ปิดฉาก 23 ปี ! พ.ต.ต.ยุทธนา พ้นเก้าอี้ อธิบดีดีเอสไอ ไม่เสียใจ ชีวิตราชการเหมือนนักกีฬา

6.10.26 | 19:38 น.

ปิดหน้าออนไลน์ : ปิดฉาก 23 ปี พ.ต.ต.ยุทธนา พ้นเก้าอี้อธิบดีดีเอสไอ ลั่น ไม่เสียใจ-ชีวิตราชการเหมือนนักกีฬา

5 ตุลาคม 2569 ค่ำคืนแห่งการอำลาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงดนตรี และภาพความทรงจำ ภายในชื่องาน รวมพลคนรักพี่แพร  เมื่อบรรดาข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ร่วมกันจัดงานเลี้ยงอำลา ในการปรับย้ายตำแหน่งใหม่ ของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ 


บรรยากาศภายในงาน มีการนำเสนอภาพความทรงจำ ภารกิจ กิจกรรมต่างๆ ที่บรรดาพี่ ๆ น้องๆ ใน DSI ร่วมกันจัดขึ้นด้วยความตั้งใจ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการ อำลาตำแหน่ง พ.ต.ต.ยุทธนา ได้กล่าวขอบคุณผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานทุกคน พร้อมยอมรับว่า รู้สึกประทับใจกับงานที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยความตั้งใจของทุกคน

แต่สิ่งที่ถูกจับตามองมากที่สุด กลับเป็นความรู้สึกของเจ้าตัวต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังต้องพ้นจากตำแหน่งอธิบดี DSI และโยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ใหม่

คำตอบของ พ.ต.ต.ยุทธนา ชัดเจนว่า  “ไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยแม้แต่น้อย”

Advertisement

เจ้าตัวเปรียบเทียบตัวเองเหมือนนักกีฬาหรือนักฟุตบอล เมื่อผู้ฝึกสอนหรือผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ไปทำหน้าที่ในตำแหน่งใด ก็พร้อมลงสนามและทำหน้าที่ตรงนั้นให้ดีที่สุด

การโยกย้ายถือเป็นเรื่องปกติของข้าราชการ เมื่อถึงเวลาย่อมต้องเปลี่ยนแปลงไปตามวาระ

แม้การย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ใหม่ภายใต้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี จะทำให้ต้องปรับเปลี่ยนทั้งวิถีชีวิต กรอบกฎหมาย และภารกิจความรับผิดชอบ แต่ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกในแง่ลบ

ขอบคุณผู้ใหญ่และผู้บังคับบัญชาหลายท่านที่เป็นห่วง แต่ยืนยันว่าโดยส่วนตัวไม่ได้รู้สึกเสียใจหรือดีใจเป็นพิเศษ มองว่าการปรับเปลี่ยนตำแหน่งเป็นเรื่องปกติของข้าราชการ เมื่อถึงเวลา ก็มีการปรับเปลี่ยนกันได้

“ผมเป็นนักฟุตบอล หากโค้ชบอกให้ไปเล่นตำแหน่งหนึ่ง ก็ต้องไปเล่นตำแหน่งนั้น หากวันหนึ่งฟอร์มไม่ดี ก็อาจต้องนั่งพัก แต่เมื่อถึงจังหวะหรือโอกาสที่เหมาะสม ก็สามารถกลับลงสนามและเล่นในตำแหน่งอื่นได้ ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย นี่คือเรื่องปกติของการเป็นนักกีฬา และเช่นเดียวกันกับการทำงานราชการ”

23 ปีใน DSI จากวันแรกสู่เก้าอี้อธิบดี

เส้นทางของ พ.ต.ต.ยุทธนา กับ DSI ยาวนานถึง 23 ปี โดยเริ่มเข้ามารับราชการ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษในปี 2547 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของการดำเนินภารกิจภายใต้กฎหมายคดีพิเศษ

เจ้าตัวถือเป็นกำลังพลรุ่นแรก ๆ ที่ผ่านภารกิจสำคัญของ DSI และได้เห็นการเติบโตขององค์กรจากวันแรกจนกลายเป็นหน่วยงานสำคัญด้านการสอบสวนคดีพิเศษ

ตลอดระยะเวลา 23 ปี ผ่านทั้งคดีความมั่นคงในพื้นที่ภาคใต้ คดีก่อการร้าย  คดีการชุมนุมทางการเมืองจากหลากหลายกลุ่ม และหลายสีเสื้อ ตลอดจนคดีทุจริตขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับหลายพันล้านไปจนถึงหลักหมื่นล้านบาท

หลายคดีเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของสังคม ขณะที่หลายภารกิจต้องทำงานท่ามกลางแรงกดดันและความซับซ้อนทางการเมืองและสังคม

จาก คดีแปลกและท้าทาย สู่ความทรงจำ 23 ปี

เมื่อพูดถึงช่วงเวลาที่ประทับใจที่สุด พ.ต.ต.ยุทธนา ระบุว่า สิ่งที่จดจำได้มากที่สุดคือการได้รับมอบหมายให้ทำคดีที่ “แปลกและท้าทาย” ตั้งแต่การลงพื้นที่ภาคใต้ คดีม็อบเสื้อแดง เสื้อเหลือง กลุ่มการเมืองหลากสี ไปจนถึงม็อบนกหวีด

แม้ไม่ได้มีความรู้สึกอินกับเนื้อหาของคดีเป็นการส่วนตัว แต่กลับมีความสุขกับกระบวนการทำงานร่วมกับทีม

ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมเหน็ดเหนื่อย และร่วมประสบความสำเร็จไปพร้อมกัน  นี่คือสิ่งที่ พ.ต.ต.ยุทธนา มองว่าเป็นความทรงจำสำคัญตลอดเส้นทาง 23 ปีใน DSI

อีกช่วงหนึ่งที่น่าสนใจ คือการกล่าวขออภัยต่อผู้ร่วมงาน หากตลอด 23 ปีที่ผ่านมา การทำงาน การตัดสินใจ หรือการบริหารงานของเขา อาจทำให้ใครรู้สึกขัดอกขัดใจ

พ.ต.ต.ยุทธนา ยืนยันว่า การตัดสินใจต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ล้วนมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและเพื่อองค์กร  พร้อมย้ำว่า ไม่ว่าหน้าที่ใหม่จะอยู่ที่ใด หากได้รับมอบหมาย ก็พร้อมทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

คืนอำลา พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ คงไม่ได้เป็นเพียงงานเลี้ยงส่งผู้บริหารที่พ้นจากเก้าอี้อธิบดี DSI

แต่เป็นภาพสะท้อนของการปิดฉากช่วงเวลาหนึ่ง บนเส้นทางราชการที่ยาวนานถึง 23 ปี จากวันที่โอนย้าย เข้ามา ดีเอสไอ ผ่านคดีสำคัญและภารกิจที่มีเดิมพันสูง จนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก่อนถึงวันที่ต้องส่งต่อเก้าอี้ให้คนรุ่นต่อไป

จากนี้จึงต้องจับตาว่า บทบาทใหม่ของ พ.ต.ต.ยุทธนา ภายใต้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี จะเป็นอย่างไร และประสบการณ์ตลอด 23 ปีบนเส้นทางดีเอสไอ จะถูกนำไปใช้กับภารกิจใด!!