bg-single

คุยกับทูต : โอเล็กซานเดอร์ ลีซัค 31 ปีอิสรภาพจากโซเวียต วันนี้ยูเครนเจอศึกยืดเยื้อกับรัสเซีย (1)

22.08.2022

รายงานพิเศษ

ชนัดดา ชินะโยธิน

[email protected]

 

คุยกับทูต : โอเล็กซานเดอร์ ลีซัค

31 ปีอิสรภาพจากโซเวียต

วันนี้ยูเครนเจอศึกยืดเยื้อกับรัสเซีย (1)

 

ยูเครนและรัสเซียมีประวัติศาสตร์ร่วมกันมานับพันปี ตั้งแต่อาณาจักรเคียฟรุส (Kyivan Rus) ซึ่งเป็นรัฐแห่งแรกของชาวสลาฟ ต้นกำเนิดของทั้งประเทศยูเครนและรัสเซีย ซึ่งเคียฟ (Kiev) เมืองหลวงของยูเครนในปัจจุบันเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเคียฟรุส

ในปี ค.ศ.988 เจ้าชายวลาดิมีร์ที่ 1 (Vladimir I) ผู้เป็นเจ้าเหนือชาวรุสทั้งปวง อันรวมถึงแคว้นนอฟโกรอด (Novgorod) หนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของรัสเซียในปัจจุบัน ทรงเข้าพิธีรับศีลล้างบาปและได้เปลี่ยนชาวรุสให้เป็นคริสตชนซึ่งประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน (Vladimir Vladimirovich Putin) เคยกล่าวว่า “ทั้งชาวรัสเซียและยูเครนต่างเป็นหนึ่งเดียวกัน (Russians and Ukrainians were one people – a single whole) นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”

ดินแดนในยูเครนได้กลายเป็นที่แย่งชิงของหลากหลายมหาอำนาจในหลายศตวรรษต่อมา เมื่ออาณาจักรเคียพรุสล่มสลายจากการบุกรุกของกองทัพมองโกลในคริสต์ศตวรรษที่ 13 และการบุกรุกดินแดนจากทางตะวันตกโดยอาณาจักรโปแลนด์และลิทัวเนียในคริสต์ศตวรรษที่ 16

การต่อสู้แย่งดินแดนระหว่างเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย (Polish-Lithuanian Commonwealth) และอาณาจักรซาร์รัสเซีย (Tsardom of Russia) ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 เป็นจุดสิ้นสุดในการแบ่งแยกดินแดนยูเครนออกเป็นสองฝั่งซึ่งกินเวลานานกว่าร้อยปี โดยฝั่งทิศตะวันตกเป็นของเครือจักรภพและทิศตะวันออกเป็นของอาณาจักรซาร์รัสเซีย มีแม่น้ำนีเปอร์ (Dnieper) กั้นระหว่างสองฝั่ง

นายโอเล็กซานเดอร์ ลีซัค (Oleksandr Lysak) อุปทูตรักษาการเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐยูเครนประจำราชอาณาจักรไทย

ในปี ค.ศ.1793 ยูเครนฝั่งตะวันตกก็ถูกผนวกกับจักรวรรดิรัสเซีย นำไปสู่การใช้นโยบาย “การทำให้เป็นรัสเซีย” (Russification) ซึ่งห้ามการใช้และสอนภาษายูเครน ส่วนประชากรก็ถูกกดดันให้นับถือศาสนาคริสต์นิกายรัสเซียนออร์โธดอกซ์ (Orthodox)

คริสต์ศตวรรษที่ 20 เป็นยุคที่ยูเครนต้องเผชิญกับความยากลำบากแสนสาหัสที่สุดยุคหนึ่ง เนื่องจากเกิดการปฏิวัติรัสเซียเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ในปี ค.ศ.1917 ดินแดนยูเครนส่วนใหญ่จึงถูกผนวกรวมกับสหภาพโซเวียต (Soviet Union) หลังผ่านการต่อสู้ในสงครามกลางเมืองปี ค.ศ.1922

ต่อมา ภายใต้การปกครองของโจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) ผู้นำโซเวียตในช่วงปี ค.ศ.1930 ประชากรจำนวนมากถูกบังคับให้ทำงานในฟาร์มรวม ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตของชาวยูเครนหลายล้านคน จนมีนโยบายให้นำประชากรชาวรัสเซียและชนชาติอื่นๆ ในสหภาพโซเวียตมาเพิ่มพลเรือนในยูเครนทางตะวันออก ซึ่งประชากรเหล่านั้นไม่พูดภาษายูเครนและไม่มีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่นใดๆ

มรดกทางประวัติศาสตร์เหล่านี้เป็นดั่งรอยร้าวแบ่งแยกชาวยูเครน ยูเครนทางตะวันออกกลายเป็นส่วนหนึ่งของอำนาจรัสเซียอยู่เสมอ ในขณะที่ยูเครนตะวันตกมักอยู่ภายใต้การเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจของยุโรป ความแตกต่างนี้ทำให้ชาวยูเครนทางตะวันออกมีแนวโน้มสนับสนุนนักการเมืองที่มีจุดยืนเข้าข้างรัสเซีย

ในทางกลับกัน ยูเครนตะวันตกมักสนับสนุนนักการเมืองที่เข้าข้างชาติตะวันตก ขณะที่ชาวยูเครนตะวันออกมักพูดภาษารัสเซียและนับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ (Orthodox) แต่ชาวยูเครนตะวันตกมักพูดภาษายูเครนและนับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก

เด็กถ่ายรูปอาคารศูนย์ธุรกิจที่เสียหายหลังจากรัสเซียโจมตีด้วยขีปนาวุธตอนเช้า วันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 2022 ภาพโดย มิโคไลฟ (Mykolaiv)

ในปี ค.ศ.1991 เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลาย แต่ละประเทศแยกกันไปมีเอกราชของตัวเอง และยูเครนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

แต่ความแตกต่างยังคงเป็นอุปสรรคของความเป็นหนึ่งเดียวของประเทศเนื่องจากยังมีชาวรัสเซียจำนวนมากอาศัยอยู่ในยูเครนโดยเฉพาะทางฝั่งตะวันออก

ทั้งนี้ ยูเครนกลายเป็นประเทศที่มีการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์นัก และมีนโยบายต่างประเทศที่เปลี่ยนไปมาเป็นช่วงๆ ระหว่างการสนับสนุนยุโรป สลับกับการสนับสนุนรัสเซีย

ช่วง 10 ปีแรกหลังจากได้รับเอกราช ยูเครนดำเนินนโยบายมุ่งสู่ชาติตะวันตก หันไปให้ความสำคัญกับสหรัฐ และชาติยุโรป พยายามหลีกหนีอิทธิพลของรัสเซีย

ขณะที่รัสเซียเองก็ไม่ยอมรับเอกราชอย่างสมบูรณ์ของยูเครน เนื่องจากรัสเซียมองยูเครนเป็นส่วนหนึ่งของประเทศตนเองมาโดยตลอด และเรียกยูเครนว่า “Little Russia”

จนเมื่อปี 2010 ยูเครนก็หันไปให้ความสำคัญรัสเซียอย่างเห็นได้ชัดภายใต้การนำของประธานาธิบดีวิกตอร์ ยากูโนวิช (Viktor Yanukovych) ทำให้ประชาชนชาวยูเครนนับแสนคนออกมาประท้วงขับไล่ประธานาธิบดียากูโนวิชในปลายปี ค.ศ.2013 จากการคว่ำแผนการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจกับสหภาพยุโรป ซึ่งผู้ประท้วงมองว่าเท่ากับเป็นการปฏิเสธโอกาสการเติบโตทางเศรษฐกิจของยูเครน

มีการปราบปรามผู้ชุมนุมประท้วงอย่างรุนแรงจนทำให้สถานการณ์บานปลายเป็นเหตุการณ์นองเลือด

ในที่สุดประธานาธิบดียากูโนวิชได้ถูกถอดถอนและหลบหนีออกนอกประเทศ ก่อให้เกิดความแตกแยกทางความคิดอย่างรุนแรงในหมู่ประชาชนชาวยูเครน

หญิงชราวัย 86 ปี ในบ้านของเธอในมาคาริฟ (Makariv) หลังถูกรัสเซียโจมตีด้วยขีปนาวุธเมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2022

ในปี 2014 รัสเซียจึงเข้ายึดครองและผนวกรวมดินแดนไครเมีย ซึ่งอยู่ทางตอนใต้และเป็นส่วนหนึ่งของยูเครน หลังผลการลงประชามติของชาวไครเมีย ได้ข้อสรุปเป็นเสียงข้างมากถึง 96% ว่า ยูเครนจะประกาศเอกราชเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย

เป็นเหตุให้ดินแดนทางภาคตะวันออกของยูเครนคือ โดเนตสค์และลูฮานสค์ (Donetsk/Luhansk) พากันทำประชามติเพื่อประกาศอิสรภาพจากยูเครนบ้าง

แต่กลับกลายเป็นสงครามแบ่งแยกดินแดนในภูมิภาคดอนบัส (Donbas) นี้อย่างต่อเนื่อง

จนมาถึงล่าสุด ที่รัสเซียประกาศรับรองความเป็นรัฐอิสระของทั้งสองดินแดนด้วยการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์-ลูฮานสค์ (People’s Republic of Donetsk/Luhansk) ในภูมิภาคดอนบัส และนำทหารเข้าไปรักษาสันติภาพในสองดินแดนดังกล่าว

ในทางภูมิศาสตร์ ยูเครนตั้งอยู่ระหว่างรัสเซียและชาติยุโรปต่างๆ ไม่ต่างจากความเป็นรัฐกันชน ที่ผ่านมา การที่ยูเครนพยายามจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกของนาโต (NATO) โดยได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ ซึ่งมีสาระสำคัญในสนธิสัญญาว่า “หากประเทศพันธมิตรนาโตถูกรุกรานหรือโจมตีโดยประเทศนอกกลุ่มสมาชิก ประเทศพันธมิตรทั้งหมดต้องยื่นมือเข้าปกป้อง” ทำให้รัสเซียรู้สึกถึงภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศตน เพราะจะถูกล้อมด้วยชาติสมาชิกนาโตที่ดาหน้ารุมมาถึงหน้าประตูบ้าน ทั้งนี้ ความพยายามเข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโตของยูเครนดังกล่าวเป็นตัวแปรสำคัญหรือเป็นดั่งเชื้อไฟที่เร่งให้รัสเซียแสดงท่าทีแข็งกร้าวและตอบโต้ยูเครนอย่างรุนแรง

ดังที่ปรากฏในสถานการณ์ปัจจุบัน

นายโอเล็กซานเดอร์ ลีซัค (Oleksandr Lysak) อุปทูตรักษาการเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐยูเครนประจำราชอาณาจักรไทย

ในขณะที่ใกล้เข้าสู่เดือนที่หก นับจากปฏิบัติการทางทหารของกองทัพรัสเซียในยูเครนซึ่งยืดเยื้อมาตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และวาระครบรอบ 31 ปีของการประกาศเอกราชหรือวันชาติของยูเครน ซึ่งตรงกับวันที่ 24 สิงหาคมนี้

นายโอเล็กซานเดอร์ ลีซัค (Oleksandr Lysak) อุปทูตรักษาการเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐยูเครนประจำราชอาณาจักรไทย เปิดเผยว่า

“การเข้ารุกรานเพื่อขยายขอบเขตของรัสเซียในยูเครนยังคงดำเนินต่อไป ยิ่งกว่านั้น เจ้าหน้าที่รัสเซียยังได้สารภาพว่า ตั้งใจที่จะยึดครองดินแดนยูเครนให้มากขึ้น ทั้งยังปฏิเสธการเจรจาต่อรอง โดยมุ่งเน้นไปที่การทำสงครามและการก่อการร้าย”

“รัสเซียในวันนี้เป็นอย่างไรและอะไรคือเบื้องหลังของสงครามครั้งนี้ เป็นการวิเคราะห์ได้ยากมากในบทความเดียว ลองพิจารณาจากเหตุการณ์ดังต่อไปนี้”

ทหารปืนใหญ่ กองกำลังรักษาดินแดนแห่งชาติ ขณะทำการยิงด้วยปืนต่อต้านรถถัง MT-12 Rapir เมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2022

“เมื่อศตวรรษที่ 13 ราชรัฐมอสโก (จักรวรรดิรัสเซียตั้งแต่ยุค 1720) ในฐานะข้าราชบริพารของโกลเดนฮอร์ด (Golden Horde) มักจะดำรงอยู่ด้วยการพิชิตดินแดนใหม่ โดยมีจุดประสงค์ในการปล้นสะดมและนำผู้คนของชาติที่เอาชนะได้มาเป็นทาส ดังนั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา รัสเซียได้ขโมยผู้คน วัฒนธรรม เทคโนโลยี และแม้แต่ประวัติศาสตร์”

โกลเดนฮอร์ดเป็นคำที่สลาฟตะวันออกใช้เรียกมองโกลที่ต่อมากลายเป็นกลุ่มชนเติร์ก มุสลิม อาณาจักรข่าน ก่อตั้งขึ้นทางตะวันตกของจักรวรรดิมองโกลหลังจากการรุกรานของมองโกลในรุสในคริสต์ศตวรรษ 1240 (ปัจจุบัน คือ บริเวณรัสเซีย, ยูเครน, มอลโดวา, คาซัคสถาน และคอเคซัส)

“ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ รูปปั้นของเจ้าชายแห่งเคียร์ฟ (Kyivan prince) หรืออนุสาวรีย์ของนักบุญวลาดิมีร์ หรือวลาดิมีร์มหาราช (Vladimir the Great) ได้ถูกนำมาตั้งอยู่ไม่ไกลจากพระราชวังเครมลิน ในกรุงมอสโกเมื่อปลายปี 2016 ทำให้ชาวยูเครนรู้สึกเหมือนถูกขโมยอัตลักษณ์ประจำชนชาติของตัวเองไป”

นักบุญวลาดิมีร์ หรือวลาดิมีร์มหาราช (Vladimir the Great) คือเจ้าผู้ครองแคว้น “เคียฟ” เมืองหลวงของยูเครนในปัจจุบัน พระองค์คือผู้ที่สามารถรวบรวมแคว้นเคียฟกับนอฟโกรอด (Novgorod) เข้าเป็นหนึ่ง และเป็นผู้ที่เปลี่ยนให้ดินแดนแถบนี้กลายเป็นอาณาจักรแห่งคริสเตียนออร์โธดอกซ์

“รัสเซียและผู้นำล้วนมีชีวิตล้าหลังอยู่หลายศตวรรษ ต่างกับชนชาติสมัยใหม่ส่วนใหญ่ ในโลกปัจจุบันที่มีการค้าขายและความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นตัวกำหนดชีวิตของเรา เกิดเทคโนโลยีชั้นสูง การเดินทางข้ามทวีป (และการเดินทางสู่ดาวเคราะห์ดวงใหม่ในเร็ววันนี้) ที่ซึ่งการติดต่อกับผู้เป็นที่รักของเราที่อยู่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตรสามารถทำได้ทันทีกลายเป็นบรรทัดฐาน”

“แต่รัสเซียยังคงอยู่ในกระบวนทัศน์ก่อนศตวรรษที่ 17-18 ซึ่งกระบวนทัศน์นี้ไม่มีที่สำหรับประเทศชาติ สิทธิมนุษยชน และเสรีภาพดังในโลกปัจจุบัน แต่เป็นกระบวนทัศน์ที่ความโหดร้ายมีความสำคัญมากกว่าชีวิตมนุษย์ ที่ซึ่งอำนาจของประเทศ ถูกกำหนดโดยพื้นที่และจำนวนทหาร”

“ทุกวันนี้ ภาพทหารรัสเซียเข้าขโมยเครื่องใช้ในบ้าน ตลอดจนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยานพาหนะ และสิ่งของอื่นๆ จากยูเครน เท่ากับเป็นการยืนยันว่า รัสเซียยังคงยึดมั่นใน ‘ประเพณี’ แบบเดิมของตน แม้ว่าโลกจะมีการพัฒนามาหลายศตวรรษแล้วก็ตาม” •



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน