bg-single

คุยกับทูต : เดวิด เดลี อียู สานสัมพันธ์ไทยอย่างสร้างสรรค์ สมดุล เป็นรูปธรรม (2)

01.08.2022

รายงานพิเศษ

ชนัดดา ชินะโยธิน

[email protected]

 

คุยกับทูต เดวิด เดลี

อียู สานสัมพันธ์ไทย

อย่างสร้างสรรค์ สมดุล เป็นรูปธรรม (2)

 

“ภารกิจที่สำคัญของผมในประเทศไทย ได้แก่ การเจรจาจัดทำกรอบความตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้าน (PCA) ส่วนทางด้านการค้าการลงทุน ไทยและสหภาพยุโรปให้ความสำคัญต่อการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ซึ่งการเจรจาได้ถูกระงับไป หลังเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อปี 2014 ตอนนี้เรากลับมาเจรจาและกำหนดระดับเป้าหมายของเขตการค้าเสรี โดยพยายามให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมปีนี้”

นายเดวิด เดลี (H.E. Mr. David Daly) เอกอัครราชทูตแห่งสหภาพยุโรป (อียู) ประจำประเทศไทย เล่าถึงแนวทางการทำงานของคณะผู้แทนสหภาพยุโรปที่เกี่ยวกับอินโด-แปซิฟิก สิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน ความร่วมมือทางวัฒนธรรมและการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ

“ด้านอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific) สหภาพยุโรปตระหนักถึงความสำคัญของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งไทยและอาเซียนเป็นศูนย์กลาง ได้เปิดตัวยุทธศาสตร์เพื่อความร่วมมือในอินโด-แปซิฟิกเมื่อเดือนกันยายน 2021″

รัฐมนตรีต่างประเทศของ 27 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้อนุมัติ “ยุทธศาสตร์ความร่วมมือของสหภาพยุโรปในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก” โดยยุทธศาสตร์ใหม่นี้ถูกมองว่า จะช่วยส่งเสริมให้อียูเข้าถึงภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยเฉพาะกับพันธมิตรที่สำคัญในภูมิภาคนี้ ความร่วมมือของประเทศในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกได้ถูกยกสู่ระดับความร่วมมืออย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน (unprecedented levels of cooperation)

นายเดวิด เดลี (H.E. Mr. David Daly) เอกอัครราชทูตแห่งสหภาพยุโรป หรืออียู ประจำประเทศไทย /เครดิตภาพ “สำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย”

“ประเด็นยุทธศาสตร์เจ็ดประการที่สหภาพยุโรปมีความประสงค์ที่จะเพิ่มความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาค มีความครอบคลุมทั้งในด้านเศรษฐกิจ การรักษาสภาพแวดล้อมและต่อสู้กับสภาวะโลกร้อน การบริหารจัดการท้องทะเล การบริหารจัดการยุคดิจิตอล การเชื่อมโยงระหว่างกัน ความมั่นคงของมนุษย์ การทหารและความมั่นคง”

การที่หลายประเทศหันมาปฏิบัติยุทธศาสตร์นี้แสดงให้เห็นถึงความจริงที่ว่า ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกกำลังกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญ ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกมีประชากรคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ในศูนย์กลางของผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ทางการเมืองและเศรษฐกิจของโลก เป็นภูมิภาคที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และมีเส้นทางทะเลที่สำคัญเป็นอย่างมาก อีกทั้งมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการค้าที่มีความคล่องตัวที่สุด ภูมิภาคนี้นับวันจะมีบทบาทที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 และในอนาคต

“ยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมนี้ เป็นการเชื้อเชิญอย่างเปิดเผยสำหรับฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อจัดการกับความท้าทายโดยทั่วไป”

“เป้าหมายของสหภาพยุโรปในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเป็นเป้าหมายในระยะยาว ที่เอื้อประโยชน์ต่อกัน โดยมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด”

“สหภาพยุโรปในฐานะนักลงทุนชั้นนำ เป็นหุ้นส่วนความร่วมมือด้านการพัฒนาชั้นนำ และคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก”

“เมื่อรวมกันแล้ว อินโด-แปซิฟิกและยุโรปถือครองมากกว่า 70% ของการค้าสินค้าและบริการทั่วโลก เช่นเดียวกับกระแสการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมากกว่า 60%”

นายเดวิด เดลี (H.E. Mr. David Daly) เอกอัครราชทูตแห่งสหภาพยุโรป หรืออียู ประจำประเทศไทย

“สิ่งแวดล้อม (Environment ) ปัญหาร่วมกันระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศไทย นั่นคือ วิกฤตสภาพอากาศเลวร้ายที่เพิ่มขึ้น เช่น น้ำท่วม”

“สหภาพยุโรปเป็นผู้นำระดับโลกในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ได้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปแล้วกว่า 30% ตั้งแต่ปี 1990 ในขณะที่เศรษฐกิจเติบโตกว่า 60%”

“สหภาพยุโรป เดินหน้าอย่างชัดเจนผ่านนโยบายกรีนดีล (European Green Deal : EGD) ซึ่งนำเสนอเมื่อเดือนธันวาคม 2019 โดยมุ่งมั่นที่จะบรรลุความเป็นกลางของสภาพภูมิอากาศภายในปี 2050”

ความเป็นกลางของคาร์บอนภายในปี 2050 ได้กลายเป็นภารกิจเร่งด่วนที่สุดในโลก

European Green Deal คือ แผนการปฏิรูปสีเขียวและมาตรการทางภาษีของสหภาพยุโรป โดยคณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกแผนการปฏิรูปสีเขียว (European Green Deal) เป็นแผนยุทธศาสตร์ ในการสร้างสังคมที่เป็นธรรมบนพื้นฐานเศรษฐกิจที่ทันสมัยและใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 50-55 ภายในปี 2030

“ความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศไทยในด้านความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและความยืดหยุ่นของสภาพอากาศ ได้รวมถึงความร่วมมือในข้อตกลงสีเขียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ทับซ้อนกับ BCG ของไทย การสนับสนุนคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง โครงการเกี่ยวกับป่าไม้ที่ยั่งยืน การสนับสนุนระดับสูงของสหภาพยุโรป-อาเซียนในการเสวนาว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต่อสู้กับขยะพลาสติกและขยะในทะเล”

ประเทศไทยมีรากฐาน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งดีๆ ที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ เช่น ศิลปวัฒนธรรม เป็นรากฐานที่หลายประเทศไม่มี กว่า 10% ของความหลากหลายทางชีวภาพอยู่ที่ไทย กลไกสำคัญ คือรัฐบาลได้กำหนดนโยบายการขับเคลื่อน BCG (Bio-Circular-Green Economy) เป็นวาระแห่งชาติ ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)

นายเดวิด เดลี ทูตอียู หารือกับนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทยในประเด็นผู้พลัดถิ่นชาวเมียนมาในประเทศไทย

“สิทธิมนุษยชน ( Human Rights) สหภาพยุโรป ทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย ภาคประชาสังคม และสถาบันคลังสมอง (think tanks) รวมทั้งหน่วยงานของสหประชาชาติ (UN) เพื่อเสริมสร้างสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ความคืบหน้าที่สำคัญในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้แก่ แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน สิทธิจากเรือสู่ฝั่ง (งานที่มีคุณค่า, แรงงานอพยพ)”

“European Instrument for Democracy and Human Rights (EIDHR) คือภารกิจของสหภาพยุโรปในการส่งเสริมและสนับสนุนประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศที่กำลังพัฒนา โดยมีการริเริ่มเมื่อปี 2014 ด้วยเป้าหมายที่จะจัดทำนโยบายด้านประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในประเทศที่มิใช่สมาชิกสหภาพยุโรป สนับสนุนนักปกป้องสิทธิมนุษยชน แรงงานข้ามชาติ และการต่อสู้กับการค้ามนุษย์”

“รวมทั้งการสนับสนุนให้ประเทศไทยปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน (Universal Periodic Review หรือ UPR)”

กระบวนการ Universal Periodic Review (UPR) เป็นกลไกการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนระหว่างรัฐบาลภายใต้สภาสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Council) ตั้งอยู่ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้กลไกนี้รัฐสมาชิกของยูเอ็นจำเป็นต้องเข้ากระบวนการตรวจสอบทบทวนสิทธิมนุษยชนระหว่างรัฐบาล โดยทุกประเทศจะมีสิทธิในการทบทวนสิทธิมนุษยชนประเทศต่างๆ และจำเป็นที่จะต้องถูกทบทวนจากประเทศต่างๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งทุกประเทศจะต้องถูกทบทวนตรวจสอบประมาณทุก 4 ปี

และประเทศไทยในฐานะสมาชิกยูเอ็น จำเป็นต้องถูกทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนภายใต้กลไกนี้เช่นกัน

Europe Day ใน สเปน

“ความร่วมมือทางวัฒนธรรมและการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ (Cultural cooperation/Academic Exchanges) สหภาพยุโรปเสนอโครงการทุนการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในโลกชื่อ อีราสมุส พลัส (Erasmus+) ซึ่งช่วยให้นักศึกษาสามารถแลกเปลี่ยนทางวิชาการระหว่างสถาบันของสหภาพยุโรปและประเทศหุ้นส่วนได้

และยังมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนไทยเพื่อศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยในยุโรปอีกด้วย”

วันนี้เหตุการณ์ที่ทั่วโลกต่างจับตามองหนีไม่พ้นการระบาดใหญ่ (Pandemic) และประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ จากการรุกรานยูเครนของรัสเซีย

ทูตอียู นายเดวิด เดลี ชี้แจงว่า

“เรื่องการระบาดใหญ่ (Pandemic) กลยุทธ์การทูตวัคซีนของสหภาพยุโรปเป็นตัวอย่างของความร่วมมือและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สหภาพยุโรปมีวัคซีน 4.2 พันล้านโดส และส่งออกวัคซีน 1.7 พันล้านโดสไปยังประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกสหภาพยุโรป โดยประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปส่งออก 32 ล้านโดสมายังประเทศไทย ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับใบรับรอง Digital COVID Certificate”

โครงการโคแวกซ์-Covax ภาพ -Atalayar

“ในฐานะเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรป ผมมีความภาคภูมิใจมาก ตั้งแต่เริ่มต้น สหภาพยุโรปได้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าจะแบ่งปันวัคซีนอย่างน้อยร้อยละ 50 ให้แก่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ในขณะที่บางชาติมีวัคซีนแต่ไม่ได้ทำอย่างนั้น ความภาคภูมิใจที่สองคือ การเป็นผู้สนับสนุนด้านการเงินของระบบ Covax ทุกครั้งที่คุณได้ยินคำว่า covax ประสบความสำเร็จในการกระจายวัคซีนไปยังประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียและแอฟริกา ที่ยากจนกว่า ผู้คนอ่อนแอกว่า ก็ได้โปรดระลึกว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของวัคซีนนั้น มาจากสหภาพยุโรป”

โครงการโคแวกซ์ ( Covax ย่อมาจาก Covid-19 Vaccines Global Access Facility) หรือโครงการเพื่อการเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ระดับโลกซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนเมษายน ปี 2020 มุ่งสนับสนุนการพัฒนา จัดซื้อ และส่งวัคซีนไปยังกว่า 180 ประเทศทั่วโลก โดยมีองค์การอนามัยโลกเป็นผู้นำ ร่วมกับองค์กรพันธมิตรเพื่อวัคซีน (Gavi) ที่ก่อตั้งโดยบิลและเมลินดา เกตส์ และกลุ่มพันธมิตรความร่วมมือด้านนวัตกรรมเพื่อรับมือโรคระบาด (Cepi)

“เราหวังว่าบทเรียนจากโควิดจะได้รับการเรียนรู้เพื่อจะได้เตรียมตัวในครั้งต่อไปให้ดียิ่งขึ้น ความท้าทายครั้งสำคัญสำหรับโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีผู้คนมากมายได้รับการชื่นชม นับตั้งแต่นักวิทยาศาสตร์ แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาล ตลอดจนผู้กำหนดนโยบายในการควบคุมโควิดของแต่ละประเทศ ดังนั้น เราจึงได้เห็นข้อจำกัดที่วางไว้กับตัวเองและสังคมในการดูแลตนเอง รวมทั้งการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ต่างๆ”

อียู อยู่เคียงข้าง ยูเครน ภาพ- CNBC

“มาถึงตอนนี้ ก็เป็นเรื่อง การรุกรานยูเครนของรัสเซีย สหภาพยุโรปประณามการโจมตียูเครนของกองกำลังทหารรัสเซีย ที่เป็นไปอย่างไร้เหตุผลและไร้ซึ่งความยุติธรรม เป็นการกระทำโดยปราศจากการยั่วยุ เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นปัญหาที่เราทุกคนกังวล เพราะเป็นการทำลายกฎเกณฑ์ ระเบียบสากล ที่ทั้งไทยและอียูให้การสนับสนุนและได้รับประโยชน์อย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ว่าประเทศใดประเทศหนึ่งจะมีความคับข้องใจอย่างไร ก็ยังมีอีกประเทศหนึ่งมีสิทธิที่จะโต้แย้ง ข้อพิพาทควรได้รับการแก้ไขบนโต๊ะเจรจาและไม่ควรให้กองกำลังทหารข้ามพรมแดนเข้ามารุกรานเพื่อนบ้าน”

“ประเด็นสำคัญประการหนึ่งของสงครามครั้งนี้คือ การโจมตีสถาบัน ไม่เพียงแต่กับยูเครน แต่กับระบบทั้งหมดของสหประชาชาติ ซึ่งหลักการส่วนใหญ่แตกต่างกันอย่างมาก ระบบระหว่างประเทศ ในพหุภาคี อยู่ในกฎระเบียบ การเจรจาต่อรอง ซึ่งสหภาพยุโรปให้การสนับสนุน หรือระบบที่อิงอำนาจทางทหารและอานุภาพ ที่ประเทศใหญ่สามารถทำได้ ซึ่งประธานาธิบดีปูตินได้เลือกใช้ระบบนี้ในปฏิบัติการต่อต้านยูเครนและต่อต้านระบบโลก

“ในขณะที่เราเลือกที่จะปกป้องระบบตามกฎเกณฑ์ โดยไม่อาศัยอำนาจทางการทหาร เป็นความท้าทายหลักที่ต้องได้รับการแก้ไขของโลกในปัจจุบัน”

“เรารับทราบว่า ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่วมลงมติประณามการรุกรานยูเครนของรัสเซียในระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในกรณีฉุกเฉินพิเศษครั้งที่ 11 ซึ่งสหภาพยุโรปจำเป็นต้องปกป้องหลักการของกฎตามระเบียบสากล โดยจะยังคงทำงานต่อไปเพื่อประโยชน์ของสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ ปกป้องทุกรัฐทั้งใหญ่และเล็ก ยืนเคียงข้างยูเครน สนับสนุนสถาบันและตัวแทนที่เป็นประชาธิปไตย การรวมตัวในการตอบโต้ จึงนับเป็นมาตรการคว่ำบาตรที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเรา”

“อย่างไรก็ตาม มาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรปไม่ได้เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงด้านอาหารของโลก และราคาน้ำมันที่สูงขึ้น การรุกรานของรัสเซียในยูเครนคือสาเหตุที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงดังกล่าว”

“การบิดเบือนข้อมูล (Disinformation) เป็นส่วนหนึ่งของสงครามรัสเซียรุกรานยูเครน ซึ่งทางการรัสเซียกำลังดำเนินการจัดการข้อมูลเกี่ยวกับสงครามในยูเครน รวมถึงการใช้กลวิธีบงการและการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ โดยการประสานงานและทุนสนับสนุนจากรัฐ”

“ทั้งนี้ เพื่อต่อต้านการบิดเบือนข้อมูลดังกล่าว คณะมนตรียุโรป (European Council) มีมติให้ก่อตั้งเว็บไซต์ EUvsDisinfo ขึ้นในปี 2015 เพื่อประโยชน์จากการคาดการณ์ และตอบสนองต่อแคมเปญบิดเบือนข้อมูลอย่างต่อเนื่องของสหพันธรัฐรัสเซีย”

“วัตถุประสงค์หลัก คือเพิ่มการรับรู้และความเข้าใจของสาธารณชนเกี่ยวกับการดำเนินการบิดเบือนข้อมูลของเครมลิน และเพื่อช่วยเหลือพลเมืองในยุโรป นอกเหนือจากการพัฒนา การต่อต้านข้อมูลดิจิตอลและการจัดการสื่อ” •

คุยกับทูต : เดวิด เดลี อียูสานสัมพันธ์ไทยอย่างสร้างสรรค์ สมดุล เป็นรูปธรรม (1)

https://www.matichonweekly.com/column/article_579616



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน