ข้างหลังของ…ข้างหลังภาพ ผ่านคำบอกเล่าของ “ดุษฎี พนมยงค์”

เผยแพร่ครั้งแรกใน คอลัมน์ ขอบฟ้ากว้าง มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 12- 18 กันยายน 2551
อ่านวรรณกรรมอมตะของศรีบูรพา เรื่อง “ข้างหลังภาพ” มาหลายครั้ง เมื่อ ถกลเกียรติ วีรวรรณ นำมาทำเป็นละครเพลงหรือที่เรียกเป็นภาษาฝรั่งว่า เดอะ มิวซิคัล นั้น การตีความหมายของบทละคร การแสดงในลักษณะที่ต้องผสมผสานระหว่างการขับร้อง ดนตรี การพูด การเต้น ฯลฯ จึงเป็นเรื่องที่ชวนให้ติดตามเป็นอย่างยิ่ง
ถกลเกียรติ มีความพยายามที่จะรักษาความงดงามของวรรณกรรมชิ้นเอกนี้ไว้ในการสร้างเป็นบทละครเพลง ซึ่งทำได้ดี และผู้ชมคงต้องเปิดใจกว้างสำหรับฉากเริงระบำอันสวยงามที่น้ำตกมิตาเกะ อันอาจทำให้ความเป็นกุลสตรีในยุคศักดินาของ ม.ร.ว.กีรติ ลดลงบ้าง
บทเพลงโดย สราวุธ เลิศปัญญานุช ทำได้ดีโดยรวม ในช่วงที่ตัวเอกแสดงความรู้สึกแห่งรักต่อกัน ดนตรีใช้การบรรเลงเดี่ยว Violin บ้าง Cello บ้าง ด้วยทำนองหวานซึ้ง ช่วยให้ผู้ชมมีอารมณ์คล้อยตามได้ดี แต่อยากเห็นบทเพลงในเรื่องที่สามารถสร้างความประทับใจเป็นพิเศษ จนเป็นเพลงเอกติดหูผู้ชม ดังที่มีอยู่ในละครเพลงของฝรั่ง เช่น จากเรื่อง The Phantom of the Opera เป็นต้น ส่วนวงดนตรีประกอบการแสดง ล้วนเป็นนักดนตรีแถวหน้าของเมืองไทย ฝีมือย่อมไร้เทียมทานอยู่แล้ว
บทสนทนาและคำร้องโดย วิเชียร ตันติพิมลพันธ์ ถ่ายทอดจิตวิญญาณของวรรณกรรมดั้งเดิมได้ดี ประทับใจกับการเน้นบทร่ำลาของคู่พระคู่นาง จากบทประพันธ์เดิมที่ ม.ร.ว.กีรติ พูดว่า “โอยาซูมินาไซ เด็กดีของฉัน” แต่สำหรับ นพพร วิเชียร ได้เติมคำว่า “…คุณหญิงของผม” ต่อท้ายประโยค เมื่อเรื่องดำเนินมาจนเกือบถึงบทสุดท้าย คุณหญิงยังคงกล่าวถ้อยคำเดิม แต่คำร่ำลาของ นพพร เปลี่ยนเป็น “ราตรีสวัสดิ์ครับ คุณหญิง” เป็นการหักมุม แสดงความรู้สึกของ นพพร ที่เปลี่ยนไปแล้ว
มาถึงเรื่องของการแสดง ต้องขอชมเชยทุกคนที่แสดงได้ดี ผู้แสดงเป็น ปรีดิ์ ร้องเพลงดี ถ้าเธอจะลดเสียงหัวเราะกึ่งเยาะเย้ยทั้งตอนต้นและตอนจบของเรื่อง ให้โทนเสียงต่ำลงอีกนิด คงจะสื่ออารมณ์ได้เป็นที่เข้าใจเช่นกัน
ตัวตลก 3 คนในเรื่อง ช่วยสร้างสีสันให้แก่ละครเพลง เป็นการสลับฉากสอดแทรกบรรยากาศสบายๆ โดยนำมาโยงเล็กๆ น้อยๆ กับสถานการณ์ในปัจจุบันได้ดี
ขอปรบมือดังๆ ให้ ม.ร.ว.กีรติ ที่แสดงโดย สุธาสินี พุทธินันท์ ไม่ว่าจะเป็นการแสดง การร้องเพลง การเต้น และลีลาบนเวที เธอทำได้ดีเยี่ยม สมกับที่ได้ติดตามและชื่นชมเธอมาตั้งแต่เมื่อ 20 กว่าปีก่อน เธอออกรายการโทรทัศน์และร้องเพลงของยูเนสโกได้น่ารักมาก
บนเวทีนี้ เสียงพูดของ สุธาสินี ที่ก้องกังวาน มีเสน่ห์ มีน้ำหนัก และเต็มไปด้วยความรู้สึกกลมกลืนกับเสียงร้องที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ด้วยถ้อยคำเนื้อร้องภาษาไทยที่ชัดเจน สะกดให้ผู้ชมในโรงละครคล้อยตามอารมณ์ของเธอจนลืมไปว่า นี่คือละคร
แม้ในช่วงสุดท้ายของชีวิต เธอแสดงอารมณ์ของตัวละครผ่านเสียงเพลงอย่างไพเราะ แผ่วเบา กินใจ และต่อเนื่อง สามารถทำให้ผู้ชมคล้อยตามอารมณ์เศร้าได้เป็นอย่างดี เธอคือมืออาชีพโดยแท้จริง
สุกฤษณ์ วิเศษแก้ว ที่รับบท นพพร นั้น หน้าตาน่าเอ็นดู แม้จะเดินห่อไหล่ไปหน่อย ก็ไม่ถึงกับเสียบุคลิก ชดเชยกับการทำได้ดีทั้งบทแสดงและบทเต้น เสียงร้องของ สุกฤษณ์ อาจจะตึงไปบ้าง ก็ด้วยวิธีการร้องเพลงป็อบที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา แต่ก็ฟังไพเราะไปอีกแบบหนึ่ง
เสียดายประโยคที่ลงท้ายด้วยคำว่า “นี้” ซึ่งเป็นโน้ตสูง (ดูเหมือนเป็น F sharp สูง หรือ G สูง) และเป็นช่วงเสียงเปลี่ยน (passagio) พอดี เสียงร้องของ สุกฤษณ์ จึงไม่เป็นธรรมชาติ เหมือนมี “ข้อต่อ” และเสียงสะดุด คล้ายกับเป็นเสียงร้องของคนสองคน
ถ้าใช้วิธีฝึกแบบ classic อาจจะช่วยแก้ไขได้บ้าง เช่น เปล่งเสียงแบบ falsetto ใช้สระอู จากโน้ต F สูง ให้เสียง ไหล portamento ลงมายังโน้ต F ที่ต่ำกว่าหนึ่ง octave แล้ว ไหล กลับไปที่โน้ตเดิม ปฏิบัติเช่นนี้หลายครั้ง โดยเลื่อนตัวโน้ตสูงขึ้นไปทีละครึ่งเสียง แต่อย่าให้เกินโน้ต B flat สูง ฝึกเช่นนี้เสมอๆ จะช่วยเพิ่มพิสัยเสียง (range) ให้กว้างขึ้น และไม่ติดขัดเมื่อร้องโน้ตสูง
แบบฝึกหัดนี้ต้องทำอย่างปราณีต ใช้แรงสนับสนุนอย่างถูกต้องจากระบังลม และห้ามตะโกนอย่างเด็ดขาด
รัดเกล้า อามระดิษ นักร้องคุณภาพคนหนึ่งของเมืองไทย ร้องเพลงไพเราะ และแสดงบทบาทพี่เลี้ยง นวล ได้เป็นธรรมชาติ เพียงแต่ในรอบปฐมทัศน์นั้น เสียงร้อง 2-3 ประโยคแรกของเธอติดขัดตะกุกตะกัก หรือเป็นเพราะเครื่องเสียงขัดข้องก็ไม่ทราบได้ การร้องทำนองคู่ (duet) กับนางเอกก็ทำได้ดี ถ้าฝ่ายที่ร้องทำนองรองลดเสียงลงบ้างให้ทำนองหลักเด่นขึ้นมา ก็จะดียิ่งขึ้น
เจ้าคุณอธิการบดี ร้องบทเพลงก่อนจะสิ้นใจในลักษณะลมสั้น และตื้นมาก เสียงที่ออกมาแห้ง และขาดหายเป็นช่วงๆ ประโยคเพลงก็ไม่ต่อเนื่องกัน…ไม่ทราบว่า เป็นความตั้งใจของผู้กำกับ ที่ต้องการให้ คนป่วยหนัก ร้องเพลงในลักษณะนี้ หรือผู้แสดงเหนื่อย?
อยากได้ยิน หมู่มวล ขับร้องประสานเสียงทุกๆ เพลง ดั่งเช่นการขับร้องของพวกเขาในชุดดำทั้งตอนเริ่มต้นและจบเรื่อง ซึ่งน่าฟัง และมีมิติลึกซึ้ง กว่าการร้องหมู่แบบ unison หรือร้องไล่กันแบบ canon ที่มีอยู่หลายตอนในละครเพลงเรื่องนี้
ความประทับใจอีกประการหนึ่งของงานละครเพลงเรื่องนี้ คือฉากตระการตาที่เนรมิตรขึ้นบนเวที และเปลี่ยนอย่างฉับไว ที่ชอบมากมีอยู่สองฉาก คือ ฉากรถไฟ และน้ำตกมิตาเกะ ทั้งสองฉากมีการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติเสมือนจริง สวยงามอลังการ ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่า ได้เข้าไปอยู่ร่วมในเหตุการณ์นั้นจริง
การเต้นประกอบการแสดง แม้จะดูเหมือนบ่อยครั้งไปหน่อยสำหรับละครเพลงหนึ่งเรื่อง แต่ สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา ผู้ออกแบบและกำกับท่าเต้น ก็สร้างงานได้สวยงามเหมาะสมกับเนื้อเรื่องทุกตอน ขอชมเชย
ขอแสดงความยินดีกับผลงานของ ถกลเกียรติ และคณะ และชื่นชมที่ ถกลเกียรติ เชิญ ผู้อยู่ข้างหลังของข้างหลังภาพ อันได้แก่ ฝ่ายฉาก ฝ่ายศิลป์ ฝ่ายเวที ฯลฯ ขึ้นแสดงตัวบนเวที รับเสียงปรบมือขอบคุณจากผู้ชมในรอบปฐมทัศน์ ซึ่งเขาเหล่านั้นก็มีบทบาทที่ทำให้ “ข้างหลังภาพ” ประสบผลสำเร็จเช่นกัน
สุดท้ายแล้ว เราทุกคนคงไม่ลืมที่จะขอบคุณและแสดงความคารวะต่อ
“ศรีบูรพา” ผู้มอบมรดกวรรณกรรมอมตะแก่สังคมไทย
