bg-single

ถึงตรมนางทนเอาไว้ | ประเสริฐศักดิ์ ปัดมะริด : ประกวดเรื่องสั้นมติชนอวอร์ด 2024

19.07.2024

ถึงตรมนางทนเอาไว้ | ประเสริฐศักดิ์ ปัดมะริด

ประกวดเรื่องสั้นมติชนอวอร์ด 2024

 

 

นํ้าตานางไหลอาบแก้มอ่อนๆ เปียกหมอนเลอะที่นอนไหลซึมเต็มห้อง

ห้องที่นางนอนคุดคู้อยู่อย่างเดียวดาย

ปราศจากเงาของอ้ายคนที่เคยนอนเคียงข้างเมื่อครั้งที่หมอนยังแห้งและที่นอนยังเลอะด้วยคราบอย่างอื่น

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ที่คราบน้ำตาของนางกลบเลือนร่องรอยเหล่านั้นจนจางหาย แต่กระนั้นนางก็ยังร้องไห้ เสียงสะอึกสะอื้นที่อดกลั้นไม่ให้อ้ายและใครในบ้านได้ยิน

ขณะที่นางได้ยินเสียงกระซิกกระเส่าดังลอดมาจากห้องข้างๆ เต็มสองหู

อ้ายและผู้หญิงคนนั้นแทบไม่ระมัดระวังอะไรเลย กระแทกกระทั้นกันเมามันด้วยความสนุกสุขสม จนอกนางตรมแทบจะกระอักเลือด

แต่ถึงตรมนางก็ต้องทนเอาไว้

 

นํ้าตานางไหลพังเต็มถ้วย ขณะยกสำรับกับข้าวออกไปให้อ้ายที่พึ่งตื่นนอนออกจากห้องมาอย่างฉุนเฉียว

นางไม่เห็นเงาของผู้หญิงปริศนาคนนั้น

อ้ายคงทำไขสือเหมือนว่าพึ่งได้เสียกับผีแม่ม่ายที่คนในหมู่บ้านเขาร่ำลือกัน

ผีกระเหี้ยนกระสันที่ตกดึกชอบแอบมาได้เสียกับผัวชาวบ้านจนเสร็จสมอารมณ์หมาย

พอตะวันแจ้งก็พลันสลายหายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นางไม่กล้าถามอ้าย

หรือถ้าถามอ้ายก็จะเอะอะโวยวายเหมือนว่าตัวเองเป็นเหยื่อ

เหยื่อที่ถูกขโมยน้ำเชื้อน้ำคาวอย่างไม่เต็มใจจากภูตผีพรายตนใดก็ตามที่นางมองไม่เห็นตัว

นางรู้อยู่แก่ใจว่าแต่ละคำของอ้ายล้วนแต่โกหกเอาแต่ได้

เป็นขาสองข้างนั้นไม่ใช่หรือที่เดินไปหาอีผีบ้านั่นที่อีกห้องไม่ใช่ห้องนาง

และเป็นสิ่งที่อยู่ระหว่างขานั่นไม่ใช่หรือที่ชี้นำทางอ้ายไป

ในครั้งแรกนางเคยเถียงอ้ายจนเลือดกลบปากมาแล้ว ฝ่ามือของอ้ายนั่นไม่ใช่หรือที่ฟาดปากนางจนหน้าทิ่มจมแจ่วปลาร้าบอง

อ้ายยังเอาข้าวเหนียวจิ้มปลาร้าเปื้อนเลือดนั้นเข้าปาก แค่คำแรกสัมผัสลิ้น อ้ายก็ถุยทิ้งต่อหน้านาง

บอกนางว่าโชคดีแค่ไหนที่ตอนนั้นนางยังสวยสะพรั่ง

ไม่อย่างนั้นอ้ายคงเอานางไปปล่อยในป่าช้าเหมือนหมูเหมือนหมา เพียงแต่เช้านี้ไม่เหมือนเช้านั้น

นางแก่ตัวขึ้นและไม่ได้สวยได้งามเหมือนเมื่อก่อน น้ำตานางไหลพังเต็มถ้วยแจ่วปลาร้าบอง

มันคงเจือจางจนจืดจางไร้รสเหมือนทุกอย่างในบ้านหลังนี้

อ้ายปั้นข้าวเหนียวลงจิ้มปลาร้าท่วมน้ำตาแล้วยัดเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ต่อหน้านาง

บอกว่าโชคดีแค่ไหนที่รสมือนางยังดีอยู่ ไม่อย่างนั้นอ้ายคงเอานางไปปล่อยลงแม่น้ำเหมือนปูเหมือนปลา

กินเสร็จแล้วอ้ายก็ออกไปขึ้นแพยามปลา นางได้แต่ก้มหน้าเช็ดพื้นเรือนที่เลอะน้ำตาต่อจากนั้นอีกสองนาน

 

นํ้าตานางไหลหล่นใส่กะละมังปลา ปลาสวาย ปลาตอง ปลาซิว และปลามากมายที่นางไม่รู้จักชื่อ

ปลาหลายตัวถูกนางขอดเกล็ดและควักไส้ออกมาก่อนจะฉีดน้ำล้างทำความสะอาด

กลิ่นเหม็นคาวมันทุเลาลงไปบ้างเมื่อผ่านน้ำตาและความชาชิน

นางค่อยๆ โกยรำและเกลือสินเธาว์โยนใส่กะละมังลงไปคลุกเคล้า

น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าถูกผสมลงไปในกระบวนการที่นางทำทุกวันจนหลับตาทำได้

นางเหนื่อยที่จะล้างคราบน้ำตาออกจากปลาโชคร้ายพวกนั้นแล้ว ปลาไร้เดียงสาที่อ้ายจับขึ้นมาจากแม่น้ำสงคราม

ปลาตัวใหญ่นางไม่สะเทือนใจเท่าปลาตัวเล็กตัวน้อยที่ติดร่างแหมาด้วย

อ้ายจับมันมาหมดโดยไม่สนใจว่ามันจะมีโอกาสได้ใช้ชีวิตว่ายวนในแม่น้ำที่มันเกิดกี่รอบแล้ว

ชีวิตไร้ทางเลือกมาลงเลยในกะละมังถูกควักไส้ควักพุงแล้วยัดกับเกลือแสบๆ เข้าไปแทนที่

อีกครั้งในหลายครั้งที่นางนึกสงสารปลาพวกนี้

แต่ใจหนึ่งก็นึกสมน้ำหน้าพวกมันที่ว่ายเข้ามาในยามไม้ดักปลาของอ้ายเอง แต่กระนั้นน้ำตานางก็ยังไหลไม่หยุด

นางค่อยๆ บรรจุปลาโชคร้ายเหล่านั้นลงในไห แล้วปิดปากผนึกเอาไว้จนแน่นดี

บ่มหมักอีกเป็นปีถึงเปิดออกมากินหรือตักแบ่งขายได้ มีคนมารอซื้อปลาร้าฝีมือนางจนทำขายแทบไม่ทัน

เป็นที่เลื่องลือกันทั่วทั้งนครพนมว่าปลาร้าบ้านนางรสชาติแซบนัวเป็นเอกลักษณ์หาตัวจับยาก

จากที่เคยทำให้อ้ายกินกันเองในบ้าน นางเลยต้องจ้างคนงานมาช่วยทำขายอีกหลายแรง

คนงานสวยๆ บางคนถูกอ้ายควักไส้ยัดเกลือยัดรำบรรจุใส่ไหแน่นไม่เคยได้เปิดออกมา

คนงานที่เหลือเลยมีแต่แม่แก่แม่เฒ่าที่ไม่เหลือน้ำตาให้ไหลลงไหอีกแล้ว

ทุกไหข้างในเลยมีแต่น้ำตานางแค่คนเดียว

 

นํ้าตานางเคยไหลใส่พานบายศรี นางยังจำได้ดีในวันที่อ้ายยัดไข่ต้มใส่ปากนางทั้งน้ำตา

พ่อของนางรวบรัดพ่อฝั่งบ้านอ้ายให้รีบตบแต่งก่อนที่ท้องนางจะโต

ฝ้ายผูกแขนกระชับความสัมพันธ์ของนางและอ้ายเข้าหากัน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นทั้งคู่เป็นแค่คนแปลกหน้า เดินสวนกันไปมาริมตลิ่งแม่น้ำสงคราม แพยามไม้ของบ้านอ้ายไม่เคยล่องมายุ่มย่ามในเขตน่านน้ำฝั่งบ้านนาง

นางเคยได้กลิ่นและได้ยินชื่อเสียงฉาวโฉ่ของอ้ายจนไม่คิดจะเฉียดกรายเข้าใกล้

ลูกชายคนเดียวของกำนันผู้มีอำนาจคับตำบล

กับลูกสาวคนเดียวของผู้ใหญ่บ้านที่เป็นเหมือนศูนย์รวมจิตใจของคนทั้งคุ้งน้ำ

ความหน้าบางของพวกพ่อๆ นั่นแหละที่บังคับนางกับอ้ายต้องมาผูกแขนป้อนไข่ให้กัน

ไข่ต้มที่อ้ายยัดใส่ปากนางทั้งน้ำตา หลังจากที่สามเดือนก่อนหน้าอ้ายยัดอีกอย่างเข้าไปในตัวนาง

ใต้เวทีหมอลำคณะแม่ต้อยติ่งบันเทิงศิลป์ นางจุกที่ท้องน้อยจนไม่มีแรงดิ้นรนขัดขืน

กลิ่นสาบเมาคละคลุ้งออกมาจากเหงื่อไคลที่ไหลโทรมกายอันเปลือยเปล่า

คืนนั้นอ้ายเห่าหอนเหมือนหมาเดือนสิบสองแข่งกับเสียงร้องของหมอลำสาวที่ร้องเพลงน้ำตาหล่นบนที่นอนอยู่บนเวที หางเครื่องกระโดดเต้นเร่าๆ ตามจังหวะดนตรี

ส่วนนางถูกอ้ายกระแทกกระทั้นจนเจ็บแสบลุกไหม้ทั่วข้างล่างลามไปถึงข้างใน

นางกรีดร้องตะโกนขอความช่วยเหลือสุดเสียง

แต่ถูกมือสากๆ ของอ้ายปิดปากเอาไว้ขณะใช้กำลังลุกล้ำเข้าไปครอบครองร่างกาย

มือเดียวกับที่ยัดไข่ใส่ปากเพื่อครอบครองนางตามประเพณี น้ำตานางไหลอาบแก้มทั้งคืนนั้นและวันนี้

แต่ถึงเจ็บแค่ไหน นางก็ได้แต่ทนเอาไว้ นางถูกสั่งให้ทนเอาไว้

 

นํ้าตานางหล่นบนขอบเตียง เตียงที่อ้ายย่ำยีนางคืนแล้วคืนเล่าหลังจากที่นางตกเป็นทรัพย์สิน ของเล่นอีกชิ้นที่อ้ายหยิบขึ้นมาเล่นแค่ชั่วครั้งชั่วคราว

อะไรที่เป็นของอ้าย อ้ายมักใช้มันอย่างไม่ทะนุถนอมจนมันกะเทาะถลอกพังเสียหาย จนสุดท้ายเมื่ออ้ายเบื่อ เมื่ออ้ายไม่พอใจ อ้ายก็ขว้างมันทิ้งแล้วไปหาอันใหม่มาใช้แทน นางทนไม้ทนมือของอ้ายได้อยู่พักหนึ่งอ้ายก็เริ่มออกลายให้เห็น ด้วยไม่เคยมีความรักหวานชื่นให้กันมาตั้งแต่แรก

นางรู้ว่าอ้ายมีคนที่อ้ายหมายปองอยู่แล้ว

อ้ายก็รู้ว่านางมีคนที่รักจนหมดหัวใจก่อนหน้านั้น แต่กลับกลายเป็นนางฝ่ายเดียวที่ต้องตัดใจ

ส่วนอ้ายออกไปมีผู้หญิงคนใหม่คนแล้วคนเล่าโดยไม่สนใจว่าใครจะว่าอะไร

ไม่เคยมีใครด่าเรื่องพวกนี้กับผู้ชายอยู่แล้วแม้จะเลยเถิดไปถึงไหนต่อไหน

แต่พอนางแค่ยืนคุยกับชายอื่นตามประสาคนเคยรู้จัก ทุกคนกลับเว้าพื้นนินทา ตราหน้านางว่าเป็นผู้หญิงชั่ว คิดจะสวมเขาให้ผัวแม้จะยังไม่ได้ทำอะไรเกินเลย

นางไม่รู้ว่าอ้ายจะโกรธขนาดนั้นไปทำไม ถ้าอ้ายไม่เคยมีใจให้นางเลยสักนิด หรือเป็นเพราะอ้ายหวงของเล่นเหมือนเด็กเอาแต่ได้เอาแต่ใจ ขอบเตียงถึงได้เลือดปากนางหยดลงไปเจือในคราบน้ำตา แต่ถึงเจ็บระบมแค่ไหนนางก็ได้แต่ทนเอาไว้

เพียงแต่ลูกในท้องของนางไม่ทน มารหัวขนตัวน้อยที่พ่อของมันยัดเหยียดเข้ามาให้ พลันไหลออกมานองที่หว่างขา ดื่มกินหยาดน้ำตาของผู้เป็นแม่ก่อนจะละลายหายไป

 

นํ้าตานางไหลลงแม่น้ำสงคราม อ้ายใช้ให้นางตากแดดตากลมลงแพยามไม้ไปช่วยจับปลา ทันทีที่รู้ว่านางไม่มีลูกในท้องให้ต้องกังวล

นางต้องตัดกิ่งไม้เล็กๆ เอามาวางเรียงกันเป็นกอเหนือแหแล้วทิ้งลงไปในน้ำ

หลอกปลาหน้าโง่ทั้งหลายว่ากอไม้สกปรกเหล่านี้คือบ้านอันแสนอบอุ่น

ล่อลวงให้ว่ายมาพักพิงอาศัยหากินหลบนักล่าหรือภัยร้ายที่จะกล้ำกลายชีวิตพวกมัน ยิ่งช่วงฤดูน้ำนิ่ง ปลาจากแม่โขงจะว่ายทวนน้ำสงครามขึ้นมาสร้างครอบครัวหาที่ผสมพันธุ์วางไข่

กอไม้ที่นางกับอ้ายและชาวประมงทั้งหลายวางล่อเอาไว้ก็มอบภาพฝันนั้นอย่างดี

ชีวิตอันผาสุกที่จะอยู่รอดต่อไปถึงฤดูน้ำหลากกลับถูกกุดสั้นให้เหลือแค่เจ็ดวัน

กอไม้ในยามถูกเทียบแพแล้วยกขึ้นมาเหนือน้ำ ให้ปลาโชคร้ายตกร่วงลงไปดิ้นกระเสือกกระสนบนร่างแห

อ้ายค่อยๆ จับมันขึ้นมาทีละตัวยัดใส่ลงข้องที่นางเปิดอ้ารอไว้

อารมณ์ฉุนเฉียวของอ้ายเพิ่มขึ้นตามช่องว่างในข้องที่พร่องเขิน

ใครๆ ก็รู้ปลาในน้ำสงครามน้อยลงกว่าแต่ก่อนหลังจากที่มีการสร้างเขื่อนหลายเขื่อนกั้นโขง

นางก็รู้เหมือนที่อ้ายรู้ แต่อ้ายก็ยังฟาดฝ่ามือใส่นาง โทษนางว่าข้องที่นางเตรียมมามันใหญ่เกินไป

นางล้มคะมำลงไปนอนบนกอไม้สกปรกที่นางก่อขึ้นมาดักปลาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

กิ่งไม้เปื้อนโคลนเหม็นคาวเสียบแทงเข้าไปในเนื้อตัวของนาง ปลาในข้องพากันหัวเราะเยาะเย้ยสมน้ำหน้านาง นางได้แต่อดกลั้นอดทนความเจ็บปวดนั้นเอาไว้ในใจ

 

นํ้าตานางร่วงหล่นลงในกระปุกปลาร้า มีลูกค้ามากหน้าหลายตา แห่พากันมาแย่งซื้อปลาร้ากระปุกสุดท้ายที่นางเพิ่งตักขึ้นมาจากไห กลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งไปทั่วลานบ้าน

แต่ทุกคนกลับบอกว่ารสเค็มขมขื่นที่ติดที่ปลายลิ้นนั้นทำให้ปลาร้าของนางแซบนัวไม่เหมือนใคร

นางทั้งแปลกใจและดีใจที่ปลาร้าของนางขายดีเทน้ำเทท่า แต่ปลาตัวสุดท้ายเพิ่งหมักลงไหไปเมื่อเช้า จำนวนปลาที่น้อยลง แต่จำนวนลูกค้าที่มากขึ้น ทำให้นางหมักปลาร้าและร้องไห้ไม่ทัน บางทีนางก็กลัว กลัวว่า ถ้านางไม่มีอ้ายนางจะเป็นยังไง ชีวิตนางจะเป็นยังไงถ้าไม่มีอ้ายทำให้นางร้องไห้ นางเลยยังไม่กล้าไปจากอ้าย นางไม่กล้าสู้หน้าใครในศรีสงครามหรือแม้แต่ทั้งนครพนม ผู้หญิงทิ้งผัว หรือผู้หญิงผัวทิ้ง

มันก็ไม่มีอะไรดีสำหรับนางทั้งนั้น นางไม่มีทางเลือก ในสังคมคับแคบนี้

นางต้องทนอยู่กับผัวคนนี้ไปจนกว่านางตาย หรือจนกว่าผัวตาย ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก่อน

นางทำได้แค่ร้องไห้ทนรอวันนั้น

 

นํ้าตานางไหลมาตลอดหลายปี หลายปีที่ทนฟังเสียงกระเส่าร้องดังก้องไปทั้งบ้าน

เพียงแต่นางไม่มีส่วนร่วมด้วย หยากไย้ขึ้นหนาเกาะเสาเกาะคานบ้านจนนางไม่มีกะจิตกะใจกวาดมันออก เดี๋ยวนี้พวกผีแม่ม่ายขึ้นมาหาอ้ายบนเรือนแม้กระทั่งกลางวันแสกๆ อ้าปากรองรับหยาดน้ำทั้งที่อ้ายยังลืมตา

จนตะวันลับขอบฟ้าผีพวกนั้นก็ยังรังควาญอ้ายไม่หยุดหย่อน บางตัวกรีดร้องเรียกหาอาหารด้วยความหิวโหย จนนางต้องวางขนมแต่งใบตองข้าวสากจุดธูปกรวดน้ำถวายทานให้

ผีพวกนั้นสวาปามอาหารหวานอย่างตะกละตะกลาม ก่อนจะมีแรงมากพอ ไปสวาปามอาหารคาวต่อจากอ้ายที่ทำทานให้มันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พอเสร็จกิจ อ้ายถึงยัดรำและเกลือสินเธาว์ดับกลิ่นคาว แล้วหมักผีพวกนั้นใส่ในไห ไหพวกนั้นโชกชุ่มไปด้วยน้ำคาวของอ้าย กลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งไปทั้งคุ้งน้ำสงคราม

ถึงชาวบ้านจะเอือมระอากลิ่นเหม็นเน่านี้สักแค่ไหน แต่กระนั้นก็ยังดึงดูดลูกค้าหน้าด้านหน้าใหม่ให้แวะเวียนมาลองชิมสูตรลับของอ้าย

ไม่รู้จักจบ ไม่รู้จักสิ้น

 

นํ้าตานางไหลซึมใส่เกลือสินเธาว์ เดี๋ยวนี้บ้านอื่นเขาเปลี่ยนไปใช้เกลือสมุทรหมักปลาร้ากันหมดแล้ว สาธารณสุขบอกว่ามันมีไอโอดีน

นางเคยเห็นโฆษณารณรงค์ตอนเด็กๆ ว่ามันช่วยป้องกันคอพอกและทำให้เด็กฉลาด

แม่นางซื้อเกลือผสมไอโอดีนถุงละห้าบาทมาใส่แกงอ่อมให้นางกิน

บอกอยากให้นางฉลาดแล้วเรียนหนังสือสูงๆ

นางเองก็อยากจบปริญญาเอามาใส่กรอบติดฝาบ้านให้พ่อให้แม่ภูมิใจ

แต่เป็นอ้ายที่พรากความฝันและความสาวของนางไปในคืนนั้นใต้ฮ่านหมอลำ

พ่อบังคับให้นางออกจากโรงเรียนตั้งแต่ยังไม่ทันจบ ม.6 นางเลยไม่ได้กินเกลือสมุทรอีกเลยนับแต่นั้น

ความฉลาดและอนาคตของนางหยุดเอาไว้ตั้งแต่ถูกอ้ายป้อนไข่

ฝ้ายผูกแขนพันธนาการนางเอาไว้ในบ้านหลังแคบๆ ที่อ้ายชี้เป็นชี้ตาย

แม้อ้ายจะขู่ว่าจะทำให้นางตายจริงๆ หลายครั้งที่นางทำให้อ้ายขัดใจ

แต่อ้ายไม่เคยรู้ว่านางตายไปตั้งแต่คืนใต้ฮ่านหมอลำคืนนั้นแล้ว

ที่อ้ายด่าว่าตบตีอยู่นี้เป็นเพียงแค่ไหปลาร้าที่บรรจุน้ำตาอยู่เต็ม วันไหนที่ถูกถีบถูกเตะ มันเลยล้มตะแคงจนน้ำตาข้างในกระฉอกไหลซึมออกมา

น้ำตาเค็มขื่นที่ตกตลึกจากเกลือสินเธาว์สูตรที่บ้านอ้ายใช้หมักปลาร้า

ใครๆ ก็ว่าเกลือสินเธาว์ไร้ไอโอดีนรสนวลกว่าเกลือสมุทรที่รสเค็มแหลม

เพียงแต่อ้ายไม่สนใจทั้งเกลือสมุทรหรือเกลือสินเธาว์อีกต่อไปแล้ว อ้ายสนใจแต่เกลือโพแทส

 

นํ้าตานางไหลใส่เกลือโพแทส มีข่าวว่าจะมีเหมืองโพแทสมาขุดมาเจาะแถวลุ่มแม่น้ำสงคราม ชาวบ้านว่าเราจะรวยไม่รู้เรื่องกันก็คราวนี้ ข่าวว่าประเทศไทยมีเกลือราคาแพงนี่มากติดอันดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งลุ่มแม่น้ำสงครามเกือบทั้งหมด ไล่มาตั้งแต่อุดรฯ สกลฯ จนถึงนครพนมที่นางอยู่

นางเองก็ตามอ่านจากข่าวเท่าที่ความรู้ไม่จบมัธยมของนางจะเอื้อให้เข้าใจ

เกลือโพแทสไม่ใช่เกลือที่เอามาใส่แกงอ่อมหรือหมักปลาร้าได้ ที่มันแพงเพราะมันจะให้แร่ธาตุโพแทสเซียม หนึ่งในธาตุสามอย่างที่นางท่องในวิชาเกษตรว่าทำให้ต้นไม้เจริญงอกงาม

เขาว่าถ้าขุดเกลือโพแทสขึ้นมาทำปุ๋ยเคมี ชาวนาในอีสานจะได้ลืมตาอ้าปากมีเกียรติมีศักดิ์ศรี

เพราะไม่ต้องเสียเงินซื้อปุ๋ยแพงๆ จากเมืองนอกมาปลูกข้าวอีกต่อไปแล้ว ข้าวในนาจะขึ้นงามขายได้ราคาดี

แต่บ้านนางไม่มีนากับใครเขา

อาศัยจับปลาในน้ำสงครามขึ้นมาหมักปลาร้าขายแล้วเอาเงินไปซื้อข้าวคนอื่นเขากินอีกที

แต่อ้ายว่าอ้ายมีที่พ่อแม่อยู่หลายแปลงคิดจะขายให้เขาทำเหมือง

อ้ายจะได้เป็นเศรษฐีมีกินมีใช้ไม่ต้องจับปลามาทำปลาร้าเหม็นคาวอีกต่อไป ตาของอ้ายเป็นประกาย ความหวังในอนาคตดูจะสำเร็จเสร็จสิ้นไปแล้วในความคิดอ้าย อ้ายถึงเรียกผีแม่ม่ายอีกตนมาหาในคืนนั้น หลังเสียงกระซิกกระเส่านางได้ยินผีตนนั้นอ้อนอ้ายให้ซื้อรถปิกอัพให้

อ้ายได้ใจบอกว่ารวยแล้วจะซื้อปิกอัพกี่คันก็ได้ แถมบอกว่าจะซื้อคอนโดฯ สูงๆ ที่อุดรฯ เพื่อเป็นรังรักรังใหม่ รังที่อยู่สูงจนนางไม่แรงพอบินขึ้นไปอยู่อาศัยอยู่ร่วมรังได้

และอ้ายตั้งใจจะขายบ้านหลังเดิมหลังนี้ไปพร้อมกับนาง

 

นํ้าตานางไหลต่อหน้าเจ้าหน้าที่นักเคลื่อนไหวตอนที่นางลงชื่อในเอกสารคัดค้าน

นางพึ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าเหมืองจะมาที่แม่น้ำสงครามในไม่ช้า ชาวบ้านคนอื่นก็ไม่มีใครรู้เหมือนกัน นักเคลื่อนไหวบอกว่ามีใครแอบเซ็นรับรองการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

โดยข้ามขั้นตอนที่ชาวบ้านต้องทำประชาพิจารณ์ไป

ใครสักคนเอาทะเบียนบ้านและชื่อของชาวบ้านไปสวมสิทธิลงนามโดยที่ไม่บอกไม่กล่าว

เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นเป็นประจำอยู่แล้วกับสังคมชาวประมงที่ไม่ได้ใส่ใจอะไรนอกจากข้าวปลายาไส้ให้พ้นวันและหนี้สินที่ต้องจ่ายให้พ้นเดือน ทุกอย่างมันเกินกว่าที่นางและชาวบ้านจะยื้อคืนกลับมาได้แล้ว

กำนันพ่อของอ้ายก็หายเงียบไปต่างประเทศ

อ้ายเองก็ทำเป็นโวยวายไม่รู้ไม่ชี้แล้วลงแพไปยามปลาไม่พูดไม่จากับใคร

นักเคลื่อนไหวบอกชาวบ้านว่าเหมืองเกลือโพแทส ไม่เพียงแต่จะต้องเวนคืนที่ทำกินของชาวบ้าน ขุดเอาเกลือโพแทสขึ้นมาจากดินแล้ว น้ำเสียที่จะปล่อยออกมาจากโรงงานยังจะเจือพิษลงในน้ำสงคราม จนปลาที่อยู่ในน้ำตายกันหมด และวิถีชีวิตคนทำประมงและคนหมักปลาร้าจะต้องถูกทำลายไปตลอดกาล นางพยายามคิดว่า นักเคลื่อนไหวพวกนี้อาจพูดให้เห็นภาพน่ากลัวเกินจริง

ธรรมดาเรื่องสิ่งแวดล้อมกับความเจริญมันก็ชักเย่อกันอยู่ตลอดไม่ว่าจะเกิดโครงการอะไรขึ้น

นางคิดว่ามันคงมีกฎหมายอะไรควบคุมอยู่

แต่นางก็ลืมไปว่ากฎอะไรในประเทศนี้มันหย่อนยานตามน้ำหนักเงินเสมอ

เงินสามารถง้างปากใครให้พูดหรือปิดปากใครให้เงียบก็ได้

เหมือนที่อ้ายถูกจ้างให้ปิดปากและหยุดการเคลื่อนไหวของนักเคลื่อนไหวพวกนั้นด้วยรำและเกลือโพแทส

อ้ายคว้านไส้หมักเอาไว้ในไหปลาร้าปิดผนึกแน่นหนาแล้วโยนทิ้งลงแม่น้ำสงคราม

กลิ่นความอยุติธรรมเหม็นคาวคละคลุ้งไปทั่วคุ้งน้ำ ชาวบ้านทุกคนเบือนหน้าหนีกลิ่น

บางคนถึงกับดึงเสื้อขึ้นมาปิดจมูก แต่ไม่มีใครสักคนพูดจาอะไร

แม่น้ำสงครามยังไหลเอื่อยเก็บงำความเงียบงันที่เคลื่อนไหวอยู่ข้างใต้ นางเลยคิดที่จะปริปากพูด

แต่เป็นอ้ายที่หัวเราะเยาะและท้าให้นางตะโกนให้เสียงดังที่สุด

อ้ายว่าไม่มีใครได้ยินเสียงของนางตั้งแต่นางถูกยัดไข่เข้าปากแล้ว นางเลยนึกขึ้นได้และพยายามเงี่ยหูฟัง นางไม่เคยได้ยินเสียงผู้หญิงบ้านอื่นเลยไม่ว่านางจะเห็นว่าพวกเธอโก่งคอแหกปากร้องขนาดไหน

น้ำตานางพลันไหลเมื่อคิดว่าคนอื่นคงไม่ได้ยินเสียงนางเหมือนกัน

 

นํ้าตานางไหลหล่นบนแพยามปลา อ้ายตบหน้านางอีกครั้งหลังได้ปลาติดแหน้อยกว่าที่คาด ปลาจากโขงไม่กล้าว่ายขึ้นมาวางไข่ในสงครามอีกเลยตั้งแต่ได้กลิ่นไม่ชอบมาพากล มีแต่ปลาที่เกิดจากไหปลาร้าที่อ้ายโยนทิ้งลงน้ำ

พวกมันหาทางหลุดออกมาเหนือผิวน้ำจนได้แม้อ้ายพยายามจะถ่วงมันไว้ในน้ำลึกแค่ไหน ปลาพิกลพิการไม่สมประกอบพวกนั้นมีแขนขางอกออกมาเหมือนเด็กเกิดใหม่

บางตัวกรีดร้องก่นด่าสุดเสียงทันทีที่มันเห็นหน้าอ้าย กลิ่นเหม็นคาวฉุนกึกจนนางต้องดึงเสื้อขึ้นมาปิดจมูก

อ้ายสั่งให้นางฆ่าปลาพวกนี้ทิ้งก่อนโยนกลับคืนลงน้ำสงคราม นางเถียงอ้ายว่าปลาพวกนี้เอาไปหมักทำปลาร้าได้ หมักไม่ถึงปีแขนขาพวกนั้นก็ละลายกลายเป็นน้ำปลาร้าไปหมดแล้ว แต่อ้ายก็ฟาดหลังมือใส่ปากนางอีกฉาด ปลาพวกนั้นพลันกระโดดกัดแขนกัดขาอ้ายจนเป็นแผลเหวอะหวะ นางได้โอกาสวิ่งหนีเอาตัวรอดขึ้นมาบนฝั่ง อ้ายก็วิ่งหนีตามขึ้นมาร้องเรียกให้นางช่วย แต่นางก็วิ่งหนีไม่คิดชีวิตเหมือนกัน

นางไม่ได้วิ่งหนีปลาประหลาดดุร้ายพวกนั้น แต่นางวิ่งหนีคนใจร้ายอย่างอ้ายมากกว่า หนีไปให้ไกลที่สุด หวังใจว่าอ้ายจะตามมาไม่ทัน

 

นํ้าตานางไหลด้วยความโล่งใจ

เหมืองเกลือโพแทสถูกใครสักคนที่ยังไม่ถูกยัดไข่เข้าปากตะโกนคัดค้านจนไม่สามารถมาลงที่ศรีสงครามได้

พ่อกำนัน พ่อของอ้ายถูกจับด้วยข้อหาปลอมแปลงเอกสารราชการและรับสินบน

ส่วนอ้ายนอนหยอดน้ำข้าวต้มบนเตียงของนางที่ซึมเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา

อ้ายหวาดผวาทุกครั้งเวลามีใครเข้าใกล้ ยกมือไหว้วอนขอชีวิตจากเงาว่างเปล่าที่ไม่มีใครเคยเห็น

ไม่มีใครเชื่ออ้ายว่าถูกทำร้ายด้วยปลาประหลาดในแม่น้ำสงคราม

คนยามปลาบนแพอื่นเห็นด้วยสองตาว่าอ้ายวิ่งขึ้นมาตามตบตีนางแล้วลื่นโคลนริมตลิ่งจนล้มใส่กองไม้แหลมคมบนแพที่พึ่งยกแหขึ้นมา เพียงแต่นางรู้ว่าอ้ายโดนอะไรมา

แต่การนิ่งเงียบปล่อยให้คนอื่นคิดว่าอ้ายเป็นคนบ้าก็สาสมดีแล้ว เห็นสภาพอ้ายเป็นอย่างนี้

ผีแม่ม่ายสักตัวสักตนก็ไม่แวะเวียนขึ้นมาบนเรือนเหมือนดังเช่นทุกวันคืน

กลิ่นคาวของอ้ายคงจะเหม็นเกินไปจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แล้วในตอนนี้

มีเพียงแต่นางที่ยังกรอกน้ำตาลงไปในชามข้าวต้ม ตักหยอดใส่ปากให้อ้ายตอดกิน ทีละหยด ทีละคำ

 

นํ้าตานางหยดแหมะลงบนจดหมายไล่ที่ อ้ายขายบ้านหลังนี้ไปแล้วโดยที่ไม่บอกให้นางรู้

พอนางไปคาดคั้นอ้ายถามหาเงินขายที่ตั้งหลายล้านมันหายไปไหนหมด

อ้ายก็สารภาพว่าไปซื้อรถปิกอัพกับคอนโดฯ ที่อุดรฯ ให้ผีแม่ม่ายสักตนไปแล้ว

สักตนในบรรดาหลายตนที่อ้ายไม่ได้หมักยัดลงไห อ้ายซื้อทั้งหมดเป็นชื่อผีตนนั้น

ป่านนี้มันขับรถป้ายแดงไปเสาะหาบ่าวอุดรฯ คนใหม่ที่พอจะสูบกินของคาวต่อได้ถึงไหนต่อไหน

ไม่เหมือนอ้ายที่นอนแห้งกรังอยู่บนที่นอนเปื้อนคราบเป็นด่างดวง ตอดกินข้าวต้มคลุกน้ำตาของนางอย่างน่าเวทนา

เพียงแต่น้ำตานางใกล้จะหมดแล้ว ตลอดช่วงเวลาที่นางตบแต่งเข้ามาเป็นเมียของอ้าย นางร้องไห้ไปจนเกือนจะหมดแล้ว น้ำตาในไหของนางไหลออกมาเกือบจะหมดแล้ว

น้ำตาหยดสุดท้าย นางเก็บไว้ใช้ ในวันสุดท้ายของอ้าย

 

นํ้าตาของนางไหลออกมาเป็นหยดสุดท้าย อ้ายแห้งตายสิ้นลมหายใจไปเองในเช้าที่เปล่าเปลี่ยวโดดเดี่ยววันหนึ่ง

ไม่มีใครอยู่เคียงข้างอ้ายเลยสักคนทั้งคนในครอบครัวและพวกผีแม่ม่ายทั้งหลายเหล่านั้น

ซากของอ้ายเหม็นคาวกว่าทุกสิ่งที่นางเคยได้กลิ่น เพียงแต่นางชาชินจนไม่ต้องยกอะไรขึ้นมาปิดจมูก

นางสูดกลิ่นสุดท้ายของอ้ายเข้าไปเต็มปอดอย่างสาแก่ใจ นางจับอ้ายโยนลงกะละมังล้างน้ำ คว้านเอาไส้และเครื่องในออกมาจนหมด

ยัดรำและเกลือโพแทชเข้าไปคลุกเคล้ากับเกลือสินเธาว์และน้ำตาหยดสุดท้ายที่นางเก็บเอาไว้มอบให้

นางค่อยๆ หมักอ้ายลงไปในไห ปิดผนึกรัดเชือกแน่นอย่างดี

แล้วยกไปตั้งไว้ข้างๆ ไหผีแม่ม่ายมากมายที่อ้ายหมักทิ้งเอาไว้แต่ไม่สนใจจะเปิดออก

นางเงยหน้ามองฟ้าเดินออกมาจากบ้านหลังนั้นระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าไปยึดทรัพย์สินในบ้าน

แน่นอนว่าไหปลาร้าทั้งหมดจึงตกเป็นภาระของคนอื่นนับตั้งแต่นั้น

นางไม่จำเป็นต้องทนเกลือกกลั้วกับของคาวพวกนั้นอีกต่อไป

น้ำตานางไม่ไหลอีกเลยหลังจากนั้น •

 

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

นอนหงายท้องมองเพดาน
หากไม่เลิกราซะก่อน…ปลาคงปีนต้นไม้ได้ | กวีกระวาด : ภูมิชัย ดำรงชัย
น้องโนรากับกีตาร์ไฟบิน | กวีกระวาด : ชิตะวา มุนินโท
ร็อคสตาร์ | เรื่องสั้น : พิณพิพัฒน ศรีทวี
มองการเมืองแคนาดาจากอีกฝั่งของมหาสมุทรแปซิฟิก
กระแสการเมืองขวาจัดจากฝรั่งเศสถึงอังกฤษ
ปมการศึกษา-ค่าครองชีพ ชนวนเหตุจุดประท้วงฝรั่งเศสครั้งใหญ่
GREEN เดียร์
โง่… ห่วย… เลวแต่ได้เป็นรัฐบาลอีก 2 ปี
ไอเดียร์กับทุนเทาในรัฐล้มเหลว
‘ไอเดียร์’ บนเส้นทางหนาม เคลียร์ปมหุ้นเว็บพนัน คัตเอาต์โยง ‘บิ๊กสีน้ำเงิน’
ศึกซักฟอก 18 รมต.ประดาบในทุกกระบวนท่าตั้งแต่จำนวนวันอภิปรายไปถึง ‘เนื้อหา’ เชือด