เปิดพินัยกรรม”หลวงพ่อคูณ”จัดงานศพเรียบง่าย สมถะ นำแม่เฒ่าผู้สืบเชื้อสายนางสีดา ร่วมพิธีส่งวิญญาณ

เมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 6 มกราคม 2561 ที่จ.ขอนแก่น คณะทำงานที่รับผิดชอบงานพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่และครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทธโธ เป็นกรณีพิเศษ ประจำปีการศึกษา 2561 ได้นำภาพของพินัยกรรมที่หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งเขียนไว้ก่อนละสังขาร ลงวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2543 มาทำการจัดเตรียมสำหรับการติดตั้งไว้ในงานพิธีดังกล่าว ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น กำหนดจัดงานพิธีดังกล่าวระหว่างวันที่ 22-30 มกราคม 2562 โดยพินัยกรรมดังกล่าวมีพยานรับรอง 4 คน คือ รศ.สุขชาติ เกิดผล รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายประทีป วงษ์กาญจนรัตน์ นายธวัช เรืองหร่าย ไวยาวัจกรวัดบ้านไร่ และ นายเนาวรัตน์ สังการกำแหง นิติกร 8 (ชำนาญการ) มหาวิทยาลัยขอนแก่น

รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้การเตรียมสถานที่ทั้งในช่วงของการสวดพระอภิธรรมและช่วงของการพระราชทานเพลิงศพ ได้เสร็จเรียบร้อยเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งพิธีการและรูปแบบการก่อสร้างเมรุชั่วคราวของหลวงพ่อคูณได้ผ่านการพิจารณาร่วมกันของทุกฝ่ายตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณ เป็นไปตามรูปแบบ คือ สมถะ เรียบง่าย และ สมเกียรติ ซึ่งได้มอบหมายคณะศิลปกรรมศาสตร์ เป็นผู้รับผิดชอบการออกแบบและจัดสร้างเมรุชั่วคราว ที่กำหนดจัดสร้างในสระน้ำด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ที่ใช้ในการก่อสร้างโรงพยาบาลศรีนครินทร์ แห่งที่ 2 เนื้อที่ 15 ไร่ ซึ่งเริ่มตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ การก่อสร้างเนินดิน 3 ชั้น มีรูปปั้นพญานาค บริเวณบันไดทั้ง 8 ทิศรวม 16 ตัว

ขณะที่ชั้นที่ 3 ได้กำหนดให้จำลองเขาพระสุเมรุ จำลองสระอโนดาต มีสัตว์ในตำนาน 30 ตัวรายล้อมนกหัสดีลิงค์บนเนินบุษบก ที่มีความสูง 22 เมตรหรือ ประมาณ ตึก 6 ชั้น ทั้งนี้การก่อสร้างทั้งหมดเป็นสีขาวที่สื่อถึงความบริสุทธิ์ เรียบง่าย และ ใช้กระดาษในการก่อสร้างทุกขั้น ยกเว้นสัตว์ต่างๆที่ใช้ปูนปั้นทั้งหมด เพื่อสื่อความเรียบง่าย ความสมถะ และความบริสุทธิ์ ตามกิจวัตรของหลวงพ่อคูณ

“ที่สำคัญตามตำนานและความเชื่อที่สืบต่อกันต่อเป็นขนบธรรมเนียมของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยนั้น นกหัสดีลิงค์นั้น การฆ่าได้จะต้องมีผู้ที่สืบเชื้อสายนางสีดา เป็นผู้ฆ่า ซึ่งวิธีฆ่านกหัสดีลิงค์นั้น มีทั้งรูปแบบการยิงธนูให้ตายและเผาทิ้ง หรือ การฆ่าและตัดหัวนกมาเก็บเป็นที่ระลึก ซึ่งนักวิชาการของ มข.สืบค้นในเรื่องดังกล่าว มีข้อมูลยืนยันว่าผู้ที่สืบเชื้อสายนางสีดา ในตำนานที่เป็นคนไทยนั้นมีอยู่จริง ปัจจุบันอายุ 90 ปี อาศัยอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งขณะนี้ มข.ติดต่อคุณยายแล้ว และคุณยายได้ตอบรับเข้าร่วมขบวนนางสีดาและร่วมฆ่านกหัสดีลิงค์ตามตำนานและเผานกไปพร้อมหลวงพ่อคูณ เพื่อส่งท่านสู่สรวงสวรรค์ในวันที่ 29 มกราคม2562 และหลังจากเสร็จสิ้นพิธีสำคัญดังกล่าว ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นก็จะทำการสร้างเจดีย์หรือสถูปคลอบพื้นที่ดังกล่าวไว้เพื่อให้เป็นอนุสรณ์สถาน”

รศ.ดร.กิตติชัย กล่าวต่ออีกว่า การดำเนินการดังกล่าวนั้นเป็นไปตามขั้นตอนและตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม ซึ่งเนื้อหาในพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณมีข้อความว่า อาตมาหลวงพ่อคูณ อายุ 77 ปี ถิ่นพำนักวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ขอทำพินัยกรรมกำหนดการ เผื่อถึงการมรณภาพ เกี่ยวกับเรื่องการจัดงานศพของอาตมา ภายหลังที่อาตมาถึงมรณภาพลง

1.ศพของอาตมา ให้มอบแก่มหาวิทยาลัยขอนแก่นภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากมรณภาพลง เพื่อให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นมอบให้ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำไปศึกษาค้นคว้าตามวัตถุประสงค์ของภาคต่อไป

2.พิธีกรรมศาสนา การสวดอภิธรรมศพ ให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำพิธีสวดพระอภิธรรมศพที่คณะแพทยศาสตร์ 7 วัน ตั้งแต่ถึงวันมรณภาพลง

3.การจัดทำพิธีบำเพ็ญกุศลเมื่อสิ้นสุดการศึกษาค้นคว้าของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว ให้จัดงานแบบเรียบง่าย ละเว้นการพิธีสมโภชใดๆ และห้ามขอพระราชทานเพลิงศพ โกศ และพระราชพิธีอื่นๆ เป็นกรณีพิเศษเป็นการเฉพาะ โดยให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กระทำพิธีเช่นเดียวกับการจัดพิธีศพของอาจารย์ใหญ่นักศึกษาแพทย์ประจำปีร่วมกับอาจารย์ใหญ่ท่านอื่น แล้วเผา ณ ฌาปนสถานวัดหนองแวง พระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น หรือวัดอื่นใดที่คณะแพทยศาสตร์เห็นสมควรและเหมาะสม โดยทำพิธีเผาให้เสร็จสิ้นที่จ.ขอนแก่น

4.เมื่อดำเนินตามข้อ 3 เสร็จสิ้นแล้ว อัฐิ เถ้าถ่าน และเศษอังคารทั้งหมด ให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำไปลอยที่แม่น้ำโขง จ.หนองคาย ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม

5.ค่าใช้จ่ายและเงินอื่นใดที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามนัย ข้อ 2, 3 และ 4 ให้ดำเนินการ ดังนี้
5.1 ค่าใช้จ่ายในการจัดงานและบำเพ็ญกุศลศพทั้งหมด ให้นำเงินที่อาตมาบริจาคให้แก่ภาควิชาวิทยาศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อปี 2536 เป็นเงินเริ่มต้นในการดำเนินการจัดงานศพ ถ้าไม่เพียงพอให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทดลองจ่ายไปก่อน
5.2 ในการจัดการและบำเพ็ญกุศลศพ ตามนัยข้อ 5.1 หากมีเงินเหลือหรือมีผู้บริจาคสมทบ ให้คืนเงินที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทดลองจ่ายไปก่อนให้เสร็จสิ้น

5.3 หากมีเงินเหลืออยู่อีกหลังจากดำเนินการตามนัย ข้อ 5.1 และข้อ 5.2 แล้ว ให้มอบแก่กองทุนพระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฎ์ (หลวงปู่เทสก์) เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมช่วยเหลือพระสงฆ์ที่อาพาธประจำหอผู้ป่วยหอสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือให้ดำเนินการอย่างอื่นตามที่อาตมา หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เห็นสมควร โดยอาตมาจะแสดงความประสงค์ให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติมแนบไว้ให้ทราบต่อไป หากไม่ดำเนินการให้ถือตามความในตอนต้นเท่านั้น

6.ให้นายอำเภอด่านขุนทด ศึกษาธิการอำเภอด่านขุนทด และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกันเป็นผู้จัดการศพ มีอำนาจดำเนินการให้เป็นไปตามพินัยกรรมนี้

7.ให้ยกเลิกพินัยกรรม ฉบับวันที่ 15 กันยายน 2536 หรือฉบับอื่นใดที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ และให้ยึดถือพินัยกรรมฉบับนี้แทน

8.พินัยกรรมฉบับนี้ ต้นฉบับเก็บรักษาไว้ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้มีการทำสำเนาไว้อีก 3 ชุด เก็บรักษาไว้ที่วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ศึกษาธิการอำเภอด่านขุนทด และนายอำเภอด่านขุนทด แห่งละ 1 ฉบับ ลงวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2543

บทความก่อนหน้านี้‘พลังประชารัฐ’ พร้อมลุย แย้มนโยบาย 7-7-7
บทความถัดไปพบศพชายริมทะเลยะหริ่ง คาดสูญหายจากเรือล่ม ผบ.ตร.กำชับยึดผลนิติวิทย์