หน้าแรก ต่างประเทศ ทรัมป์เชื่ออิ...

ทรัมป์เชื่ออิหร่านเอี่ยวเหตุ Flydubai ทีมสอบชี้ลงมือลำพัง วางแผน พุ่งชนสนามบิน-ตึกสูงในเทลอาวีฟ

6.10.26 | 09:35 น.
REUTERS

ทรัมป์เชื่ออิหร่านเอี่ยวเหตุ Flydubai ทีมสอบชี้ลงมือลำพัง วางแผน พุ่งชนสนามบิน-ตึกสูงในเทลอาวีฟ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ว่า โดยส่วนตัวแล้วเขาเชื่อว่าอิหร่านเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเครื่องบินของสายการบิน Flydubai หลังจากที่มีผู้สอบถามในประเด็นดังกล่าว


ความเชื่อของทรัมป์ดูจะย้อนแย้งกับรายงานจากสหรัฐและอิสราเอลที่ระบุว่า นักบินผู้ช่วยที่ถูกกล่าวหาว่าพยายามจี้เครื่องบินของสายการบิน Flydubai มีแผนที่จะขับเครื่องบินพุ่งชนสนามบินเบนกูเรียนในกรุงเทลอาวีฟ หรืออาคารสูงในเมืองดังกล่าวของอิสราเอล พร้อมกับชี้ว่า ชายชาวโอมานผู้นี้เป็นพวกหัวรุนแรงที่ปฏิบัติการเพียงลำพัง

อัยการสูงสุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เปิดเผยว่า นักบินผู้ช่วยรายนี้พยายามก่อเหตุ “การก่อการร้าย” บนเที่ยวบิน FZ1073 ซึ่งเดินทางจากดูไบไปยังเทลอาวีฟเมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา

นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่า นักบินผู้ช่วยรายนี้ได้รับการปลูกฝังแนวคิดอิสลามหัวรุนแรง ขณะที่กัปตัน ผู้โดยสาร รวมถึงลูกเรืออีกคน ได้ช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบเหตุการณ์ 9/11 ขึ้น

Advertisement

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนักบินผู้ช่วยของสายการบิน Flydubai ซึ่งหลายรายงานระบุว่าคือนายฮามาม อัล-ฮัมมามี ในขณะที่เขายังคงถูกสอบสวนอยู่ใน UAE และมีการรายงานความคืบหน้าให้ตัวแทนจากอิสราเอลรับทราบ

สื่ออิสราเอลอ้างแหล่งข่าวที่รับทราบข้อมูลการสอบสวนว่า นักบินผู้ช่วยให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า หลังจากทำร้ายกัปตันสมิต มัชชาร์ แล้ว เขามีแผนจะขับเครื่องบินตามปกติเข้าสู่น่านฟ้าอิสราเอลและขออนุญาตลงจอดที่สนามบินเบนกูเรียน

จากนั้นเขาวางแผนที่จะขับเครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX ซึ่งมีผู้โดยสารกว่า 180 คน พุ่งชนสนามบินหรืออาคารสูงในใจกลางกรุงเทลอาวีฟ โดยเลียนแบบรูปแบบการโจมตีของกลุ่มอัลกออิดะห์ในเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 ที่สหรัฐ

แหล่งข่าวระบุว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะลงมือเพียงลำพัง มากกว่าที่จะทำในนามของกลุ่มหัวรุนแรงหรือรัฐบาลต่างชาติ

นักบินผู้ช่วยของสายการบิน Flydubai ยังให้การกับเจ้าหน้าที่สอบสวนของ UAE ว่า เขาวางแผนก่อเหตุโจมตีดังกล่าวตั้งแต่ก่อนที่จะได้รับการว่าจ้างจากสายการบิน Flydubai นักบินผู้ช่วยรายนี้ยังให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า เขาเคยคิดจะจี้และขับเครื่องบินพุ่งชนในเที่ยวบินก่อนหน้านี้ที่จะไปเทลอาวีฟเช่นกัน ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเหตุใดเขาจึงเปลี่ยนใจไม่ก่อเหตุในเที่ยวบินครั้งก่อน แม้แหล่งข่าวระบุว่า เชื่อกันว่านักบินผู้ช่วยรู้จักบุคคลคนหนึ่งที่อยู่บนเครื่องบินลำนั้น

เจ้าหน้าที่อิสราเอล 2 รายกล่าวว่า นักบินผู้ช่วยบอกผู้สอบสวนว่า เขาสมัครงานกับสายการบิน Flydubai หลังจากค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินไปยังเทลอาวีฟ ขณะที่อิสราเอลได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าของการสอบสวนจาก UAE อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ยังไม่มีความเห็นใดๆ ออกมาจากทางการของ UAE หรืออิสราเอลในทันทีเกี่ยวกับเรื่องนี้ นายฮาหมัด อัล-ชัมซี อัยการสูงสุดของ UAE กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า การสอบสวนของทางการจะช่วยไขความกระจ่างเกี่ยวกับรายละเอียดทั้งหมด แรงจูงใจ และความเชื่อมโยงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ โดยจะมีการเปิดเผยผลการสอบสวนเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ

นอกจากนี้ ยังมีข้อซักถามเกี่ยวกับความบกพร่องด้านความปลอดภัยครั้งใหญ่ รวมถึงประเด็นที่ว่าผู้ก่อเหตุได้รับการว่าจ้างจากสายการบิน Flydubai และได้รับอนุญาตให้ทำการบินเที่ยวบินที่มีผู้โดยสารชาวอิสราเอลไปยังกรุงเทลอาวีฟได้อย่างไร

เจ้าหน้าที่ในภูมิภาคเผยว่า นักบินผู้ช่วยรายนี้เคยถูก Oman Air สายการบินแห่งชาติของโอมานสั่งห้ามทำการบินและให้ย้ายไปทำงานด้านธุรการแทน เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับแนวคิดสุดโต่งของเขา

ต่อมาเขาได้รับการว่าจ้างจากสายการบิน Flydubai ซึ่งมีฐานการดำเนินงานใน UAE ภายหลังผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยตามมาตรฐานทั่วไป แต่กระบวนการดังกล่าวไม่ได้ตรวจสอบประวัติเชิงลึกเพื่อหาข้อบ่งชี้ถึงแนวคิดสุดโต่งแต่อย่างใด

ทั้งนี้ กฎระเบียบด้านการบินของอิสราเอลระบุว่า นักบินที่ถือสัญชาติของประเทศที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับอิสราเอล ซึ่งรวมถึงโอมาน ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการบินเข้ามายังประเทศอิสราเอล

เจ้าหน้าที่ในภูมิภาคให้ข้อมูลกับเอพีว่า ทางการ UAE ได้ส่งรายชื่อผู้โดยสารและลูกเรือให้กับอิสราเอลรับทราบก่อนที่เที่ยวบิน FZ1073 จะออกเดินทาง แต่สำนักงานความมั่นคงภายในของอิสราเอล หรือชิน เบต ระบุว่า กระทรวงคมนาคมเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบรายชื่อดังกล่าวที่ได้รับจากสายการบินต่างประเทศ

นางมิรี เรเกฟ รัฐมนตรีคมนาคมอิสราเอล กล่าวว่า กระทรวงไม่ได้รับรายชื่อผู้โดยสารและลูกเรือดังกล่าว พร้อมชี้ว่าการกำกับดูแลความปลอดภัยสำหรับเที่ยวบินที่ดำเนินการโดยสายการบินต่างประเทศนั้น อยู่ในความรับผิดชอบของชิน เบต และมอสซาด ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองต่างประเทศของอิสราเอล

ขณะที่เนทันยาฮูได้สั่งการให้หัวหน้าสภาความมั่นคงแห่งชาติทำการทบทวนประเด็นด้านความปลอดภัยทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับการบินพลเรือนจากต่างประเทศที่มุ่งหน้าสู่อิสราเอล

ขณะเดียวกัน ทางการออสเตรเลียกำลังดำเนินการสอบสวนเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างนักบินผู้ช่วยรายนี้กับประเทศออสเตรเลีย โดยแหล่งข่าวเปิดเผยต่อสื่อท้องถิ่นว่า เขาเคยไปศึกษาต่อที่นั่นในช่วงระหว่างปี 2015 ถึง 2017