ผบช.ภ.9 เร่งจับคนร้าย ยิงถล่มเสี่ยเจ้าของอู่ซ่อมรถตรังดับอนาถ

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคนร้าย 2 คน สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า ใช้อาวุธปืนสงครามชนิดอาก้า และอาวุธปืนพกสั้น รวม 2 กระบอก ดักซุ่มยิงนายธวัชชัย กลับขันท์ อายุ 53 ปี เสี่ยเจ้าของอู่ซ่อมรถบริเวณหน้าบ้านผู้ตาย ซึ่งเปิดเป็นอู่ซ่อมรถด้วย โดยนางอำภา กลับขันท์ อายุ 54 ปี ภรรยา และนายสมชาย สนมน้อย  ซึ่งเป็นลูกจ้างได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา

ล่าสุด พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ กรมตำรวจ ลงพื้นที่ สภ.รัษฎา จ.ตรัง โดยมีการเรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีที่ได้ลงพื้นที่สืบสวนสอบสวน เพื่อรับฟังข้อมูลสถานการณ์ความคืบหน้าการทำงานคลี่คลายคดี  โดยมี พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบแต่ละด้าน ทั้งงานสืบสวน สอบสวน เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง

พล.ต.ท.รณศิลป์  กล่าวว่า ตอนนี้เราทำสองอย่างคือ ทำจากสาเหตุไปหาจุดเกิดเหตุรวบรวมพยานหลักฐานจากจุดเกิดเหตุ เพื่อหามือปืน เพื่อหาคนสั่งการตอนนี้คืบหน้าไปเยอะพอสมควร มีพยานหลักฐานที่เชื่อว่าเป็นหลักฐานที่คนร้ายทำทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ นอกจากมีปลอกกระสุนปืน และมีวงจรปิดแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ยังได้หลักฐานเรื่องอื่นที่สามารถตามถึงตัวคนร้ายได้ คดีถือว่ามีความคืบหน้าไปมาก

พล.ต.ท. รณศิลป์ กล่าวอีกว่า การทำงานยังเน้นเฉพาะในพื้นที่ภาค 9 ก่อนแล้วก็จะขยับไปเปรียบเทียบกับคดีอื่นๆที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ภาค 8 ด้วย   โดยยังต้องขอเวลาตรวจสอบ และรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ยังไม่ออกมา   แต่นอกจากผลทางนิติวิทยาศาสตร์แล้ว ถ้าปืนไม่เคยยิงในเคสไหนมาก่อนก็ยังหากลุ่มไม่ได้  เราจึงต้องทำทั้งสองทางพร้อมกันจากพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุไปยังสาเหตุที่เราได้ตั้งสมมุติฐานไว้ ซึ่งผลนิติวิทยาศาตร์เชื่อว่าไม่นานก็จะออกมา  ในส่วนของสาเหตุนั้นทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้มองสาเหตุเดียว มีหลายสาเหตุที่มอง และตัดไปทีละประเด็น

“ในส่วนของการสืบสวนนั้นเราจะทำทุกกรณี  มั่นใจว่าใช้เวลาไม่นาน และจับคนร้ายได้แน่นอน   แต่ขอไม่เปิดเผย ขอให้ชัดเจนแจ่มแจ้งจนออกหมายจับได้ก่อนแล้วจะบอก และคาดว่าเป็นการจ้างวาน ทั้งนี้ หลังข่าวและภาพวงจรปิดลักษณะคนร้ายเผยแพร่ออกไป ก็ยังไม่มีใครแจ้งเบาะแสเข้ามา ก็อยากขอความร่วมมือจากประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสด้วย” พล.ต.ท.รณศิลป์ กล่าว

พล.ต.ท.รณศิลป์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ขอให้ผลทั้งหมดออกมาก่อน  โดยด้านคดีขณะนี้คืบหน้าไปแล้วกว่า 50 เปอร์เซ็นต์   โดยขอให้พยานหลักฐานชัดเจนกว่านี้ ยืนยันเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินมาถูกทางแล้ว  ในส่วนของแนวทางการทำงานหลังจากนี้ ก็ยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานกับขั้นตอนการตรวจพิสูจน์ และเรื่องของการไล่ในเรื่องของกล้องวงจรปิด เรื่องเทคนิคต่างๆ ยังไม่เสร็จ ให้เสร็จขั้นตอนพวกนี้ก่อนก็จะสามารถระบุได้เลยว่าเป็นใคร คาดว่าจะสามารถออกหมายจับได้ในเร็วๆนี้

จากนั้นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้ลงพื้นที่บริเวณอู่ธวัชชัยการช่าง ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพนายธวัชชัย กลับขันธ์ เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ จากนั้นได้พูดคุยกับครอบครัวของผู้ตายโดยให้ความมั่นใจว่าคดีนี้ตำรวจทำงานเต็มที่จะต้องติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นายอำเภอโพธิ์ไทรนำกำลัง อส.ร่วมกับป่าไม้ตรวจยึดไม้พะยูง ซุกในรีสอร์ท
บทความถัดไปอีซูซุคาราวานสัญจร 2019 เปิดเส้นทางท่องเที่ยวสู่ทวาย สนุก ท้าทาย ครบรส