bg-single

รายงานพิเศษ / โชคชัย บุณยะกลัมพ/ร้านสะดวกซื้อไร้พนักงานที่สิงคโปร์ ประสบความสำเร็จ ถอดบทเรียนจากจีน

31.01.2020

รายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ

https://chokcyberai.blogspot.com

https://chokweekly.blogspot.com

ร้านสะดวกซื้อไร้พนักงานที่สิงคโปร์

ประสบความสำเร็จ

ถอดบทเรียนจากจีน

“#สิงคโปร์” เป็นประเทศเล็กๆ ที่ยังจำเป็นต้องอาศัยแรงงานต่างชาติป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมและกิจการของภาคเอกชนต่างๆ

รัฐบาลสิงคโปร์มีนโยบายให้ผู้ประกอบการลดการพึ่งพากำลังแรงงาน แล้วหันไปเพิ่มคุณภาพบุคลากรทุกระดับ รวมถึงเทคโนโลยีนวัตกรรม

ความต้องการลดแรงงานคนในวงการค้าปลีกในสิงคโปร์ และผลักดันให้แรงงานเหล่านั้นไปทำงานอื่นที่มีทักษะสูงขึ้น ร้านค้าหลายแห่งเร่งนำเอาตู้ซื้อสินค้าอัตโนมัติเข้ามาให้บริการ ทยอยนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในธุรกิจมากขึ้น

สำหรับร้านสะดวกซื้อในสิงคโปร์แล้วการบริการลูกค้าเริ่มหันนำเทคโนโลยีมาใช้ เนื่องจากตอนนี้เริ่มมีปัญหาขาดกำลังคนในตลาดแรงงานและยังพบว่าต้นทุนของแรงงานสูงขึ้นในการจ้างแรงงานเนื่องจากความไม่สมดุลของประชากรระหว่างวัยทำงานกับวัยชรา

สิงคโปร์เป็นอีกประเทศหนึ่งที่จำนวนประชากรสูงวัยขยายตัวอย่างรวดเร็ว

อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้ร้านค้าในสิงคโปร์ปรับรูปแบบเนื่องจากการขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก โดยเฉพาะในธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจบริการที่เคยพึ่งพาแรงงานต่างชาติมาตลอด

แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมารัฐบาลเข้มงวดกับการจ้างแรงงานต่างด้าว ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจให้เกิดภาวะสมดุลของตลาดแรงงานอย่างเหมาะสม

เทรนด์ของการเปิด #ร้านค้าไร้พนักงาน ในสิงคโปร์ เป็นที่สนใจของกลุ่มผู้ประกอบการในสิงคโปร์อีกหลายราย เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานและอัตราค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นเชน #ร้านสะดวกซื้อ “#Cheers” ที่เปิดตัว #ร้านไร้พนักงานขาย แห่งแรกที่นันยางโพลีเทคนิคเมื่อ 2 ปีที่แล้ว รวมถึงร้านอย่าง OMO Store และ Pick and Go

เมื่อมีการนำเทคโนโลยีด้านการวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้ ทำให้ธุรกิจค้าปลีกเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ นำมาวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าเพื่อช่วยให้เกิดการจัดหมวดหมู่สินค้าได้ดีขึ้น รวมถึงการสร้างเครือข่ายกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพ

ไม่ควรใช้ร้านค้าอัจฉริยะเหล่านี้วางขายเพียงแต่สินค้าที่เก็บไว้ได้นาน อย่างพวกขนม และเครื่องดื่ม ร้านนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติใหญ่ๆ เครื่องหนึ่งในสายตาของผู้บริโภค

มาดูร้าน “Octobox” ร้านสะดวกซื้อไร้พนักงานที่ประสบความสำเร็จจากบทเรียนต่างๆ ของจีน ร้านสะดวกซื้อสตาร์ตอัพสัญชาติสิงคโปร์ ที่มีสาขาตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ซึ่งมีระบบการชำระเงินสุดไฮเทค เพียงแค่สแกนฝ่ามือลงไปที่หน้าจออิเล็กทรอนิกส์ที่ติดไว้บนผนัง

Ng Kiat Seng ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ Octobox ระบุว่าเขาต้องการทาร์เก็ตไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อินกับดิจิตอล โดยการเข้าไปตอบโจทย์เรื่องของความสะดวก ราคาที่เข้าถึงได้ และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารร้าน เพื่อเติมเต็มในสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ

ซึ่งต้นทุนการเปิดต่อสาขานั้นอยู่ที่ 108,000 เหรียญสหรัฐ และภายในระยะเวลา 3 สัปดาห์ มีนักศึกษาที่สนใจลงทะเบียนกว่า 3,000 คน ที่สแกนฝ่ามือเพื่อผูกกับเบอร์โทรศัพท์ในการยืนยันตัวตน

Ng Kiat Seng ยังระบุถึงแผนการเปิดสาขาอีก 4 แห่งเร็วๆ นี้ ด้วยกลยุทธ์เดียวกันกับที่ใช้ใน NUS คือ เข้าไปเจาะกลุ่มชนขนาดเล็ก เช่น ที่พักอาศัย รวมถึงยิม พร้อมกับความสนใจที่จะนำโมเดลนี้ไปเปิดในต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย ไต้หวัน และอินโดนีเซีย

โดยผู้ประกอบการแต่ละรายในสิงคโปร์ได้ให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ จะไม่เกิดข้อผิดพลาดแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในประเทศจีนในความยุ่งยากของการยืนยันตัวตน จนถึงการทำรายการได้สำเร็จ ในร้านค้าไร้พนักงาน

ขั้นตอนเหล่านี้มันขัดต่อการให้บริการที่รวดเร็วประทับใจ

การนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการขาย การพัฒนาสินค้าใหม่ๆ รวมถึงการสร้างเครือข่ายกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นประสบความสำเร็จมากกว่าที่อื่น คือไม่ควรนำเทคโนโลยีเข้าไปแทนที่การใช้แรงงานเป็นหลัก ซึ่งอาจมองข้ามข้อมูลสำคัญในการขายและบริการ

เหมือนดังเช่น “อาลีบาบา” ได้เปิดตัว “Freshippo” หรือที่รู้จักกันในนาม “เหอหม่า เซียนเซิง” ร้านซูเปอร์มาร์เก็ตไฮเทคที่นำเอาเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้ภายในร้าน ทั้งระบบการชำระเงินแบบแคชเลส คิวอาร์โค้ดบอกข้อมูลสินค้า ฯลฯ แต่ที่ร้านก็ยังมีพนักงานเพื่อซัพพอร์ตลูกค้า ทำให้ดำเนินธุรกิจอยู่ได้

ก่อนหน้านี้ร้านไร้พนักงานในประเทศจีน เช่น กรณีของร้าน “Buy-Fresh Go” ร้านสะดวกซื้อแบบไร้พนักงานที่ปิดตัวลงในช่วงกลางปีที่ผ่านมา หลังจากที่เปิดให้บริการได้เพียง 1 ปี

Buy-Fresh-Go ลงหลักปักฐานธุรกิจครั้งแรกในปี 2017 ที่เสิ่นเจิ้น จากนั้นก็เปิดสาขาที่หัวเฉียง ย่านการค้าสำคัญของเสิ่นเจิ้นในเวลาต่อมา แต่ไม่นานนักความนิยมชมชอบในร้านอัจฉริยะไร้พนักงานขายนี้ก็เริ่มลดลง และนำไปสู่การปิดสาขาในเวลาต่อมา

และที่เมืองกว่างโจว ก็พบว่า “i-Store” ซึ่งเป็นร้านสะดวกซื้อแบบไร้พนักงานขายเชนแรกของที่นี่ก็ปิดสาขาลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียง 3 สาขาในช่วงต้นปีที่ผ่านมา จากช่วงที่มีสาขาพีกๆ ประมาณ 9 สาขา

หรือก่อนหน้านี้ JD.com พี่ใหญ่ในอีคอมเมิร์ซจีนอีกรายก็ได้ออกมาประกาศว่าจะเลื่อนแผนการทำ smart shelf business หรือร้านไร้พนักงานขายไซซ์เล็กออกไปก่อน หลังจากที่เคยวางแผนเอาไว้ว่าจะขยายสาขาร้านโมเดลดังกล่าวถึง 5,000 สาขา โดยจะเอาไปตั้งอยู่ในตึกออฟฟิศ และอาคารอื่นๆ ในเมืองหลัก ๆ ทั่วประเทศ

แต่ก็ถอดใจไม่ลงทุนต่อเพียงแค่ในระยะเวลา 6 เดือนต่อมา

ธุรกิจร้านสะดวกซื้ออัจฉริยะยังเป็นกระแสความต้องการในกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการความสะดวกสบายไม่ยุ่งยากซับซ้อน เพียงแต่ต้องเราจับทางให้ถูกว่าจะเข้าถึงลูกค้าหรือนำสินค้าที่เหมาะต่อความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างไรจึงจะสะดวกที่สุดและเหมาะสมที่สุด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน