bg-single

เศรษฐกิจจะแย่ไปอีก 2 ปีอย่างต่ำ! คำเตือน ‘อดีตขุนคลัง’ ประชาชนควรถือเงินสดไว้/รายงานพิเศษ

26.07.2022

รายงานพิเศษ

 

เศรษฐกิจจะแย่ไปอีก 2 ปีอย่างต่ำ!

คำเตือน ‘อดีตขุนคลัง’

ประชาชนควรถือเงินสดไว้

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าขณะนี้ปัญหาใหญ่ที่ทุกคนกำลังเผชิญกันอยู่ คือเรื่องของ “วิกฤตเศรษฐกิจ” รอบด้าน ทั้งโลกและในประเทศไทยล้วนรับผลสะเทือนนี้ด้วยกันทั้งสิ้น ค่าครองชีพที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย ภาวะของโลก ที่ยังมองไม่เห็นทางออกว่าจะดีขึ้นเมื่อไหร่

“มติชนสุดสัปดาห์” จึงหาโอกาสพูดคุยกับธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อมองโลก มองไทย และวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเงินการคลังที่กำลังจะเกิดขึ้นจากนี้

อดีตขุนคลังมองว่า ในครึ่งปีหลัง 2565 จะเรียกได้ว่าเป็นเศรษฐกิจที่ “ปราบเซียน” เพราะถ้าคนที่จะเข้ามาบริหาร ไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ปัญหาต่างๆ อย่างจริงจัง รับรองว่าครึ่งปีนี้จะแย่ลงไปอีกอย่างแน่นอน เปรียบเหมือนกับการลงบันไดเลื่อนแบบอัตโนมัติ และความย่ำแย่นี้จะกินระยะเวลาไปอีกประมาณ 2 ปี

จากในตอนแรกที่ดูเหมือนจะดีขึ้น เนื่องจากสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายบ้าง

แต่พอเกิด “สงครามยูเครน-รัสเซีย” ขึ้น ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นปัจจัยหลักที่จะมามีผลกระทบกับเศรษฐกิจของโลกโดยตรง เพราะสงครามนี้มีการงัดมาตรการที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจมาใช้เป็นอาวุธ และแทบจะเรียกได้ว่าอาวุธนี้ “รุนแรงระดับนิวเคลียร์” เลยก็ว่าได้

โดยสงครามครั้งนี้ก้าวล้ำไปมากกว่าสงครามที่ผ่านๆ มาอยู่ 2 เรื่อง

เรื่องแรก คือเป็นครั้งแรกที่มีการห้ามธนาคารของรัสเซียโอนเงินให้กับธนาคารอื่นของโลก ผ่านระบบ swift

และเรื่องที่สอง ทางชาติตะวันตกได้มีการยึดทุนสำรองที่เป็นพันธบัตรที่ทางรัสเซียได้ทำการซื้อสำรองเอาไว้ อีกสาเหตุหนึ่งที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจของโลก เนื่องจากประเทศยูเครนเป็นแหล่งผลิตอาหารแหล่งใหญ่ของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวสาลี ข้าวโพด แล้วน้ำมันดอกทานตะวัน เมื่อเกิดสงครามขึ้นและมีการเข้าถล่มเมืองในยูเครน การขนส่งหรือการส่งออกสินค้าเหล่านี้ก็ทำได้ยากขึ้น ปัญหาที่จะตามมาคือเรื่องการขาดแคลนอาหารไปทั่วโลก ซึ่งไม่ใช่แค่อาหารของคน แต่จะรวมไปถึงอาหารของสัตว์ด้วย และประเทศรัสเซียเองก็เป็นประเทศที่ทำการผลิตปุ๋ยส่งออกเป็นอันดับต้นๆ ของโลก เพราะฉะนั้น การขายและส่งออกปุ๋ยไปยังประเทศต่างๆ ก็จะถูกชะลอลงตาม

โดยทั้งหมดที่ว่ามานี้ ทำให้ลักษณะของภาวะเศรษฐกิจโลกที่เราจะเจอ จะเป็นแบบ “เครื่องบินที่กำลังจะชนเข้ากับภูเขาลูกใหญ่”

ซึ่งเครื่องบินลำที่ว่านี้จะพุ่งชนภูเขาน้ำแข็งแน่นอน เพียงแต่ว่าจะมาในรูปแบบค่อยๆ ไปทีละเล็กทีละน้อย จนหลายๆ องค์กรหลายหน่วยงานไม่ทันได้เห็น และไม่ได้มีการเตรียมตัวที่จะรับมือกับสถานการณ์เหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย

ธีระชัยมองว่า ตอนนี้การทำงานของ “รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กำลังทำเหมือนกับว่ากำลังมองเหตุการณ์เหล่านั้น เหมือนการดู Netflix” หมายความว่า เขาไม่ได้กระทำการกระตือรือร้นต่อปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ได้มีการมองไปข้างหน้าว่าควรจะหาทางรับมือกับภาวะเศรษฐกิจเหล่านี้อย่างไรอย่างที่ผู้นำหลายๆ ประเทศเขาได้ทำกัน

เพราะฉะนั้น ในความคิดเห็นของผม จึงมองว่า “เศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง และในอีกปีหน้าและถัดไป จะมีลักษณะเหมือนลงเหว ณ ตอนนี้ยังอยู่แค่ปากเหวเท่านั้น” และ “ถ้าถามว่าถึงจุดต่ำสุดรึยัง คงต้องตอบว่ายังครับ ยังต้องลงไปอีก”

เมื่อถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับเทกแอ๊กชั่นของรัฐบาลที่ดูเหมือนไม่ค่อยจริงจังเท่าไหร่นักของรัฐบาลนี้ น่าจะเป็นเพราะสาเหตุใด อดีต รมว.คลังกล่าวว่า อาจเป็นเพราะรัฐบาลไม่ได้มีความเข้าใจและตระหนักถึงปัญหาจริงๆ มาถึงวันนี้ต้องมีการมองไปถึงกลไกของเศรษฐกิจโลก จะมาเหมือนเดิมไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

ถึงแม้ว่าตัวท่านนายกฯ เองจะมีการสั่งให้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช) ได้ทำการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ของสงครามยูเครน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเพียงพอต่อการรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้

“ตัวท่านนายกฯ เองคงคิดอยู่ในใจว่าท่านเอาอยู่ เข้าใจปัญหาทั้งหมด และคงจะไปรอด แต่ผมว่าในแง่ของประชาชนเนี่ยค่อนข้างน่าเป็นห่วง”

มาตรการในช่วงตอนวิกฤตโควิดที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ได้มีการใช้นโยบายการคลัง คือนำเงินของรัฐมาใช้ “เป็นกระสุน” เพื่อที่จะประคับประคองเศรษฐกิจให้ไปรอด แต่บังเอิญ “ท่านทำมากเกินไป”

ยกตัวอย่างเช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน คนที่มีฐานะหรือมีเงินอยู่แล้ว ก็มาใช้โครงการนี้ด้วย ทั้งๆ ที่ช่วงนั้นโรงแรมต่างๆ ก็มีการลดราคาอยู่แล้ว และท่านนายกฯ ก็ยังไปแถมเงินให้กับเหล่าบรรดาคนรวยอีก มันเลยกลายเป็นว่าเงินตรงนี้มันถูกใช้ไปเกินกำลังของรัฐ และบังเอิญว่าเงินที่นำมาทำ นำมาแจกในโครงการต่างๆ นี้เป็นเงินที่กู้มา มันเลยกลายเป็นว่าเป็นการทำเกินกำลังเกินตัวไป และเงินเหล่านี้ถูกใช้หมดตั้งแต่สถานการณ์โควิด

พอเกิดสงครามยูเครนขึ้นมา เลยทำให้กระสุนเหล่านี้เหลือไม่เพียงพอที่จะมาให้ใช้ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

 

อดีต รมว.คลังยังอธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า หนี้สาธารณะของทุกรัฐบาลก่อนหน้าปี พ.ศ.2557 มีอยู่ประมาณ 5 ล้านล้านบาท แต่ในระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมานี้ รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ได้เพิ่มหนี้ขึ้นไปเป็น 10 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 2 เท่า และหนี้จำนวน 5 ล้านล้านบาทที่ถูกพูดถึงนี้เป็นหนี้ที่สะสมมาเป็นเวลา 80 กว่าปี ในทุกรัฐบาลก่อนหน้าท่าน

“นี่ถือว่าเป็นฝีมือเลยนะ ว่า พล.อ.ประยุทธ์สามารถที่จะเบ่งภาระหนี้ของประเทศให้ขึ้นไปเท่าตัวกว่าทุกรัฐบาลตลอด 80 ปี ซึ่งท่านทำได้ภายในระยะเวลาเพียง 8 ปีเท่านั้น!”

เพราะฉะนั้น สิ่งที่อยากจะเตือนประชาชนในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ คือต้องมีการเก็บเงินสดไว้ในมือ วิถีชีวิตที่เดิมมีการใช้จ่ายในลักษณะเอ็นเตอร์เทนตัวเองหรือให้รางวัลตัวเอง ไม่ว่าจะเรื่องการกินการใช้จ่ายต่างๆ ก็ต้องงด ต้องประหยัดไว้ก่อน

และอีกสิ่งที่สำคัญคือต้องมีการเรียกร้องให้หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ หรือ พล.อ.ประยุทธ์เอง ออกมาแสดงวิสัยทัศน์ให้ประชาชนคนไทยรู้ ว่าปัญหาที่ท่านมองเห็นท่านมองว่ายังไง หนักขนาดไหน และมีวิธีการดำเนินการเพื่อจะแก้ไขอย่างไร

“การที่รัฐบาลกู้เงินมาขนาดนี้ เปรียบเสมือนกับว่า พ่อหรือหัวหน้าครอบครัวมีปัญหา ทำงานได้ลดลง รายได้ลดลง แต่พ่อได้ไปรูดการ์ดเอาเงินมา เพื่อที่จะให้ลูกๆ หลานๆ สามารถประคับประคองอยู่กินได้เหมือนปกติ ซึ่งแบบนี้มันจะพยุงได้ไม่นาน”

แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คือให้ประชาชนเขาสามารถยืนด้วยขาของตนเองได้

 

อีกประเด็นอยากฝากเป็นโจทย์ให้กับรัฐบาลและพรรคการเมืองในอนาคตที่จะเข้ามาบริหารประเทศ และต้องมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่อยู่ตอนนี้ คือ แต่ละพรรคต้องมีการแจงออกมาว่า เมื่อประเทศขาดอาวุธ ขาดกระสุนเพื่อสู้กับสงครามเศรษฐกิจ จะแก้ไขมันอย่างไร แล้วจะทำให้ประชาชนไปรอดในสภาวะนี้ได้อย่างไร เพราะที่ผ่านมารัฐบาลปัจจุบันได้นำเงินที่มีอยู่ไปใช้จนแทบจะหมดแล้ว

เนื่องจากปกติเวลาที่พรรคการเมืองหาเสียง จะเป็นการพูดในแง่ของนโยบายที่ว่า พรรคไหนจะให้ประชานิยม หรือพูดง่ายๆ คล้ายๆ กับการซื้อเสียงจากประชาชนกลายๆ ว่าใครจะให้ได้มากหรือน้อยกว่ากัน โครงการต่างๆ ที่เห็นกันจะมาในแง่การเอื้ออำนวยให้เกิดประโยชน์ในเชิงการกุศล ซึ่ง ณ เวลานี้ ไม่สามารถที่จะทำแบบนั้นได้อีกแล้ว เพราะประชาชนเกิดการตระหนักในสิ่งต่างๆ มากกว่าเดิมแล้ว

ก่อนทิ้งท้ายว่า “เนื่องจากกระสุนมันเหลือน้อย ดังนั้น คนที่จะมารับไม้ต่อ จะไม่ได้สบายเหมือนรัฐบาลปัจจุบันแน่นอน เพราะฉะนั้น นี่แหละที่ถือเป็นลักษณะของการบริหารปราบเซียน ถ้าใครเข้ามาแล้วฝีมือไม่ถึงก็จะเน่า แล้วประชาชนก็จะเน่าไปพร้อมกันด้วย”

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)