ปิดสะพานปิ่นเกล้า-สะพานพุทธ วันพระราชพิธีฯ ใช้สะพานซังฮี้-สะพานพระปกเกล้าแทน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 ตุลาคม ที่ศูนย์สื่อมวลชน หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (กอร.พระราชพิธีฯ)

โดย นายสราวุท ทรงศิวิไล ผู้ตรวจราชการกระทรวงและโฆษกกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งแนะนำว่าการเดินทางที่สะดวกที่สุดเพื่อเข้ามายังบริเวณพระราชพิธีมี 2 รูปแบบคือ การเดินทาง มายังจุดรับส่ง 5 จุดหลัก มีที่จอดรถของ บชน.และกระทรวงคมนาคม รวมทั้งภาคเอกชน เพิ่มอีก 17,000 คัน รวมเป็นกว่า 40,000 คัน และต่อรถชัทเตอร์บัสเข้ามายังบริเวณพระราชพิธี และการเดินทางโดยทางเรือ ที่ล่าสุดได้เปิด ท่าเรือท่าช้าง ให้สามารถจอดรับส่งประชาชนได้เพิ่มเติม จากเดิมที่มี 3 ท่า ได้แก่ ท่าเรือสะพานพระปิ่นเกล้า ท่าเรือราชินี และท่าเรือยอดพิมาน

ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่เดินทางทางบก จะปิดสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 25 ตุลาคม โดยประชาชนสามารถใช้สะพานพระราม 8 หรือสะพานซังฮี้ แทนได้ และจะปิดสะพานพระพุทธยอดฟ้า ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 26 ตุลาคม โดยสามารถใช้สะพานพระปกเกล้าแทนได้

“ประเมินว่าตลอดวันที่ 25-27 ตุลาคมนี้ จะมีประชาชนเดินทางเข้ามาจากต่างจังหวัดรวมทั้งเดินทางมายังบริเวณพระราชพิธีและจะมีการใช้ระบบขนส่งคมนาคมทั้งหมดเกือบ 3 ล้านเที่ยวคนต่อวัน ขณะนี้กระทรวงได้เตรียมพร้อมการเดินทางทุกหมวด และจะมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ มีแผนสำรอง ยืนยันว่าสามารถรองรับการเดินทางประชาชนทั้งการเดินทางเข้ามาและการส่งกลับบ้านด้วยความสะดวกและปลอดภัย ทั้งนี้ ตลอดวันที่ 26 ตุลาคมนี้ บริการขนส่งต่างๆ อาทิ รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที รถไฟแอร์พอร์ตลิงค์ โทรล์เวย์ มอเตอร์เวย์ เรือด่วนเจ้าพระยา เรือคลองแสนแสบ รถประจำทาง ขสมก.จะให้บริการฟรีตลอดทั้งวัน” นายสราวุทกล่าว และว่า

“เมื่อเข้าสู่บริเวณพระราชพิธี ได้มีการติดตั้งป้ายคัตเอ้าท์ 35 จุด ซึ่งจะเป็นป้ายประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบว่าตอนนี้อยู่จุดใด และจะแสดงรายละเอียดจุดที่ปิดการจราจร จุดที่สามารถไปถวายดอกไม้จันทน์ จุดบริการอาหาร ห้องน้ำ รวมทั้งจุดเข้า-ออก และจะมีการแจกแผ่นพับแสดงรายละเอียดให้ประชาชนศึกษาข้อมูลการเดินทาง ในจุดรับส่งต่างๆ ทั้งทางบกและทางน้ำ”

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก กล่าวว่า จากกรณีที่มีประชาชนผ่านจุดคัดกรองเข้ามาจับจองพื้นที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฝั่งตรงข้ามกับพระเมรุมาศ ซึ่งจะสามารถเข้าสู่พื้นที่โรงมหรสพบริเวณพระเมรุมาศได้ บางส่วนถือได้ว่าเข้ามาภายในจุดคัดกรองแล้ว ตามมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้นจำเป็นจะต้องเคลียร์พื้นที่ให้ประชาชนส่วนดังกล่าวออก เพื่อเปิดให้เข้าจุดคัดกรองพร้อมกันในวันที่ 25 ตุลาคม เวลา 05.00 น. เนื่องจากต้องถือเรื่องความปลอดภัยเป็นประเด็นสำคัญ แต่ก็ไม่ลืมเรื่องการทำความเข้าใจกับประชาชนซึ่งจะพยายามอธิบายให้ประชาชนได้รับรู้มากที่สุด

ทั้งนี้ ประชาชนที่มาถวายดอกไม้ที่ซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ บริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน ก็ยังเปิดให้ประชาชนเข้าพื้นที่เพื่อวางดอกไม้ได้ตลอด ยกเว้นช่วงที่มีงานพระราชพิธี ในส่วนนี้ก็จะดูแลความปลอดภัยและบริหารพื้นที่ไม่ให้เกี่ยวข้องกัน

สำหรับประชาชนที่มาปักหลักรอหน้าจุดคัดกรองในจุดต่างๆ อาทิ หน้าจุดคัดกรองแม่พระธรณีบีบมวยผม สะพานช้างโรงสี สะพานมอญ ซึ่งมีประชาชนจำนวนมาก พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า ประชาชนจำนวนนี้อยู่นอกจุดคัดกรอง สามารถปักหลักรอได้ไม่มีการเคลียร์พื้นที่ แต่ได้จัดสรรเจ้าหน้าที่ตำรวจ กทม. จิตอาสาคอยดูแลอำนวยความสะดวกอยู่ตลอดเวลา โดยเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกอย่างหนัก ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เรื่องการดูแลสุขภาพ รวมถึงมีเต็นท์อาหาร เต็นท์พยาบาล ซึ่งประชาชนสามารถสังเกตได้จากสัญลักษณ์กาชาดที่เป็นเครื่องหมายบวกสีแดง นอกจากนี้ ยังมีจิตอาสาเดินแจกอาหารและยารักษาโรค และอย่างไรก็ตามจะจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้ดีที่สุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon