bg-single

คุยกับทูต : โอเล็กซานเดอร์ ลีซัค 31 ปีอิสรภาพจากโซเวียต วันนี้ยูเครนเจอศึกยืดเยื้อกับรัสเซีย (2)

29.08.2022

รายงานพิเศษ

ชนัดดา ชินะโยธิน

[email protected]

 

คุยกับทูต : โอเล็กซานเดอร์ ลีซัค

31 ปีอิสรภาพจากโซเวียต

วันนี้ยูเครนเจอศึกยืดเยื้อกับรัสเซีย (2)

“เรื่องราวล่าสุดเริ่มต้นขึ้นในปี 2014 เมื่อคนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ของยูเครน ได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าพวกเขาเต็มใจที่จะอยู่กับยุโรปที่ก้าวหน้า อันตรงกันข้ามกับวิสัยทัศน์และการตัดสินใจของอดีตผู้ปกครองที่สนับสนุนรัสเซีย การปฏิวัติเพื่อศักดิ์ศรีปะทุขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการตัดสินใจอย่างกะทันหันของประธานาธิบดีวิกเตอร์ ยานูโควิช (Viktor Yanukovych) ซึ่งไม่ลงนามในข้อตกลงเกี่ยวกับสมาคมทางการเมืองและเขตการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป การประท้วงจึงเกิดขึ้น”

นายโอเล็กซานเดอร์ ลีซัค (Oleksandr Lysak) อุปทูตรักษาการเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐยูเครนประจำราชอาณาจักรไทย ชี้แจงถึงความขัดแย้งระหว่างยูเครน-รัสเซีย

“ตำรวจฝ่ายรัสเซียปฏิบัติต่อผู้ประท้วงอย่างไร้ความปรานี ทำให้ประชาชนจำนวนมากได้รับบาดเจ็บ ปฏิกิริยาของชาวยูเครนต่อความโหดร้ายของตำรวจนั้นยิ่งใหญ่มาก ในที่สุด หลังการเผชิญหน้ากันอย่างนองเลือดและยาวนาน เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2014 ประธานาธิบดียานูโควิชจึงได้หลบหนีไปยังรัสเซีย”

ทางด้านรัสเซีย เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครน ก็ออกมาประณามว่า การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลยูเครน โดยถอดถอนยานูโควิช เป็นการรัฐประหารที่ผิดกฎหมาย และส่งทหารรัสเซียติดอาวุธมายังบริเวณคาบสมุทรไครเมียเกือบจะในทันที ในเดือนมีนาคม 2014

ด้วยแรงกดดันจากกองทหารรัสเซียที่เข้าประชิดและควบคุมคาบสมุทร รัฐสภาไครเมียจึงมีมติให้แยกตัวจากยูเครนและเข้าร่วมกับรัสเซีย จึงทำให้รัสเซียผนวกไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศได้สำเร็จ

นายโอเล็กซานเดอร์ ลีซัค (Oleksandr Lysak) อุปทูตรักษาการเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐยูเครนประจำราชอาณาจักรไทย

นับเป็นครั้งเดียวที่พรมแดนของประเทศในยุโรปมีการเปลี่ยนแปลงโดยกองกำลังทหารนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

“โดยไม่ยอมรับทางเลือกเสรีของประชาชนยูเครน รัสเซียเริ่มบุกยูเครนทางคาบสมุทรไครเมีย ปฏิบัติการเริ่มต้นวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2014 ก่อนการรัฐประหาร (coupe d’etat) ตามที่รัสเซียอ้าง วันที่นี้ได้ถูกจารึกไว้ในเหรียญ ‘สำหรับการกลับคืนมาของแหลมไครเมีย’ (For Return of Crimea) โดยชาวรัสเซีย เจ้าหน้าที่รัสเซียพยายามปิดบังการมีส่วนร่วม โดยพูดถึง ‘ชายชุดเขียวที่สุภาพ’ (the polite green men) แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่ากองทัพรัสเซียและกองกำลังพิเศษอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เหล่านี้”

คำว่า ชายชุดเขียวที่สุภาพ ถูกคิดค้นโดยกลุ่มแพทย์จากมอสโกซึ่งเดินทางมาผลัดเปลี่ยนในไครเมีย “พวกเขากำลังสร้างภาพลักษณ์ของทหารปลดแอกชาวรัสเซียที่สวมเครื่องแบบใหม่และติดอาวุธอย่างน่าเกรงขามเพื่อมาปกป้องเมืองและหมู่บ้านที่สงบสุข”

‘ชายชุดเขียวที่สุภาพ’ (the polite green men)

“ในเดือนเมษายน 2014 กลุ่มก่อการร้ายที่นำโดยพลเมืองรัสเซียและอดีตเจ้าหน้าที่ความมั่นคงแห่งสหพันธรัฐ (FSB) Igor Strelkov (a.k.a. Girkin) ได้ข้ามเขตการปกครองของแหลมไครเมียและยูเครน สองสามวันต่อมา พวกเขายึดอาคารรัฐบาลในสโลฟยานสค์ (Slovyansk) เมืองเล็กๆ ในดอนบาส (Donbas) เหตุการณ์นี้ได้จุดประกาย ก่อให้เกิดบทใหม่ของสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการสร้างสิ่งที่เรียกว่า ‘สาธารณรัฐประชาชน’ ที่เมืองลูฮานสค์ (Luhansk) และโดเนตสค์ (Donetsk)”

“โฉมใหม่ของสงครามแปดปีของเรากับรัสเซียเริ่มต้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2022 ภายใต้ข้ออ้างเพื่อ ‘ปกป้องสิทธิของผู้ที่พูดภาษารัสเซียในดอนบาสให้พูดภาษารัสเซียได้’ และ ‘การหยุดยูเครนเข้าเป็นสมาชิกนาโต’ ทว่า สิ่งที่เรียกร้องนั้น คุ้มค่าแล้วหรือ”

“ข้อกล่าวหาเรื่องภาษารัสเซียในยูเครนไม่มีอะไรตรงกับความเป็นจริง แต่ความจริงเป็นในทางที่กลับกัน”

“ชาวยูเครนส่วนใหญ่พูดได้สองภาษา และเราภูมิใจกับสิ่งนั้น เราสามารถพูดภาษารัสเซีย หรือภาษายูเครน หรือพูดได้ทั้งสองภาษาอย่างคล่องแคล่ว โดยเล่นกับคำศัพท์ต่างๆ ทำให้การแสดงออกของเราสดใสขึ้น ความหลากหลายของภาษา ความศรัทธา และวัฒนธรรมที่แตกต่าง เป็นสมบัติอันแท้จริงของประเทศเรา ในสงครามที่ปลดปล่อยโดยรัสเซีย ภูมิภาคที่พูดภาษารัสเซียส่วนใหญ่มักได้รับความเดือดร้อนมากที่สุดจากแรงระเบิดและขีปนาวุธของรัสเซีย และเป็นดินแดนภายใต้การควบคุมของรัสเซีย”

“รายงานของสหประชาชาติกล่าวว่าตั้งแต่เดือนมีนาคม 2014 ถึง 2018 จำนวนนักเรียนในไครเมียที่ถูกยึดครองนั้น มีชั้นเรียนภาษายูเครนลดลง 97% ส่วนในรัสเซียเมื่อปี 2010 มีประชากรเพียงสองล้านคนที่ระบุว่า ตนเองเป็นคนยูเครนและเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรของประเทศ”

“สำหรับโรงเรียนรัฐบาลในรัสเซียที่ชาวยูเครนสามารถเรียนรู้ภาษาแม่ของตนเองเป็นอย่างน้อยนั้น มีจำนวนโรงเรียนเป็นศูนย์ นั่นคือ ไม่มีเลย! เพราะในรัสเซีย ทุกคนมีสิทธิเดียวเท่านั้นคือ การอยู่อย่างเงียบงันสงบนิ่งโดยไม่ต้องพูดอะไร”

เรือนจำโอเลนิฟกา (Olenivka) ที่ถูกทำลาย ได้สังหารนักโทษทหารยูเครนหลายสิบนายที่ถูกจับ

การโฆษณาชวนเชื่อเป็นเครื่องมือทางจิตวิทยา

“รัสเซียใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ทุกปีไปในการโฆษณาชวนเชื่อซึ่งเป็นปฏิบัติการในยุคเก่า โดยมีเป้าหมายหลัก คือการทำให้ผู้ฟังอยู่ในภาวะแห่งความงุนงงสงสัยในข้อเท็จจริง สื่อรัสเซียได้สร้างข่าวปลอมขึ้นมามากมาย เช่น โควิด-19 ที่ว่าเป็นไข้หวัดธรรมดา หรือเครื่องบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH17 แต่อ้างว่าเป็นเครื่องบินของยูเครน จึงถูกขีปนาวุธรัสเซียยิงตกจากดินแดนที่กลุ่มกบฏครอบครองในประเทศยูเครน เป็นต้น การสร้างห่วงโซ่ที่ไม่มีที่สิ้นสุดของ ‘ข้อเท็จจริง’ โดยผสมผสานความเป็นจริงกับเรื่องที่ประดิษฐ์ขึ้น ทำให้คนทั่วไปพูดว่า ทุกอย่างไม่เคยมีความชัดเจน”

นายโอเล็กซานเดอร์ ลีซัค กล่าวว่า

“หลายปีที่ผ่านมา การโฆษณาชวนเชื่อในทีวีช่วงไพรม์ไทม์ โดยเฉพาะรายการทอล์กโชว์ของรัฐบาลกลาง ทำให้ชาวยูเครนถูกลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอโดยผู้เชี่ยวชาญ, เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง, กองทัพ และ ฯลฯ ซึ่งต้องการสื่อให้ผู้ชมได้เข้าใจว่ายูเครนไม่มีความหมาย รัฐบาลยูเครนเกิดจากความผิดพลาดทางประวัติศาสตร์และไม่มีสิทธิ์ที่จะดำรงอยู่ เป็นต้น”

“ตัวอย่าง เมื่อเดือนกรกฎาคม 2021 ณ สภาผู้แทนราษฎร หรือสภาดูมา (The State Duma) รองประธานรัฐสภารัสเซีย ปีเตอร์ ตอลสตอย (Petr Tolstoy) ได้เสนอให้แขวนคอเจ้าหน้าที่ยูเครนที่เสาไฟ”

“และเดือนมกราคม ปีนี้ Anton Krasovskii รองผู้อำนวยการฝ่ายกระจายเสียงภาษารัสเซียของ RT (สื่อที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลรัสเซีย) เรียกชาวยูเครนว่า ‘สิ่งมีชีวิตยูเครน’ ทั้งสัญญาว่าจะส่งกองทัพรัสเซียไปยังยูเครนและเผารัฐธรรมนูญของยูเครนที่ถนนสายหลักแห่งเคียฟ”

รัสเซีย ทูเดย์ หรือเรียกว่า อาร์ที-RT ของรัสเซีย ออกอากาศทั่วโลกด้วยภาษาอังกฤษตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยสโลแกนที่ว่า First 24/7 English-language news channel

“แต่ถ้าคุณอยู่ในรัสเซียและคาดหวังที่จะทราบปัญหาของรัสเซียจากสื่อท้องถิ่น ก็จะมีแต่ข่าวร้ายๆ ยิ่งกว่านั้น การประกาศตัวเลขการสูญเสียที่แท้จริงของรัสเซียเป็นเรื่องอันตราย ภายใต้กฎหมายเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกองทัพ รัสเซียได้กำหนดให้มีการเซ็นเซอร์ข่าวในรัสเซียอย่างเข้มงวด”

“ปี 2014 สื่อยูเครนส่วนใหญ่ถูกบล็อกในรัสเซีย รายการที่มีข้อจำกัดได้ทวีขึ้นอย่างรวดเร็วหลายปีก่อน และไม่นานหลังจากการรุกรานในภูมิภาคดอนบาส (Donbas) รัสเซียถึงกับปิดบังความสูญเสียที่เกิดขึ้นในกองทัพ”

“ตอนนี้ ในโซเชียลมีเดีย การโพสต์รูปภาพจากเมืองบูชา (Bucha) หรือมาริอูโปล (Mariupol) ซึ่งถูกทำลายโดยรัสเซีย หรือถ้อยคำใดอันเกี่ยวกับความสูญเสียที่แท้จริงของรัสเซียในสงครามครั้งนี้ถือเป็น ‘ผู้ฝ่าฝืน’ ซึ่งอาจต้องโทษจำคุกนานถึง 15 ปี นี่ดูเหมือนเป็นสิ่งที่เรียกกันว่า เสรีภาพในการพูด ในรัสเซีย”

“เหตุผลทั้งหมดของรัสเซียเป็นเพียงข้ออ้างในการเข้ายึดครองยูเครนและกำจัดชาวยูเครนในฐานะรัฐชาติ นั่นคือการโจมตีอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนภายในพรมแดนยูเครน การละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ บรรทัดฐาน พื้นฐาน และหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง”


เด็กร้องเพลงชาติยูเครนก่อนวิ่งการกุศลเพื่อสนับสนุนผู้พิทักษ์แห่งโรงงานผลิตเหล็กกล้า

องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO)

“เพื่อกันไม่ให้ยูเครนเข้าร่วมนาโต (NATO) เป็นหนึ่งในสาเหตุการรุกรานยูเครนของรัสเซีย แต่เป็นวิสัยทัศน์ที่ผิด แม้ยูเครนพร้อมที่จะละทิ้งความตั้งใจในการเข้าเป็นสมาชิก ก็ไม่ได้ช่วยในการยุติสงครามแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม รัสเซียกำลังได้รับผลลัพธ์ที่ตรงกันข้าม เมื่อสวีเดนและฟินแลนด์ประกาศความตั้งใจที่จะเข้าเป็นสมาชิกนาโต”

นาโต หรือองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ เป็นพันธมิตรทางการทหารในการป้องกันตนเอง ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1949 มีสมาชิกก่อตั้ง 12 ประเทศ ได้แก่ เบลเยียม แคนาดา เดนมาร์ก ฝรั่งเศส ไอซ์แลนด์ อิตาลี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

“หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบในการบังคับใช้กฎหมายได้ลงทะเบียนความเสียหายหรือการทำลายสิ่งอำนวยความสะดวกโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนมากกว่า 31,200 แห่ง รวมถึงอาคารและบ้านเรือนที่อยู่อาศัยมากกว่า 24,300 แห่ง ถนนและสะพาน สถานศึกษาประมาณ 1,500 แห่ง และสถาบันการแพทย์มากกว่า 240 แห่ง เครือข่ายน้ำและไฟฟ้ามากกว่า 3,100 แห่ง พลเมืองยูเครนเกือบ 800,000 คนสูญเสียบ้าน”

“ตัวเลขเหล่านี้ไม่รวมดินแดนที่ถูกยึดครองซึ่งเราไม่สามารถเข้าถึงได้ ดังนั้น ระดับการทำลายล้างที่แท้จริงนั้นมีจำนวนสูงกว่านี้มาก พื้นที่กว้างใหญ่ถูกขุดทำลาย แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม 129 แห่ง และอาคารทางศาสนา 149 แห่งในยูเครนถูกทำลายหรือเสียหายจากการกระทำของรัสเซีย นี่แสดงถึงการก่ออาชญากรรมสงครามภายใต้อนุสัญญากรุงเฮกปี 1954 (1954 Hague Convention)”

“อาชญากรรมของรัสเซียในยูเครนยังคงดำเนินต่อไป ตามตัวอย่างล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมามีการโจมตีเรือนจำหมายเลข 210 โอเลนิฟกา (Olenivka) ดินแดนที่ถูกยึดครองชั่วคราวของภูมิภาคโดเนตสค์ และระเบิดได้ทำลายอาคารที่กักขังเชลยศึกชาวยูเครน เอกสารหลักฐานจำนวนมากพิสูจน์ถึงลักษณะการวางแผนของอาชญากรรมนี้โดยการกระทำของฝ่ายรัสเซีย”

“ในขณะที่การทำลายโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนและการปิดกั้นการอพยพของพลเรือนจากดินแดนที่ถูกยึดครองไปยังส่วนของยูเครนที่ควบคุมโดยรัฐบาล เครมลินได้ใช้การบังคับเนรเทศพลเมืองยูเครนไปยังดินแดนของรัสเซีย เบลารุส และไครเมียที่ถูกยึดครอง ข่าวรายงานว่าชาวยูเครนกว่า 2.45 ล้านคนถูกย้ายไปรัสเซียและไครเมีย เช่นเดียวกับเมื่อหลายศตวรรษก่อน ทุกวันนี้ รัสเซียเนรเทศชาวยูเครนซึ่งเป็นลูกหลานของเรา และอนาคตของเราจากเมืองต่างๆ ของยูเครนที่ถูกยึดครองไปยังดินแดนที่รกร้างว่างเปล่าที่สุดในรัสเซีย”

“รัสเซียพยายามเปลี่ยนจากกฎหมายระหว่างประเทศมาเป็นสิทธิของการใช้กำลัง รัสเซียต้องการกำหนดเจตจำนงของตนไปยังประเทศอื่นๆ บางครั้งก็ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นอาวุธ แต่บางครั้งก็ดื้อแพ่งด้วยการส่งทหารไปยังประเทศอื่น อย่างเช่น กรณีการปิดล้อมท่าเรือของยูเครน”

สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของยูเครน นางโอเลนา เซเลนสกี ภาพโดย New York Post

สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของยูเครน ในรัฐสภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกา

“เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของยูเครน นางโอเลนา เซเลนสกี (Olena Zelenska) ซึ่งขึ้นปกนิตยสารไทม์ส โดยไทม์สพาดหัวว่า ‘Her private war, first lady Olena Zelensky and the future of Ukraine.’ เดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ แอนโทนี บลิงเคน (Antony John Blinken) ก่อนพบสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐ นางจิล ไบเดน (Jill Biden) ตามคำเชิญ หลังก่อนหน้าเคยพบกันที่กรุงเคียฟ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม โดยนางโอเลนา เซเลนสกี เป็นภรรยาคนแรกของประธานาธิบดีที่พูดในรัฐสภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกา”

สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของยูเครน นางโอเลนา เซเลนสกี เป็นภรรยาของประธานาธิบดีคนแรก ที่พูดในรัฐสภาคองเกรส สหรัฐอเมริกา ภาพโดย Jabin Botsford-The Wahington Post

นายโอเล็กซานเดอร์ ลีซัค เสริมว่า

“เธอกล่าวขอบคุณสหรัฐอเมริกาที่ช่วยยูเครนในการต่อสู้กับผู้รุกรานชาวรัสเซีย ในขณะที่การต่อต้านรัสเซียนั้น ยูเครนจำเป็นต้องเพิ่มความสามารถในการป้องกันตนเอง และคาดหวังความช่วยเหลือทางทหารจากนานาชาติในรูปแบบของอาวุธยุทโธปกรณ์และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เธอเรียกสงครามครั้งนี้ว่า เป็นเหมือน The Hunger Games ที่เด็กๆ ต้องเสียชีวิตจำนวนมาก”

“ยิ่งเราได้รับความเท่าเทียมกันในอาวุธหนักกับรัสเซีย เร็วเท่าใด ทหารและพลเรือนของยูเครนก็จะรอดชีวิตได้มากขึ้นเท่านั้น และสงครามก็จะยุติเร็วขึ้นเช่นกัน” •



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน