หุ้นไทยร่วง ปิดลบไม่ถึง 1 จุดดี หลังโดนกลุ่มแบงก์กดดันหนัก

วันที่ 14 สิงหาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยเปิดตลาดเช้าที่ระดับ 1,620.23 จุด ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,634.96 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,612.09 จุด ปรับลดลง 0.78 จุด หรือ 0.05% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,640.92 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,660.36 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 71,270.53 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น นักลงทุนสถาบันในประเทศ ซื้อสุทธิ 2,087.54 ล้านบาท นักลงทุนบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 1,563.51 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ 3,966.47 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศ ซื้อสุทธิ 3,442.45 ล้านบาท

โดยนายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชียพลัส เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้ ภาคเช้าดัชนีหุ้นไทย สามารถดีดตัวขึ้นมาเคลื่อนไหวในแดนบวกและปิดภาคเช้าในแดนบวกได้ โดยมีสาเหตุมาจากการตอบรับปัจจัยสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน (เทรดวอร์) ที่มีความผ่อนคลายมากขึ้น หลังจากที่สหรัฐฯได้ออกมาประกาศการเลื่อนเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนออกไปบางส่วน จากเดิมกำหนดเก็บเพิ่มในวันที่ 1 กันยายนนี้ ก่อนออกมาเลื่อนเป็นวันที่ 1 ธันวาคมนี้ สำหรับภาคบ่ายดัชนีกลับมาเคลื่อนไหวในแดนลบ จนปิดตลาดเป็นภาพลบ ซึ่งมีสาเหตุจากแรงกดดันในหุ้นกลุ่มธนาคารที่ปรับตัวลงนำตลาด หลังจากที่ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารกรุงไทย (KTB) ได้ออกมาเป็นผู้นำในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง จึงมีส่วนในการกระทบส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยให้มีขนาดแคบลง จนกระทบทำให้กำไรลดลงด้วย

“สาเหตุหลักที่ตลาดปิดลบในภาคบ่าย มาจากปัจจัยในประเทศ หลังจากตอบรับข่าวดีจากปัจจัยต่างประเทศไปในภาคเช้า โดยเป็นหุ้นกลุ่มแบงก์ที่นักลงทุนมีความกังวลสูงจนเทขายเพื่อลดความเสี่ยงลง ซึ่งเป็นส่วนกดดันตลาดหนักมาก โดยแนะนำกลยุทธ์ในการลงทุนคือ ให้เลือกลงทุนในหุ้นรายตัว เลือกตัวที่มีเรื่องราวโดดเด่นเฉพาะตัว และมีพื้นฐานดี อาทิ โรบินสัน โดยมองว่าตลาดหุ้นยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ต่อ”นายฐกฤตกล่าว

เกาะกระแสเศรษฐกิจ กับ Line@มติชนเศรษฐกิจใกล้ตัว

เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้ผู้อ่านส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันว่า “ถึงเวลาแล้ว” ที่จะต้องแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
บทความถัดไปชาวสวนแห่ขายทุเรียน ตลาดรับซื้อยะลาคึกคัก