Frieren : Beyond Journey’s End | ตอนที่ 2 อนุสาวรีย์บอกอะไร
การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
นอกจากเรื่องเวลาที่เอลฟ์ฟรีเรนมีเหลือเฟือแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่หนังฉายให้เห็นเป็นระยะๆ คือรูปปั้นปาร์ตี้ผู้กล้าสี่คน ที่พบมากกว่านั้นคือรูปปั้นเดี่ยวของฮีโร่ฮิมเมลตามหมู่บ้านต่างๆ
ฟรีเรนเพิ่งจะรู้ตัวว่าเธอรู้จักฮิมเมลน้อยมากตลอดระยะเวลาสิบปีที่เดินทางไปปราบราชาปีศาจด้วยกัน คนทั้งแผ่นดินจะรู้จักเขาในฐานะผู้ปราบราชาปีศาจ เพราะอะไรเขาโดดเด่นกว่าตัวเธอเอง พรีสต์ไฮเตอร์ หรือวอร์ริเออร์ไอเซน
ฟรีเรนเก็บงำความไม่เข้าใจ แต่มิใช่เพราะอิจฉา เผ่าพันธุ์เอลฟ์ละทิ้งความอยากหรือตัณหาไปนานแล้ว
ฟรีเรนและลูกศิษย์สาวเฟรุนเดินทางไปถึงเมืองหนึ่งที่ซึ่งปาร์ตี้สี่ผู้กล้าเคยสะกดปีศาจตนหนึ่งไว้ มันเป็นหนึ่งในอสูรคนสำคัญของราชาปีศาจ ตอนนี้เวลาผ่านไปแปดสิบปีแล้ว มนตร์สะกดกำลังจะคลายตัวในไม่ช้า
ก่อนมาถึงที่นี่ ฟรีเรนได้สอนเฟรุนใช้มานาอย่างเป็นระบบ
มานาคือมนตราของพวกเมจ หลักการพื้นฐานที่เฟรุนต้องเรียนคือการสะสมมานา การเก็บงำ และการใช้
การใช้มิใช่มีเพียงการยิงมานาเชิงรุก แต่ที่ต้องเรียนด้วยฝึกด้วย คือการสร้างเกราะป้องกัน เนื่องจากมานาของเมจแต่ละคนมีจำกัด การสร้างเกราะป้องกันจึงไม่สามารถสร้างพร่ำเพรื่อได้ จะสร้างโล่ใหญ่ชิ้นเดียวมิได้

ฟรีเรนและเฟรุนเดินทางมาถึงหมู่บ้านในวันที่มนตร์สะกดคลายตัวพอดี ปีศาจร้ายร่างยักษ์ยิงมานาท่าไม้ตายของตนใส่เฟรุนไม่ยั้ง เวทมนตร์นี้มีชื่อเรียกว่าโซลทราค เฟรุนตั้งเกราะด้วยการกระจายพลังต้านโซลทราคเป็นจุดๆ เท่ากับประหยัดมานาที่ต้องใช้ไปมาก เมื่อถึงเวลาตีกลับ เธอยิงทีเดียวเจ้าอสูรก็สลายตัวเป็นเถ้าถ่านไปเลย นี่ขนาดลูกศิษย์
หนังไม่เพียงมีโครงเรื่องหลักคือเรื่องเวลาและรูปปั้น แต่มีโครงเรื่องรองหลายเรื่อง รวมทั้งเรื่องเวทมนตร์ ฟรีเรนเป็นเมจที่มีความสามารถซ่อนมานามิให้พวกปีศาจวัดขนาดได้ จึงเป็นท่าไม้ตายที่เธองัดออกมาสร้างความแปลกใจให้พวกปีศาจถึงตายได้เสมอๆ
ข้อสรุป “การสะสมทรัพยากรและการกระจายอำนาจคือคำตอบ”

ตอนที่ฟรีเรนและเฟรุนไปถึงรูปผนึกอสูร ชาวเมืองไม่ยินดีนัก มิหนำซ้ำยังต่อว่ากลายๆ ว่าไม่สนใจ หากอสูรหลุดออกมาก่อนเวลาจะว่าอย่างไร เพราะเวลาแปดสิบปีนั้นนานแสนนาน แต่ฟรีเรนว่าไม่นานเลย หลังจากปราบปีศาจได้แล้ว ฟรีเรนจึงรู้ว่าที่แท้ฮีโร่ฮิมเมลในสภาพชายชราวาระสุดท้ายได้เดินทางมาตรวจผนึกก่อนแล้ว ฮีโร่ฮิมเมลให้ความมั่นใจกับชาวเมืองว่าเมจฟรีเรนจะมาทันเวลาผนึกคลายตัวอย่างแน่นอน
ฟรีเรนไม่เคยรู้จักฮิมเมลถ่องแท้ แต่ทำไมฮิมเมลรู้จักและไว้ใจเธอมากมาย
รูปปั้นฮีโร่ฮิมเมลในหลายสถานที่ถูกทิ้งให้รกร้างใบไม้ใบหญ้าปกคลุม ที่แท้รูปปั้นมิได้บอกเรื่องราวทั้งหมดของวีรบุรุษแต่อย่างใด ถึงตอนนี้ฟรีเรนต้องการรู้จักสหายที่ดีที่สุดของเธอมากกว่าที่ผ่านมา
เธอจะทำได้อย่างไร เขาตายไปแล้ว เหลือแต่รูปปั้นรกร้าง

ฟรีเรนและเฟรุนเร่ร่อนรับจ้างใช้เวทมนตร์รับค่าจ้าง ฟรีเรนมักเรียกร้องค่าตอบแทนเป็นตำราเวทมนตร์ หากมิใช่ตำราเล็กๆ น้อยๆ เช่น เวทมนตร์หาของหาย ก็จะเป็นตำราของมหาจอมเวทฟรังเมซึ่งเป็นของปลอม
“ทุกเล่มเป็นเล่มปลอมทั้งนั้น” ฟรีเรนว่า “ตำราจริงหายไปพันปีแล้ว”
ไม่มีใครรู้อายุจริงของฟรีเรน แต่ก็ไม่มีใครเชื่อว่าเธอจะอยู่มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ เมื่อฟรีเรนพาเฟรุนและสตาร์คไปตามหาตำราจอมขมังเวทฟรังเมในแอ่งกระทะฟอล พวกเขาพบบ้านเก่าที่ถูกห่อหุ้มด้วยต้นไม้ใหญ่ ในบ้านนั้นเองที่ฟรีเรนได้พบตำราของอาจารย์ฟรังเม เธอคือลูกศิษย์คนเดียวของจอมมหาเวทฟรังเมผู้ตายไปแล้ว
“อยู่มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์จริงๆ” เฟรุนว่า
ฟรีเรนไม่เคยพบเอลฟ์ด้วยกันมาหลายร้อยปีแล้ว เอลฟ์พัฒนาถึงระดับไม่มีความอยากมีอยากได้อะไรอีก จำนวนเอลฟ์ลดลงมากจนใกล้สูญพันธุ์ แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่รู้จะอยู่อีกนานเท่าไร ทางเดียวที่จะรู้จักฮิมเมลคือหาทางคุยกับเขา ตำราของฟรังเมบอกตำแหน่งของออเรออลคือสวรรค์ ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือเลยปราสาทของราชาปีศาจขึ้นไปอีก เลยสุดขอบแผ่นดินเอนเด้
แล้วปาร์ตี้สามผู้กล้าก็ออกเดินทาง ระหว่างทางพบพรีสต์ซายน์สร่วมทางอีกคนหนึ่ง รวมเป็นสี่ จุดหมายปลายทางคือสวรรค์

ในขณะที่ความทรงจำเกี่ยวกับปาร์ตี้ผู้กล้าและฮีโร่ฮิมเมลถูกแช่แข็งด้วยรูปปั้น ทำให้อดีตและความจริงสิบปีนั้นถูกลดทอนและทอดทิ้ง หรือถูกสร้างใหม่ด้วยความทรงจำของผู้คนที่เลือกจะสร้างให้เป็นแบบใด ปรากฏการณ์นี้เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อนึกถึงวีรบุรุษในประวัติศาสตร์ไทยทุกคนหรือทุกพระองค์ ลองนึกภาพอนุสาวรีย์กลางเมืองของจังหวัดต่างๆ ก็จะเข้าใจง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นกษัตริย์ ขุนนาง หรือชาวบ้านบางระจัน เรื่องจริงเป็นเรื่องหนึ่ง คนรุ่นหลังสร้างความจริงใหม่อย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ฟรีเรนมีอายุยืนยาวกว่าคนทุกคน เธอเห็นฮีโร่ฮิมเมลยังคงพัฒนาหลังการตายอยู่ตลอดเวลาตามสถานที่และเวลาที่ผ่านไป หนังขึ้นต้นตอนใหม่ด้วยประโยคที่ว่า “เมื่อฮีโร่ฮิมเมลจากไป xx ปี” ดังนี้เสมอๆ เสมือนหนึ่งศักราชโลกจะนับใหม่หลังจากการตายของเขา ฟรีเรนไม่ต้องการข้อมูลรายทางเหล่านี้ เธอต้องการไปคุยกับฮิมเมลโดยตรง คนที่เธอทิ้งโอกาสไปตั้งแต่แรก
ฟรีเรนเดินทางตามหาส่วนที่หายไปของรูปปั้นฮิมเมล รูปปั้นปั้นได้แค่หน้าตา มีตอนหนึ่งที่ฮิมเมลใส่ใจหน้าตาของรูปปั้นตัวเขามากเสียจนฟรีเรนส่ายหัว ส่วนที่หายไปคือส่วนสำคัญ เปรียบเหมือนฟอสซิลไดโนเสาร์ที่เนื้อหนังหายไป ใครจะเป็นคนเติม ข้อมูลที่ใช้เติมมาจากไหน รู้ได้อย่างไรว่าต้องเติมกล้ามเนื้ออย่างที่เห็น มีท่าเดินอย่างที่เห็น และมีเสียงร้องอย่างที่ได้ยิน สำหรับฟอสซิลฮีโร่ฮิมเมลจะเติมผิดเติมถูก แล้วแต่ว่าแต่ละหมู่บ้านจะเก็บความทรงจำอะไรไว้
แล้วปารตี้สี่ผู้กล้าชุดใหม่ก็ออกเดินทางไปหาฮิมเมลที่สวรรค์ ผ่านทีละหมู่บ้านทีละตอนอย่างสนุกสนาน น่ารัก น่าชม และน่าตื่นเต้นไปเสียทั้งนั้น
