็คงจะนำไปฝากไว้หรือให้เจ้าหน้าที่ยึดไป

สันติ – สมภพ

ด้าน นางผ่องเพ็ญ เดชวิไล อายุ 54 ปี กล่าวด้วยน้ำตาว่า เนื่องจากติดธุระตอนเช้า จึงได้เดินทางมาถึงสาย ไปหาหมอที่ รพ.พระมงกุฎเกล้าแล้วค่อยเข้ามาเข้าคิว โดยมาจองให้เพื่อนอีก 3 คน นำเสื้อผ้าต่างๆ มาเปลี่ยน โดยตั้งใจว่าจะเข้าจุดคัดกรองรัตนโกสินทร์ เนื่องจาก 2 ครั้งที่แล้วที่ได้มาชมการซ้อมริ้วขบวน พบว่าจุดนี้ดีที่สุด เนื่องจากปล่อยเป็นแถวเดียว แต่จุดกลาโหมเป็นสี่แยกที่ต้องแย่งกันวิ่งเข้า จึงมารอในจุดแม่พระธรณีบีบมวยผมแม้จะมีคนมากเท่าไหร่ก็ตาม นอกจากเสื้อผ้าก็เตรียมยารักษาโรค เสื้อกันฝน ถุงพลาสติก สบู่ แปรงสีฟัน ร่ม และชุดกันฝน โดยแม้จะมีฝนตกก็ไม่กลัวเพราะดีกว่าต้องเจอแดดร้อนที่ทำให้อาจเป็นลมได้

ผ่องเพ็ญ เดชวิไล

“รักพระองค์มาก ดั่งชีวิต ไม่มีสิ่งใดมาเปรียบได้ ด้วยความที่แม่เป็นลูกเสือชาวบ้าน ทำให้มีโอกาสได้ซึมซาบพระราชกรณียกิจต่างๆ มาก อาจเคยได้ไปรับเสด็จตามที่ต่างๆ แต่ก็ไม่เคยได้เห็นชัดเพราะอยู่แต่ที่ไกลๆ วันนี้จึงตั้งใจว่าจะต้องมาส่งเสด็จพระองค์ให้ได้ เพราะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะทำเพื่อพระองค์” นางผ่องเพ็ญกล่าว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon