ปิดหน้าออนไลน์ : คลี่ปมย้ายอุเทนถวายพ้นจุฬา หย่าศึกนักศึกษา จับตาประโยชน์หมื่นล้าน
“ย้ายอุเทนถวาย” กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกลางสยาม ของ 2 สถาบัน อุเทนถวาย และ ปทุมวัน
ลำพังแค่ผลกระทบ 2 สถาบันก็แย่อยู่แล้ว แต่นี่ลามถึงประชาชนทั่วไปที่อาจจะถูกลูกหลง กลายเป็นคำถามถึงรัฐบาล ว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร หลังจากก่อนหน้านี้ก็มีข่าวเป็นระยะๆ ถึงมาตรการป้องกันและป้องปรามนักเรียนนักศึกษาตีกัน แต่สุดท้ายก็เกิดขึ้นซ้ำซาก จนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร
แต่ในครั้งนี้ อาจารย์เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรมว.อว. มีคำสั่งเด็ดขาด งดเรียนที่อุเทน-ปทุมวัน มีผลทันที 3 เดือน และหาพื้นที่ใหม่ให้อุเทน ขีดเส้น 3 เดือน พร้อมให้คำมั่นดูแลเกียรติและศักดิ์ศรีของ 2 สถาบันเต็มที่
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2518 จุดเริ่มต้นมหากาพย์ ย้ายอุเทนถวาย ที่ยาวนานช่วงอายุคน
จุฬาฯในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ ได้เจรจาขอคืนที่ดินมาตั้งแต่ปี 2518 แต่ไม่เป็นผล กระทั่งได้ออกแผนแม่บทจัดการที่ดิน 1,153 ไร่ ของ จุฬาฯ ขอคืนพื้นที่ 20 ไร่ 3 งาน 29 ตารางวา ที่อุเทนถวายทำสัญญาเช่าเป็นเวลา 68 ปีตั้งแต่ปี 2478-2546 เพื่อขยายเขตพื้นที่การศึกษาตามโครงการพัฒนา
ต่อมาจุฬาฯ ได้ประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะต้นสังกัดขณะนั้น และกรมธนารักษ์ขอความอนุเคราะห์จัดหาพื้นที่ให้อุเทนถวาย ในปี 2545 กรมธนารักษ์จัดหาพื้นที่ให้จำนวน 36 ไร่ ที่ ต.บางปิ้ง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) จัดสรรงบประมาณให้เพื่อการก่อสร้างและขนย้ายประมาณ 200 ล้านบาท
ปี 2547 อุเทนถวาย ทำ MOU กับจุฬา จะย้ายและส่งมอบพื้นที่คืนภายใน 30 กันยายน 2548 และจะผ่อนผันไม่เกิน 1 ปีหากจำเป็น แต่ 1 ปีผ่านไป ก็ยังย้ายไม่ได้ ยืดเยื้อเรื่อยมา
กระทั่งปี 2552 คณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดการยุติข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและการดำเนินคดี มีมติชี้ขาดให้อุเทน ขนย้ายทรัพย์สิน และ คืนพื้นที่ให้จุฬาฯ สั่งให้ชำระค่าเสียหายปีละล้านบาท จนกว่าจะมอบเสร็จ
ปี 2556 อุเทนถวาย ยื่นหนังสือชี้แจงกรรมสิทธิ์ที่ดินพระราชทาน ถึงจุฬาฯ พร้อมหลักฐานอ้างอิงตามประวัติศาสตร์ โดยให้เวลา 90 วัน ส่งคืนกรรมสิทธิ์ ก่อนนัดรวมตัวในนามคณะพิทักษ์สิทธิ์เพื่อการศึกษาอุเทนถวาย (คพศ.) ทั้งศิษย์เก่าและปัจจุบันกว่า 1,000 คน เดินขบวนจากอุเทนฯ ไปยังบริเวณหน้าอาคารจามจุรี 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อทวงสัญญา
ธันวาคม 2565 ศาลปกครองสูงสุด สั่งให้อุเทนถวาย ย้ายออกจากพื้นที่ ขีดเส้น 60 วัน หลังมีคำสั่ง แต่ก็ยังไม่มีการย้ายเกิดขึ้น
และมหากาพย์ย้าย อุเทนถวายก็มาถึงจุดเดือดสูงสุด เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2566 ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว.ขณะนั้น สั่งให้อุเทนถวาย ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ย้ายไปที่ใหม่ งดรับนักศึกษา 1 ปี ลดแรงปะทะ ทำให้ทั้งศิษย์เก่าและนักศึกษาปัจจุบัน 500 คน ลุกฮือลุย ยื่นหนังสือค้านการย้าย จนต้องตั้งโต๊ะเจรจา แต่จนวันนั้นถึงวันนี้ เกือบ 3 ปี ก็ยังไร้ข้อสรุป
นอกจาก อุเทนถวาย ไม่ยอมย้ายแล้ว ปัญหาว่าจะย้ายไปที่ไหนก็ยังไม่มีข้อสรุปเช่นกัน ในปี 2567
นายชวน หลีกภัย ยังได้ตั้งกระทู้ถามสด ถึงสถานที่จะย้ายอุเทนถวาย โดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯในขณะนั้น เล็งไว้ทั้งหมด 4 ที่ คือ
1.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ จ.ชลบุรี 680ไร่
2.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษ์ภูวนาถ ถ.วิภาวดีรังสิต กทม.
3.พื้นที่ที่มีผู้จะบริจาคให้อุเทนถวาย 24ไร่
4.พื้นที่ราชพัสดุ จ.สมุทรปราการ 150ไร่
นอกจากนี้ นายเศรษฐา ยังยืนยันว่า ต้องตัดปัญหาด้วยการย้ายไปที่อื่น เพื่อลดการกระทบกระทั่งระหว่างสถาบัน ตัดวงจรการสืบทอดที่ไม่ถูกต้อง
หากถามว่าทำไมถึงย้ายไม่ได้สักที เหตุก็คงเพราะถูกคัดค้านอย่างหนักจากทั้งศิษย์เก่าและปัจจุบัน อ้างว่าเป็นที่พระราชทานและจิตวิญญาณการสืบสานวิชาช่างไทยหลากรุ่น
และหลักใจความสำคัญอีกอย่าง คือ ทั้งศิษย์เก่า อาจารย์ กังวลว่าจุฬาฯจะเอาไปทำเชิงพาณิชย์ แทนที่จะเป็นมรดกตกทอดเพื่อการศึกษา
เรื่องราวการย้ายอุเทนถวายก็จบลงเช่นนี้ ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าการย้ายสถาบัน จะจบในยุครมว.ยศชนัน หรือไม่ เพราะครั้งนี้ รมต.เชน งัดยาแรง เดินหน้าแผนย้ายอุเทนใน 3 เดือน พร้อมลั่น เรื่องนี้ถ้าไม่ทำให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ในฐานะรัฐมนตรีก็อยู่ยาก เป็นบทพิสูจน์ อ.เชน ว่าจะมาจัดการเรื่องนี้ได้หรือไม่
และคำถามสำคัญที่ยังต้องหาคำตอบต่อไป คือเมื่อย้ายอุเทนถวายออกจากพื้นที่จุฬาฯแล้ว จะแก้ปัญหานักเรียนนักศึกษาตีกันได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
เพราะหากบทสรุปของการย้ายของอุเทนฯ จะมีผลเพื่อประโยชน์ในการจัดการพื้นที่ของจุฬาฯ ที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้าน
ก็คงจะน่าเสียดายอย่างยิ่ง

