bg-single

โจ ไบเดน กับการปฏิรูปกฎหมายไอที ต่อต้านการผูกขาดเทคโนโลยี | โชคชัย บุณยะกลัมพ

18.11.2020

รายงานพิเศษ / โชคชัย บุณยะกลัมพ

https://chokcyberai.blogspot.com

https://chokweekly.blogspot.com

โจ ไบเดน

กับการปฏิรูปกฎหมายไอที

ต่อต้านการผูกขาดเทคโนโลยี

ชัยชนะการเลือกตั้งของนายโจ ไบเดน ที่จะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐในครั้งนี้
อเมริกาจะมีนโยบายการค้าขายระหว่างประเทศ หรือการส่งออก อาจไม่เหมือนภาพในปัจจุบันที่เป็นอยู่
น่าจะเป็นการขายแบบเสรีมากขึ้น
เนื่องจากนายโจ ไบเดน มีความแตกต่างกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ค่อนข้างมาก
แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะมีผลกระทบเชิงบวกหรือลบมากกว่ากัน
รูปแบบสงครามการค้ารูปอาจจะเป็นแบบใหม่ ที่แตกต่างจากช่วงนายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี
ซึ่งที่ผ่านมาสถานการณ์ที่น่าจับตามองและถือเป็นเรื่องใหญ่ในระบบเศรษฐกิจการค้า การส่งออกของโลกในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องการห้ำหั่นกันในสงครามการค้าโลกระหว่างสองยักษ์ใหญ่ สหรัฐอเมริกากับจีน ที่กำลังคุกรุ่นขึ้นเรื่อยๆ
ต่างฝ่ายต่างแลกหมัดกันไม่ลดละ
แต่ในส่วนของ “ไบเดน” ท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาอะไรที่เป็นการผูกมัดตัวเองในระบบเศรษฐกิจ

ทางด้านสถานการณ์เทคโนโลยีที่มีต่อจีน “ไบเดน” ให้คำมั่นสัญญาไว้ว่า เขาจะต่อต้านอำนาจของบริษัทเทคโนโลยีจีน เช่น Huawei และ TikTok
เพราะตัวเขาเองก็มีความกังวลถึงการเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ชาวอเมริกันกว่า 100 ล้านคนของ TikTok
ซึ่ง “ไบเดน” ได้กล่าวบนเวทีหาเสียงว่า เขาจะดึงผู้เชี่ยวชาญทางไซเบอร์มาร่วมทีม
ทั้งนี้ “ไบเดน” เคยออกมาสนับสนุนการแบนอุปกรณ์ Huawei ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ในสหรัฐอเมริกา
และยังยืนยันว่า เขาจะพัฒนาข้อบังคับของโลกเกี่ยวกับการจารกรรมทางไซเบอร์ ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และเทคโนโลยี AI
และ “ไบเดน” ดูจะชัดเจนในเรื่องการขโมยทรัพย์สินทางปัญญามากที่สุด โดยเขาสัญญาว่า จีนจะได้รับบทลงโทษแน่นอน หากพบว่ามีการขโมยเทคโนโลยีของสหรัฐ และข่มขู่ว่าจะตัดออกจากการเข้าถึงตลาดและระบบการเงินของสหรัฐ
ซึ่งแน่นอนประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะต้องมีการปฏิรูปกฎหมายต่อต้านการผูกขาดเพื่อควบคุม บริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดที่ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีต้องเผชิญปัญหาใหญ่ที่สุด
โดยรายงานของรัฐสภา 449 หน้าซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้อำนาจตลาดในทางที่ผิดโดย Google, Apple, Amazon และ Facebook มีแนวโน้มที่จะเกิดปัญหาล่วงหน้าสำหรับบริษัทเทคโนโลยีภายใต้การบริหารของไบเดน และสภาคองเกรสที่ควบคุมโดยพรรคเดโมแครต
รายงานนี้รวบรวมโดยคณะกรรมการจากคณะกรรมการตุลาการของสภาผู้แทนราษฎรได้จัดทำ Road Map สำหรับสภาคองเกรสเพื่อหยุดยั้งการครอบงำของบริษัทยักษ์ใหญ้ด้านเทคโนโลยี

เมื่อเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐได้ยื่นฟ้อง Google เสิร์จเอ็นจิ้นยักษ์ใหญ่ของโลก โดยกล่าวหาว่าบริษัทละเมิดกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันเพื่อปกป้องการผูกขาดตลาดในการค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต รวมถึงการลงโฆษณาออนไลน์ของตน
การยื่นฟ้องดังกล่าวถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ และเป็นการท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดจากทางการสหรัฐต่อบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีในรอบหลายปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐพร้อมด้วยรัฐต่างๆ อีก 11 รัฐในสหรัฐได้ยื่นฟ้องต่อกูเกิล
โดยพุ่งเป้าไปที่เงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐที่บริษัทจ่ายในแต่ละปี เพื่อให้กูเกิลเป็นตัวเลือกเริ่มต้นที่ถูกติดตั้งในบราวเซอร์ และยังเป็นตัวเลือกเริ่มต้นที่ถูกลงไว้ในโทรศัพท์มือถืออีกด้วย
เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวช่วยทำให้กูเกิลรักษาสถานะของประตูสู่การใช้อินเตอร์เน็ต และยังทำให้กูเกิลควบคุมการเข้าถึงช่องทางต่างๆ ในการหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตของสหรัฐถึงราว 80%
ทั้งยังครอบงำตลาดถึงกับทำให้คำว่า Google ไม่ได้เป็นเพียงชื่อเรียกบริษัทเท่านั้น แต่มันยังกลายเป็นคำกริยาที่หมายถึงการค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตอีกด้วย
การยื่นฟ้องครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการเปิดการสอบสวนมานานกว่าหนึ่งปี ทั้งยังเกิดขึ้นขณะที่บริษัทกำลังเผชิญกับการตรวจสอบอย่างหนักเกี่ยวกับแนวปฏิบัติของบริษัททั้งในสหรัฐและในต่างประเทศด้วย
ด้านกูเกิลออกมาโต้ทันทีว่า การยื่นฟ้องบริษัทในกรณีดังกล่าวเต็มไปด้วยข้อตำหนิมากมาย
เพราะการแข่งขันในธุรกิจของบริษัทยังคงเป็นไปอย่างเข้มข้น
และบริษัทยึดถือแนวปฏิบัติในการให้ความสำคัญกับลูกค้าก่อนสิ่งอื่นใด
“ผู้คนใช้ Google ก็เพราะเขาเลือกที่จะใช้ ไม่ใช่เพราะถูกบังคับให้ใช้ หรือเพราะพวกเขาไม่สามารถหาทางเลือกอื่นได้”
กูเกิลระบุ

แถมก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐได้ลงนามในคำสั่งผู้บริหารเพื่อถอดถอนการปกป้องตามกฎหมายบางประการต่อโซเชียลมีเดีย หลังจากทวิตเตอร์ได้แท็กทวีตข้อความของทรัมป์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2 ทวีตให้ผู้อ่านตรวจสอบข้อเท็จจริงของเนื้อหาดังกล่าว
คำสั่งผู้บริหารที่ทรัมป์ลงนามไปจะให้อำนาจกับผู้ควบคุมในการดำเนินการตามกฎหมายกับบริษัทอย่างเฟซบุ๊ก ยูทูบ และทวิตเตอร์ เกี่ยวกับวิธีที่พวกเขาดูแลหรือควบคุมเนื้อหาที่ปรากฏบนแพลตฟอร์มของตน
ระหว่างลงนามในคำสั่งผู้บริหารดังกล่าว ทรัมป์ได้กล่าวหาแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียว่ามีอำนาจที่ปราศจากการตรวจสอบ
อย่างไรก็ดี คาดว่าคำสั่งดังกล่าวของทรัมป์จะต้องเจอกับข้อต่อสู้ทางกฎหมาย

ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการสื่อสารที่เหมาะสมของสหรัฐ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจะได้รับการปกป้องทางกฎหมายภายใต้สถานการณ์บางอย่าง และไม่ต้องมีความรับผิดชอบทางกฎหมายต่อความเห็นต่างๆ ที่ปรากฏในเนื้อหาที่ผู้ใช้งานโพสต์
แต่บริษัทสามารถที่จะถอดเนื้อหาที่เห็นว่าเป็นเรื่องอนาจาร หยาบคาย ก่อกวน หรือรุนแรงได้
ขณะที่คำสั่งผู้บริหารที่ทรัมป์เพิ่งลงนามไป ได้มีการระบุถึงเอกสิทธิ์คุ้มกันทางกฎหมายว่าจะต้องไม่ครอบคลุมการที่โซเชียลมีเดียได้ทำการตกแต่งเนื้อหาที่ผู้ใช้งานโพสต์ ทั้งยังขอให้สภาคองเกรสเพิกถอนเอกสิทธิ์คุ้มกันดังรายละเอียดที่ระบุไว้ในมาตรา 230 ของกฎหมายดังกล่าวด้วย
ขณะที่การบล๊อกโพสต์รวมถึงการถอดโพสต์จากเหตุผลอื่นๆ ซึ่งอยู่นอกเหนือคำอธิบายเกี่ยวกับการให้บริการบนหน้าเว็บไซต์ ก็ไม่สมควรได้รับเอกสิทธิ์คุ้มกันตามกฎหมายเช่นกัน
ทรัมป์ระบุว่า รัฐมนตรียุติธรรมจะเริ่มต้นกระบวนการร่างกฎหมายที่จะมีการปรับปรุงแก้ไขตามคำสั่งของเขาเพื่อส่งให้สภาคองเกรสลงมติทันที
ดังนั้น สถานการณ์เทคโนโลยีและผลกระทบวงการไอทีโลกจะเป็นอย่างไร เมื่อโจ ไบเดน มารับตำแหน่งเป็นผู้นำคนใหม่ของสหรัฐ ชาวโลกย่อมมีการจับจ้องถึงนโยบายต่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศมหาอำนาจในครั้งนี้แน่นอน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน