‘ศูนย์แพทย์ทหารอาเซียน’ จัดประชุมป้องกันโควิด-19 

‘ศูนย์แพทย์ทหารอาเซียน’ จัดประชุมป้องกันโควิด-19  เพื่อสนับสนุนงานด้านการแพทย์ต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ศูนย์การแพทย์ทหารอาเซียน กรมแพทย์ทหารบก มีการประชุมประเทศสมาชิกอาเซียน10ประเทศ และมีมิตรประเทศนอกอาเซียน อาทิ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ อินเดีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาชน จีน รัสเซีย เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย รวมถึงหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่หน่วยงานทางทหารอาทิ ซึ่งเป็นการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดย พล.ต.ปราโมทย์ อิ่มวัฒนา รองเจ้ากรมแพทย์ทหารบก ในฐานะเลขาธิการศูนย์การแพทย์ทหารอาเซียน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้สืบเนื่องจากการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยในวันนี้เป็นการหารือ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 เป็นการทบทวนบทเรียน โดยประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศได้ให้ข้อมูลการดำเนินงานเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ที่หลากหลาย เพราะแต่ละประเทศประสบการณ์ที่สำเร็จแตกต่างกัน เพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศ และนำไปใช้ประโยชน์ เนื่องจากหากประสบความสำเร็จเพียงประเทศเดียวไม่ได้ทำให้เกิดการแก้ปัญหา ดังนั้นต้องให้โควิด-19 ให้หมดไปจากภูมิภาค ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายเพราะการฝึกบนโต๊ะ เป็นการพบกันทาง vtc ไม่ได้มาเจอหน้ากัน ซึ่งเป็นการส่งคำถามล่วงหน้า แต่ละประเทศจะส่งข้อมูล และทีมวิทยากร จะมีการวิเคราะห์ และสรุป พร้อมให้แต่ละประเทศอภิปรายเพิ่มเติม

พล.ต.ปราโมทย์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในการแก้ไขปัญหาของแต่ละประเทศ ก็จะให้ฝ่ายทหารเข้าร่วมในสนับสนุนการแก้ไขด้วย โดยพลเรือนจะเป็นหลัก และประเทศไทยได้แชร์ความสำเร็จของประเทศไทย ที่มีมดงาน อาทิ อสม.ในการเข้าร่วมทำงานในพื้นที่ รวมถึงความร่วมมือระหว่างทหารและพลเรือน ในการสกัดกั้นผู้ติดเชื้อมาให้เข้ามาในประเทศ อาทิ state quarantine ของกระทรวงกลาโหม ส่วนกรณีการ คิดค้นวัคซีนได้มีการนำมาพูดในที่ประชุมครั้งนี้เช่นกัน ถือว่าเป็นความคืบหน้าในภูมิภาค ซึ่งทุกคนรอคอยและคาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จโดยเร็ว

เมื่อถามที่ว่า มีการเตรียมการหากมีการระบาดในรอบที่ 2 รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการต่างๆระยะที่ 3 นั้น พล.ต.ปราโมทย์ กล่าวว่า ในที่ประชุมมีการพูดถึง เมื่อมีการประสบความสำเร็จในรอบแรกในการป้องกันแล้ว ก็ต้องมีการผ่อนคลาย เพราะต้องถ่วงสมดุลระหว่างการป้องกันและเศรษฐกิจ ซึ่งได้มีการพูดคุยถ้ามีมาตรการผ่อนคลาย ต้องมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพื่อป้องกันโรคที่จะกลับมาให้ได้อย่างรวดเร็วอย่างไรก็ตามในการประชุมวันนี้อาจจะเป็นระยะเวลาที่สั้นเนื่องจากมีแค่วันเดียว แต่อาจจะได้แนวทางร่วมกันซึ่งคงต้องการจัดประชุมรอบ 2 รอบรอบที่ 3 ต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“หม่อมเต่า” จี้ประกันสังคม จ่ายสิทธิผู้ประกันตนว่างงานในจ.ภูเก็ต
บทความถัดไปแรงหึงปมฆ่าโหดหม้ายสาว-หนุ่มใหญ่ห่อถุงขยะหมกศพสวนหลังบ้าน