ต่อยลืมตายแน่! ‘บิ๊กบางจาก’ จัดหนักโด๊ปแหลก 3 กำปั้นไทยคว้าทองเอาไปเลย 10 ล้าน!

ต่อยลืมตายแน่! ‘บิ๊กบางจาก’ จัดหนักโด๊ปแหลก 3 กำปั้นไทยคว้าทองเอาไปเลย 10 ล้าน!

 

 

ความเคลื่อนไหวของทัพกำปั้นไทยที่สามารถผ่านเข้าไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ (รอบ 8 คนสุดท้าย) กีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้ 3 รุ่น ประกอบด้วย รุ่น 48-51 กก.หญิง “เฟี้ยว” จุฑามาศ จิตรพงศ์ (23ปี) VS บูเซ่ นาซ คาคิโรกลู (25 ปี) จากตุรกี วันที่ 1 สิงหาคม เวลา 09.00 น. / รุ่น 52-57 กก.ชาย “สด” ฉัตร์ชัย เดชาบุตรดี (36 ปี) VS ลาซาโร่ อัลวาเรซ (30 ปี) จากคิวบา วันที่ 1 สิงหาคม เวลา 15.30 น. / รุ่น 57-60 กก.หญิง “แต้ว” สุดาพร ศรีสอนดี ( 29 ปี) VS แคโรไลน์ ดูบัวส์ ( 20 ปี) จากสหราชอาณาจักร วันที่ 3 สิงหาคม เวลา 10.50 น.

ล่าสุดนายพิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้หารือกับกลุ่มพันธมิตรและบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่นจำกัด(มหาชน) ตั้งเงินรางวัลอัดฉีดเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจนักมวยทีมชาติไทยที่ฝึกซ้อมมาอย่างหนัก และสามารถผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศได้ถึง 3 คน ทำให้ตอนนี้ทุกคนมีโอกาสลุ้นเหรียญรางวัล โดยผู้ที่ได้เหรียญทอง จะได้รับเงินอัดฉีดจำนวน10 ล้านบาทแบ่งเป็น 2 ภาคส่วน จาก บ.บางจาก คอร์ปอเรชั่นจำกัด(มหาชน) จำนวน 5 ล้านบาท กลุ่มพันธมิตร ที่ยังไม่เปิดเผยรายชื่ออีก 5 ล้านบาท ส่วนเหรียญเงิน บ.บางจาก คอร์ปอเรชั่นจำกัด(มหาชน) มอบเงินอัดฉีด 3ล้านบาท และเหรียญทองแดง 2 ล้านบาท

นอกจากนี้นายใหญ่กำปั้นไทย เปิดเผยอีกว่า ในรอบที่ผ่านมา นักชกทั้ง 3 คน ทำผลงานได้น่าประทับใจ มีหัวใจนักสู้ มีการพัฒนาด้านการชกที่ดี รวมทั้งมีความแข็งแกร่ง ไม่ว่า ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี ที่มีคิว พบ นักชกคิวบา ที่ดูชื่อชั้นนักชกคิวบารายนี้จะเหนือกว่า แต่เชื่อว่าหาก”เจ้าสด” ชกได้อย่างมั่นใจเหมือนรอบที่ผ่านมา ก็มีโอกาสที่จะผ่านเข้ารอบต่อไปได้ เช่นเดียวกับ สุดาพร สีสอนดี ที่เตรียมตัวมาดีในทัวรืนาเมนต์นี้ บวกกับประสบการณ์ในการชกระดับชาติ ถึงเวลาแล้ว น่าจะเอาความเก๋า เอาชนะนักมวยจากสหราชอาณาจักรได้ ส่วน จุฑามาศ จิตรพงศ์ พบ นักชกตุรกี ยอมรับว่ามีโอกาสมากที่สุดในบรรดา 3 คน เพราะนักมวยหญิงจากประเทศตุรกีส่วนใหญ่มีตัวเลือกไม่มาก ทำให้เราน่าจะมีลุ้นมากขึ้น

สำหรับแผนในอนาคตของสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย หลังจากจบกีฬาโอลิมปิกเกมส์2020ที่ญี่ปุ่น สมาคมฯหวังจะเป็นเลิศทางด้านกีฬามวยสากล ตั้งเป้าติด 1ใน 5 ของทวีปเอเชีย โดยจะสร้างนักมวยทุกระดับชั้น ทั้งยุวชน-เยาวชนและประชาชน ให้มีจำนวนมาก เพื่อเป็นตัวเลือกในทีมชาติ ส่วนเรื่องของโค้ชต่างชาติ สมาคมฯคงเอามาเป็นที่ปรึกษาเรื่องแทคติกหรือเทคนิกมากกว่าเอามาเป็นหัวหน้าสต๊าฟโค้ช เพราะที่ผ่านมาโค้ชไทยก็ทำหน้าที่ได้ดี เนื่องจากสมาคมฯ ส่งนักมวยไปแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติมากขึ้นในช่วง 4-5ปี ที่ผ่านมา ทำให้โค้ชไทยมีโอกาสเรียนรู้จากประสบการณ์เหล่านี้และนำพัฒนาต่อยอดจนเป็นโค้ชที่มีฝีมือเป็นที่ต้องการของหลายชาติในอาเซียน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ชลน่าน’ อัด ‘ประยุทธ์’ ใช้ กม.ปกปิดความจริง โทษ ปชช.จัดฉากตาย ปัดความรับผิดชอบ
บทความถัดไปนครปฐม ยอดยังสูง 426 ราย ‘หลวงพี่น้ำฝน’ แนะให้ใช้สติอยู่กับสังคมโควิด-19