bg-single

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เปิดปมรอยร้าวในรัฐบาล ประชาธิปัตย์จะไปทางไหน ทำไมเลือกตั้งครั้งหน้าเสียงจะเพิ่ม/รายงานพิเศษ พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์

12.05.2021

รายงานพิเศษ

พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์

 

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

เปิดปมรอยร้าวในรัฐบาล

ประชาธิปัตย์จะไปทางไหน

ทำไมเลือกตั้งครั้งหน้าเสียงจะเพิ่ม

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองถึงกระแสข่าวความแตกแยกภายในรัฐบาล ว่าในฐานะที่เราเคยเป็นทั้งแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ทำงานร่วมกับผู้อื่นมาหลายครั้ง อย่างน้อยที่สุดผมคนหนึ่งก็เข้าใจการทำหน้าที่ในฐานะรัฐบาลผสมอย่างดี

การทำงานในฐานะพรรคร่วม จะให้ทุกอย่างกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน 100% ในทุกเรื่องคงเป็นไปไม่ได้ ตามกติกาของการทำงานร่วมกันมันมีอยู่ ก่อนมาร่วมตั้งรัฐบาลมีนโยบายอย่างไรก็เอามากองตัดสินใจร่วมกันว่าสุดท้ายแล้วอะไรบ้างที่จะนำมาเป็นนโยบายรัฐบาล แล้วก็แถลงต่อรัฐสภา เป็นนโยบายที่ทุกพรรคต้องยึดถือ

ส่วนในช่วงระหว่างการทำหน้าที่ จะสอดคล้องกันบ้าง ไม่สอดคล้องกันบ้าง ให้ถือมติการประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นหลัก อะไรที่เป็นปัญหาก็หารือพูดคุยกัน

ผมคิดว่าขณะนี้ไม่ได้เป็นรอยร้าว ประชาธิปัตย์เองก็หลีกเลี่ยงที่จะไม่ให้เกิดความขัดแย้งอะไร ที่ผ่านมาไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใครในการทำงาน เรื่องไหนที่ตกลงกันจบแล้ว เราก็เดินไปตามนั้น ประกันรายได้เกษตรกร การแก้ไขรัฐธรรมนูญประกาศเป็นชุดนโยบายรัฐบาลร่วมกัน แล้วเดินหน้าร่วมกัน

อย่างเงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ยังเดินหน้าต่อได้ เพียงแต่ว่ายังไม่สำเร็จครบถ้วนทั้งหมด พรรคประชาธิปัตย์เราก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราตั้งใจที่จะแก้ไขเพื่อไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยจริงๆ

แต่ขั้นตอนกระบวนการในการนำเสนอญัตติเนื่องจากพรรคเรามีไม่ถึง 100 เสียง เราก็พยายามผลักดันทุกวิถีทาง ผมคิดว่า เราได้ทำเต็มที่แล้ว ภายใต้เสียงที่มีอยู่จำกัด เรามีแค่ 50 แน่นอนว่าประชาชนก็คาดหวังอยากจะเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จ แต่เรามีเสียงจำกัดเราก็ทำได้เท่านี้

แต่วันข้างหน้าถ้าเรามีเสียงมากขึ้นสามารถเสนอแก้ได้ด้วยตัวของเราเองเราก็จะทำ นี่เป็นสิ่งที่เราคิดว่าเมื่ออธิบายประชาชนไปแล้วจะเข้าใจ

: มุมมองต่อข้อเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก

ผมเองทำงานร่วมกับท่านนายกฯ ในฐานะพรรคร่วม เราก็เห็นความตั้งใจของท่านในการที่จะเข้ามาแก้ปัญหา โดยเฉพาะ covid ที่ทุกประเทศในโลกก็ประสบปัญหาเหมือนกัน คือเศรษฐกิจ โควิด

แต่ประเทศของเรามีปัญหาซ้ำ 3 คือปัญหาทางการเมืองเข้ามาด้วย ก็จะหนักกว่าหลายประเทศ

การทำงานร่วมกันช่วงที่ผ่านมา ผมคิดว่าเราก็ช่วยกันประคับประคองทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ นายกฯ ใช้วิธีต่างๆ

ในระยะที่ 1 ก็แก้ปัญหาได้ดีและเป็นที่ยอมรับของทั้งโลก

ช่วงที่ 2 ก็มีสภาพข้อเท็จจริงเปลี่ยนไปบ้างแต่ก็ผ่านพ้นมาได้

ส่วนระยะที่ 3 น่าจะหนักหน่อย ผมก็ยังมั่นใจว่าเราจะผ่านไปได้ การแก้ปัญหามันต้องทำควบคู่กันไป ทั้ง 3 ปัญหาที่ต้องแก้ ซึ่งความจริงผมคิดว่า “การเปลี่ยนม้ากลางศึก” ในช่วงการแก้ปัญหาโควิดอาจจะมีปัญหาเพิ่มมาอีกมุมหนึ่งก็ได้ ความต่อเนื่องอาจจะไม่เกิด แล้วกว่าจะมีการเลือกตั้งหรือมีรัฐบาลชุดใหม่ ก็จะมีปัญหามากขึ้นไปอีก

ผมคิดว่าอยากให้เวลารัฐบาลในการแก้ไขปัญหาให้ช่วงวิกฤตนี้ผ่านพ้นไปได้ก่อน

: อนาคตอันใกล้มียุบสภา พรรคพร้อมหรือไม่?

ผมในฐานะหัวหน้าพรรคก็ยืนยันว่าพร้อม เราเตรียมพร้อมตลอดเวลา ในฐานะหัวหน้าพรรคการเมือง ก็เตรียมการหลายอย่างมากแล้ว หากมีอุบัติเหตุยุบสภา เข้าสู่โหมดการเลือกตั้งเร็วกว่าที่คาดคิด เราเองก็เตรียมไว้ เช่น ผู้สมัคร ส.ส.ทุกภาคทั่วประเทศเราเคาะไปแล้วจำนวนมากจนใกล้ครบ ก็มีทั้งคนเก่า ที่เคยออกจากพรรคไปก็กลับมาหลายคน รวมทั้งคนที่จะมาจากพรรคการเมืองอื่น เขาสนใจอยากร่วมงาน ก็เดินเข้ามาหลายคน ผมคงยังไม่พูดถึงตอนนี้

ที่สำคัญคือนักการเมืองรุ่นใหม่ ผมเปิดรับสมัครไปแล้วมีเลือดใหม่สมัครเข้ามาเป็นร้อยคนแล้ว ส่วนชุดนโยบายก็เตรียมการมาโดยลำดับ มีคลังสมองของพรรค ทำงานกับหน่วยงาน วิชาการที่เราตั้งขึ้นช่วยกันทำ

แม้แต่การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เราก็เตรียมความพร้อมไว้แล้ว ก็รอจังหวะที่จะได้ประกาศออกไป

จากบทเรียนเลือกตั้งครั้งที่แล้วที่ได้เสียงลดลงมาก เรียกว่าอุบัติเหตุทางการเมือง เหมือนกับสึนามิโดยที่ไม่มีใครคาดคิด ผมคงจะไม่ย้อนกลับไปพูดถึง แต่ผมเชื่อมั่นว่าครั้งหน้าไม่คิดว่ามันจะเกิดสึนามิซ้ำซ้อนขึ้นอีก เหตุผลเพราะการทำงานของเรา ทั้งเรื่องประกันรายได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราก็เดินหน้ามาตลอด

ประชาธิปัตย์ยุคใหม่อุดมการณ์ทันสมัยทำได้ไวทำได้จริง ผมคิดว่ามันจะเป็นจุดแข็งที่ทำให้ไปต่อยอดในการหาเสียงต่อไปในอนาคต

: ถ้ามีเลือกตั้งพร้อมเสนอตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี?

แน่นอนว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี เพียงแต่ว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องพูด แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามผมก็พร้อมที่จะพูด ผมเองไม่ใช่นักการเมืองหน้าใหม่ผมสั่งสมประสบการณ์ทางการเมืองมายาวนานพอสมควร เป็นทั้งประสบการณ์บริหาร ประสบการณ์เป็นผู้แทนฯ 11 สมัย การเป็นฝ่ายค้าน-รัฐบาลเคยทำหน้าที่มาหมด

รวมทั้งเข้าใจสภาพปัญหาชีวิตของพี่น้องประชาชนดี แนวคิดทางการเมืองทางนโยบายผมก็เข้าใจ ผมคิดว่าเมื่อถึงเวลาคนเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนก็ต้องมีความพร้อม

ผมเองประกาศจุดยืนไว้ชัดเจน ในอุดมการณ์ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ชัดที่สุดแล้ว ไม่มีอะไรชัดกว่านี้

เราชัดเจนยึดมั่นระบอบรัฐสภา ใครจะบอกว่าเป็นเผด็จการ อยากจะบอกว่าในพรรคเราไม่มีใครเข้ามาสั่งได้เลยครับ ว่าจะต้องเป็นอย่างนั้น หัวหน้าพรรคก็ไม่ได้สถาปนาตัวเองขึ้นมา ก็ต้องผ่านการเลือกตั้งจากสมาชิกตามวิถี

ใครจะได้เป็นรัฐมนตรีไม่ใช่พวกผมจะไปชี้ได้ ต้องลงคะแนนกัน โหวตกันตามวิถีทางประชาธิปไตย

สิ่งเหล่านี้มันพิสูจน์ตัวตนของเราว่า เราคือพรรคการเมืองที่ยึดในวิถีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ส่วนการร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บางคนสับสน หลังการเลือกตั้ง เมื่อมีพรรคการเมืองใดสามารถรวมเสียงข้างมากได้ในสภา ก็เป็นรัฐบาล เป็นไปตามวิถีทาง เราก็ไปตามคำเชิญ พร้อมด้วยเงื่อนไขการผลักดันนโยบายรัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ

จากนั้นภายในพรรคเราก็ต้องลงมติกัน ไม่ใช่ว่าผมพา ส.ส.ไปร่วมรัฐบาลเอง เรามีมติ 61 ต่อ 16 ให้ร่วมรัฐบาล ก็ตามวิถีทาง

ถึงวันนี้เอง ผมก็ไม่ได้หนักใจอะไร ก็ทราบดีอยู่แล้ว ว่ามีภารกิจอะไรบ้างที่รออยู่เข้าใจดีทุกอย่าง

 

: ปัญหาความไม่ลงรอยภายในพรรค

ต้องยอมรับว่าบางคนอยากเห็นเอกภาพในความคิดให้คิดเหมือนกัน คิดไปทางเดียวกัน แต่ต้องยอมรับว่านี่เป็นข้อยกเว้นในพรรคเราเพราะเราจะบังคับให้ทุกคนเห็นเหมือนกันทั้งหมดไม่ได้ เรามีกลไกที่จะเข้ามาจัดการปัญหา นั่นคือการลงมติ เมื่อเสียงข้างมากลงมติว่าอย่างไร ทุกคนก็มีหน้าที่ต้องปฏิบัติอย่างนั้น หัวหน้าพรรคก็สั่งไม่ได้ มันก็เป็นทั้งจุดแข็งจุดอ่อน คนที่อยากเห็นความคิดไปทางเดียวกันทั้งหมดก็อาจจะมองเป็นจุดอ่อน

แต่ถ้าใครอยากเห็นวิถีประชาธิปไตยจริงๆ ในพรรคนี่แหละคือจุดแข็ง สุดท้ายก็หล่อหลอมความเห็นหลากหลายออกมาเป็นมติ

ส่วนคนในที่แสดงท่าทีไม่ตรงแนวทางพรรคก็ต้องปล่อยเป็นไปตามข้อบังคับพรรค ที่มีการกำหนดเอาไว้ว่ากรรมการบริหารพรรคมีอำนาจ หน้าที่ตัดสินใจเรื่องอะไรบ้าง ว่าจะส่งสมัครรับเลือกตั้งต้องมีกระบวนการอย่างไร ทุกคนในพรรคผมก็รู้จักกันมานานทั้งนั้น

แต่บางท่านก็มีความเชื่อมั่นในตัวเอง คิดว่าความคิดตัวเองถูกเสมอ แต่ก็ไม่ได้เป็นกันทุกคน มีแค่บางส่วนที่เคยขอความกรุณาไปแล้วว่าอะไรที่พูดแล้วนำไปสู่ความขัดแย้ง ให้คนเข้าใจผิด ขอให้หลีกเลี่ยง ก็ได้ผลอยู่บ้าง

บางคนก็ไม่ได้ผลเลย ก็มีอยู่ไม่กี่คน เมื่อถึงเวลาพรรคก็คงต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งตามอำนาจหน้าที่ ตามวิถีประชาธิปไตยภายใน

 

: มองอนาคตรัฐนาวาประยุทธ์

ผมคิดว่าเมื่อเรามาอยู่ด้วยกันแล้ว ต้องช่วยกัน พาเรือให้ถึงฝั่งให้ได้ ประชาธิปัตย์ก็คิดอย่างนี้ ก่อนที่เราจะลงเรือกับใคร จะร่วมกับใคร หรือใครจะมาลงเรือกับเรา ก็ต้องคิดให้ครบ ตัดสินใจให้ดี มีทิศทางที่ชัดเจน

เมื่อลงเรือด้วยกันแล้วก็ต้องพยายามช่วยกันประคองรัฐนาวาให้ถึงฝั่งให้ได้ทั้งหมด ต้องทำตามนโยบายให้สำเร็จ

แต่ถ้ามันไปไม่ได้จริงๆ ผมเองก็ไม่ได้คิดถึงตรงนั้น แล้วก็มองไม่เห็นจุดนั้น เพราะเป้าหมายใหญ่ก็คือลงเรือแล้วก็ต้องไปให้ถึงที่สุด

ส่วนที่ผู้สื่อข่าวถามว่ากัปตันเรือหากนำทางไม่ถูกไม่เหมาะนั้น ในฐานะลูกเรือจะทำอย่างไร

ขอเรียนว่าตามข้อเท็จจริงจะให้ทุกคนเหมือนกันหมดเป็นไปไม่ได้ ที่ผู้สื่อข่าวถามมาผมพอจะแปลความออก คือเราต้องเคารพนายกฯ ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบต่อประชาชน ก่อนที่จะไปร่วม เราก็รู้อยู่แล้วว่าไปกับใครจะเป็นยังไง

เมื่อมาร่วมกันแล้วก็ต้องพยายามที่จะจับมือกันฟันฝ่าสภาพปัญหาไปด้วยกันให้ได้

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน