สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับเอกสาร ‘โค้ชเช’ ขอสัญชาติไทยเรียบร้อยแล้ว

ขอบคุณรูปสยามกีฬา

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับเอกสาร ‘โค้ชเช’ ขอสัญชาติไทยเรียบร้อยแล้ว

 

 

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ “บิ๊กเอ” ผศ.ดร.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศ ได้นำ โค้ช เช ยอง ซ็อก หัวหน้าผู้ฝึกสอนเทควันโดทีมชาติไทย และทนายความ มายื่นเอกสารขอสัญชาติไทยอย่างเป็นทางการ ต่อ พ.ต.อ.เอกพงษ์ กองนาค ผู้กำกับการฝ่ายกฏหมายและวินัย บก.อก.บช.ส. โดยมี “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ฮีโร่เหรียญทองเทควันโดโอลิมปิกเกมส์ พร้อมด้วยสต๊าฟโค้ชทีมชาติ มาร่วมลงนามในเอกสารเป็นสักขีพยาน ซึ่งมีการสอบสัมภาษณ์ และทดสอบทักษะความเป็นคนไทย ประเมินเป็นคะแนนด้วย

ผศ.ดร.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาเทควันโดฯ กล่าวว่า วันนี้ได้พาโค้ชเช มายื่นเอกสาร ขอสัญชาติไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งโค้ชเช ได้ยื่นเอกสารครบทั้งหมด ได้สอบสัมภาษณ์ พิมพ์ลายนิ้วแล้ว จากนี้ไปทุกอย่างอยู่ในมือภาครัฐ ซึ่งก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภาครัฐจะดำเนินการได้เร็วเพื่อให้โค้ชเช เป็นคนไทยได้เร็วที่สุด และจะเป็นกำลังสำคัญของทีมเทควันโดไทยอย่างเต็มตัว เหตุผลของการที่โค้ชเช เป็นคนไทยมีประโยชน์หลายอย่าง คือ ทำผลงานให้ประเทศไทยเยอะมากทางการกีฬา เขาจะได้อยู่กับเราไปตลอด จนเกษียณ นอกจากนี้โค้ชเช ยังจะได้เป็นอาจารย์ประจำสอนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และยังช่วยสอนให้กับสโมสรอื่น ๆ ในการพัฒนาเทควันโดไปทั่วประเทศ

ขณะที่ เช ยอง ซ็อก เปิดเผยว่า ตอนนี้ ตนชื่อ ชัชชัย เช แล้ว การได้มาทำเรื่องโอนสัญชาติ รู้สึกดีใจมาก ๆ และขอขอบคุณ ผศ.ดร.พิมล ศรีวิกรม์ ที่ช่วยเดินเรื่องให้ทุกอย่าง รวมทั้งหลายคนที่ให้กำลังใจคอยช่วยเหลือเต็มที่ ดีใจจริง ๆ เพราะเป้าหมายที่หวังมานานแล้วคือการได้เป็นคนไทย อยากช่วยพัฒนาเทควันโดไปยาวนาน อยากอยู่เมืองไทยนาน ๆ ตนรักเมืองไทย และครอบครัวก็รักเมืองไทย ที่ผ่านมาอยู่เมืองไทยมา 20 ปี ทำอะไรไม่ได้หลายอย่าง เพราะเราไม่ได้เป็นคนไทย แต่หลังจากนี้ คงได้เป็นคนไทยอย่างเต็มตัว ซื้อบ้านในเมืองไทย อยู่ไปตลอดชีวิต โดยตอนไปยื่นเอกสาร ตนมีโอกาสได้สอบสัมภาษณ์ทดสอบความเป็นคนไทย ซึ่งผลออกมา 100 คะแนนเต็ม รู้สึกยินดี และอนาคตถึงตนจะมีชื่อไทยเป็น ชัชชัย แต่ก็ยังให้คนไทยทุกคนเรียกผมโค้ชเช เหมือนเดิมได้

ด้าน “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ กล่าวว่า วันนี้มาให้กำลังใจโค้ชเช ซึ่งตนได้เล่าถึงโค้ชในช่วงเวลาที่ผ่านมาให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทราบว่า ไม่ว่าเราจะลงแข่งขันกับประเทศไหน หรือแม้กระทั่งแข่งกับประเทศเกาหลี เมืองบ้านเกิดของโค้ช ซึ่งโค้ชจะบอก ตนทุกครั้งที่ลงแข่งว่า เราคือคนไทย ทำเพื่อประเทศชาติ เราต้องชนะเกาหลี แสดงให้เห็นว่าโค้ชเช รักเมืองไทยมาก ๆ อยากให้โค้ชเช ได้สัญชาติไทยเร็ว ๆ

ส่วน พ.ต.อ.เอกพงษ์ กองนาค ผู้กำกับการฝ่ายกฏหมายและวินัย บก.อก.บช.ส. เปิดเผยว่า กรณีของโค้ชเช ขอยื่นสัญชาติไทย ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 ซึ่งมีเงื่อนไขว่า 1.โค้ชเช ต้องมีอายุบรรลุนิติภาวะ แล้ว ในส่วนที่ 2.เรื่องความประพฤติเราต้องตรวจสอบทั้งทางคดีอาญา และคดีความมั่นคงว่ามีคดีหรือไม่ ส่วนต่อไปคือการมีอาชีพ ซึ่งโค้ชเช มีอาชีพเป็นโค้ชทีมชาติ ส่วนที่ 4.คือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องไม่น้อยกว่า 5 ปี และส่วนที่ 5 ต้องมีความรู้ด้านภาษาไทย แต่เนื่องจากโค้ชเช เป็นผู้ที่ประกอบความดีความชอบ เข้าเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติสัญชาติ มาตรา 11(1) เป็นไปตามแนวทางของ การกระทรวงมหาดไทย

โดยหลังจากนี้ เราจะตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ ให้ครบทั้ง 5 ส่วน และเมื่อได้เอกสารครบถ้วนแล้ว เราจะทำเรื่องเสนอไปที่ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะทำเรื่องเข้าอนุกรรมการกลั่นกรองของมหาดไทย โดยมีอธิบดีกรมการปกครอง เป็นประธาน แล้วจะส่งเข้าคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีปลัดกระทรวง เป็นประธาน ซึ่งถ้าผ่านความเห็นชอบแล้ว จะส่งต่อไปให้รัฐมนตรีพิจารณา แล้วเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เสนอ สำนักงานราชเลขาธิการ นำความกราบบังคมทูล พระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต

จากนั้นโค้ชเช จะต้องมาทำการปฏิญานตนว่าจะเป็นคนซื่อสัตย์สุจริตต่อประเทศไทย แล้วถึงจะส่งเรื่องกลับไปที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ว่าโค้ชเช ได้สัญชาติไทยเรียบร้อย และจะนำเอกสารนี้มาขอหนังสือรับรอง เป็นหนังสือสำคัญจากสันติบาล แล้วจะนำไปขอทำบัตรประจำตัวประชาชน ถึงจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ซึ่งปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน แต่เนื่องจากว่า ผู้บังคับบัญชาตำรวจแห่งชาติให้ความสนใจ ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล รวมถึงกระทรงมหาดไทย อาจทำให้ใช้เวลาเร็วขึ้น

 

 

ขอบคุณรูป สยามกีฬา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon