bg-single

รศ.สุขุม เฉลยทรัพย์ อ่านเกมการเมือง 8 ปี ‘ตู่’ – 3 ป.ร้าวลึกเพราะคนรอบข้าง เตือนรัฐประหารยังมีเชื้อ/รายงานพิเศษ

14.09.2022

รายงานพิเศษ

พิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์

 

รศ.สุขุม เฉลยทรัพย์

อ่านเกมการเมือง

8 ปี ‘ตู่’ – 3 ป.ร้าวลึกเพราะคนรอบข้าง

เตือนรัฐประหารยังมีเชื้อ

 

รศ.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองห้วงนี้ว่าประเด็นสำคัญที่สุดเราต้องพูดถึง คือการเมืองไทยตอนนี้มีหลังอิง หรือเป็นรัฐบาลที่มีทหารหนุนหลังอยู่ อย่าไปมองแค่ว่า 3 ป.เกษียณออกมานานแล้ว เพราะในความเป็นจริงปรากฏชัดว่าแม้ทหารจะเกษียณไป แต่เรื่องอำนาจบารมีรุ่นพี่รุ่นน้องยังมีอยู่

ตัวอย่างที่ง่ายที่สุดคือทำไมทหารเกษียณหลายคนยังคงมีทหารรับใช้อยู่ ยังมีเรื่องของการเกื้อกูลโดยคนที่ยังอยู่ในราชการที่ยังไม่เกษียณอยู่

เพราะฉะนั้นถ้าเรามองการเมืองตรงนี้ ถ้าเราจะมองในมิติการเมืองอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะว่าถ้าการเมืองแท้ๆ จะมองเรื่องจัดสรรผลประโยชน์/อำนาจเป็นตัวตั้ง และการชิงไหวพริบ แต่ในขณะนี้ ที่มีทหารหนุนอยู่จะมีมิติของเรื่องรุ่นพี่รุ่นน้อง เรื่องของความกตัญญู ระบบต่างๆ และการพูดถึงความจงรักภักดีที่ถูกปลูกฝังมาตลอดที่เขารับราชการทหารมา

จุดนี้มันเป็นจุดที่คอยคุ้มพวกเขาอยู่ การชิงดีชิงเด่นเราจะไม่ค่อยเห็น เพราะตรงนั้นเป็นมิติของนักการเมืองอาชีพ ดังนั้น เรื่องของอำนาจต่างๆ จะเป็นลักษณะค่อยๆ เป็นค่อยไป

จริงๆ แล้ว 3 ป.ผมยังมองว่าเหนียวแน่นอยู่ แต่ตัวที่จะมาสั่นคลอนความสัมพันธ์นี้ได้คือ “คนของใคร”

ในส่วนของคนของใครในที่นี้เราก็คงต้องบอกว่าถ้าสมมุติลูกน้องสนับสนุน ป.ใด ป.หนึ่ง จนเกินเลยอาจจะทำให้ทั้ง 3ป.พลาดพลั้งได้

แต่ถ้าจะเอาเข้าจริงๆ แล้ว บางคนมองว่าพวกเขาอยู่มาด้วยกันถวายสัตย์มาด้วยกันดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยามาด้วยกัน มาจนถึงขนาดนี้จะเป็นตัวย้ำเตือนว่าไม่ทำอะไรข้ามหน้ากัน

ดังนั้น การที่จะบอกว่า 3 ป.แตกกันเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าเรามาดูตอนนี้จะเห็นได้ว่ามีอยู่ 1 ป.ถูกพักงาน มองจากมุมของฝ่ายการเมืองถือว่าได้ล้มไปแล้ว 1 ป. แม้จะล้มแบบชนิดที่ว่ายังไม่ราบคาบ แค่พักไว้ชั่วคราว แต่เขาก็ถือว่าเป็นชัยชนะอยู่ขั้นหนึ่ง

แต่อย่าลืมว่าเรื่องของการที่ล้มไป 1 อาจจะมองเกมว่าจะทำอย่างไรถึงจะตอกลิ่มให้ถูกจุด ให้ขาดกันไปเลย ผมจึงบอกเลยว่าขึ้นอยู่กับสมัครพรรคพวกลูกน้องของแต่ละคนว่าจะเล่นเกมกันแค่ไหนอย่างไร

โดยแรงยุที่สำคัญที่สุดก็ต้องมาจากนักการเมือง ที่เขาพอจะอ่านเกมออกเป็นการชิงไหวชิงพริบ ทำให้การเมืองตอนนี้ร้อนแรงเป็นพิเศษเพราะว่าสัญญาณของการเลือกตั้งใหม่ชัดนักการเมืองก็จะมองข้ามช็อตกันไปแล้วว่าครั้งหน้าจะทำอย่างไรให้ชนะ

ขณะที่ 3 ป.อาจจะมองว่าทำอย่างไรให้วิกฤตตอนนี้ผ่านพ้นไปได้

สําหรับท่าทีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ฟิตเป็นพิเศษในช่วงนี้ รศ.สุขุมมองว่าส่วนหนึ่งมาจากกระแสของคนที่อยากเปลี่ยนก็ยุส่งและถือว่าอำนาจตอนนี้อยู่ในมือของบิ๊กป้อมแล้วการที่ท่านจะทำอะไรต่างๆ ก็จะมีคนบอกว่าอันนี้มีอำนาจเต็ม อันนั้นทำได้ อันนี้ก็ทำได้ เป็นกระแสที่แรงออกมาจากในฝ่ายที่อยากให้เปลี่ยน พยายามจะโหมพลังต่างๆ เผื่อว่าบิ๊กป้อมจะหลงตามกระแสนี้

ต้องไม่ลืมว่าลูกน้องของบิ๊กป้อมที่ยังไม่ได้ตำแหน่งมีอีกมาก ขณะเดียวกันตำแหน่งพวกนี้ว่างอยู่ การเรียกร้องการปรับ ครม.จึงเกิดกระแสเลยเถิดไปถึงขั้นว่าให้มีการขอให้ริบเอาโควต้าของพรรคร่วมมาด้วยจะได้มีเยอะขึ้น คือเป็นความพยายามของคนอยากจะมีโอกาสตรงนั้นยุไปเลย

เราจะเห็นได้ว่าการบิ๊กป้อมจะไม่พูดอะไรมากแล้วก็ยังเกรงใจแม้กระทั่งการประชุม ครม. จริงๆ ตัวเองจะนั่งหัวโต๊ะก็ได้ แม้ว่าตัวเองจะเป็นรุ่นพี่ก็ยังนั่งอยู่ที่เดิมให้ที่นั่งตรงนั้นว่างลง

ผมมองว่า นัยยะต่างๆ เหล่านี้คือการปฏิบัติการของนักการเมืองที่มาจากข้าราชการ คือมาจากทหารการทำอะไรข้ามกันไม่ค่อยมี

 

มองไปที่การเมืองหลังคำวินิจฉัย 8 ปี รศ.สุขุมมองว่าไม่ว่าจะออกมาทางไหน จะต้องมีผลแน่ คนที่มองการเมืองก็จะมองว่าผลที่ออกมา 5 : 4 ในตอนแรกทำให้ความร้อนแรงเบาลงก็อาจจะไม่ได้คาดหวังใน Step ต่อๆ ไป ทำให้ดูเหมือน Win Win แต่มันจะเป็นแรงกดดันพอสมควรสำหรับคำตัดสินที่จะออกมาในท้ายที่สุดว่าจะออกมาในรูปแบบไหน

จุดนี้เราจะเห็นว่าความไม่มั่นใจก็มีทั้งสองฝ่าย

ถ้าสมมุติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องออกจริงๆ จะทำอย่างไร เรามองไปที่ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เจอนักข่าวถามว่าพร้อมไหมที่จะเป็นนายกฯ ก็แสดงตนถึงความพร้อม แต่พอนักข่าวไปถาม พล.อ.ประวิตรตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้งในคำถามเดียวกันเขาไม่หลุดออกมาเลย

ผมจะเปรียบเทียบให้เห็นว่าจุดนี้แหละคือคนเคยเป็นข้าราชการกับคนที่เป็นนักการเมืองแสดงออกต่างกันอย่างไร

ดังนั้น ประเด็น 8 ปี จะจบลงอย่างไรให้สวย คนก็จะมองว่าเป็นการหาทางให้ พล.อ.ประยุทธ์ลง

ส่วน พล.อ.ประวิตรแม้เป็นแค่รักษาการยังมีอำนาจขนาดนี้ อาจจะมองว่าแค่นี้ยังทำได้แบบนี้ ถ้ามีอำนาจเต็มจะขนาดไหน คนจึงมองเห็นว่าทำไมช่วงนี้กระฉับกระเฉงขึ้นไม่ต้องพยุงแสดงว่ายังไหวอยู่สังขารไปได้ใจไปได้

แต่ถ้ากรณีที่ พลอ.ประยุทธ์ยืนยันว่าจะไปต่อมีความวุ่นวายแน่นอน อย่าลืมว่าตอนนี้มีการขับเคลื่อนเพื่อรับการเลือกตั้งแล้ว เช่น การวางตัวคน การประกาศยึดในแต่ละจังหวัดเริ่มออกมาพูดหาเสียงกันแล้ว การคุมพรรคร่วมรัฐบาลจะยากขึ้นแต่ละคนก็จะหาเสียงเดินหน้าพูดแรง ท่าทีต่างๆ เหล่านี้จะเห็นได้ชัดขึ้น

ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์หากจะบอกว่าเหนื่อยแล้วพอแล้วให้เหมือนกับยุคของ พล.อ.เปรมก็พูดได้ยาก เพราะตัวเองแสดงท่าทีพร้อมที่จะขับเคลื่อนอยู่ตลอดเวลา จนตกหลุมของตัวเอง พรรคร่วมรัฐบาลอาจจะหลอกพูดให้กำลังใจ แต่ในขณะเดียวกันก็เตะตัดขาตลอด สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นตลอดเวลา เพื่อหวังผลต่อการเลือกตั้งปี 2566

ประการต่อมา ช่วงนี้มีแต่คนสงสัยว่าอาจารย์แหม่ม (นฤมล ภิญโญสินวัฒน์) ไปไหน คุณธรรมนัส พรหมเผ่า ไปไหน ผมว่าทุกคนรู้เกมต่างๆ ที่เดินออกมาแต่ละช็อตมันมีอยู่ตลอด

ซึ่งถ้า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ขัดแย้งกับธรรมนัสเกมอาจจะไม่แรงถึงขนาดนี้ หรือการที่จะเปิดหน้าสู้ คุณธรรมนัสก็อ่าน พล.อ.ประยุทธ์ออกจะทำอย่างไรไม่ให้ พล.อ.ประวิตรเสียหน้า การเดินเกมต่างๆ ต้องล้ำลึกพอสมควร และหลายๆ ตัวละครที่เรามองข้ามไม่ได้อย่างท่านพัชรวาท วงษ์สุวรรณ คนอาจจะมองว่าเป็นคนที่พูดง่ายพูดเข้าใจกับคนแดนไกล

ดังนั้น กระแสที่บอกว่าเพื่อไทยอาจจะมาจับมือกับพลังประชารัฐก็ไม่ใช่เรื่องที่อาจจะบอกว่าไม่มีเหตุผล แต่ก็อย่าตกหลุมพรางที่ทางอีกฝ่ายหนึ่งพยายามจะขุดว่าท่านพัชรวาทจะมาแทน ป.ในกระทรวงมหาดไทย ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่เรียกว่าโยนหินถามทาง ในลักษณะที่คนโยนไม่ได้เป็นคนที่จะปฏิบัติ อาจจะเป็นคนที่สร้างความขัดแย้งขึ้นมาให้เกิดความหวาดระแวง ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับความหนักแน่นหรือการเปิดเกมของแต่ละฝ่าย อย่าหลงกลกัน

ผมก็เชื่อว่าเกมของคุณธรรมนัส อาจารย์แหม่ม หรือกุนซือหลายๆ คน ต้องเดินอย่างระมัดระวัง

 

ส่วนสถานการณ์ท้องถนน รศ.สุขุมมองว่าคงจะรอฟังคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญอยู่ เพราะถ้าทำอะไรเกินเลยทำให้เกิดการอ้างเพื่อนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหารได้ จะไปสร้างความชอบธรรมให้ตรงนั้นมาก และต้องไม่มองข้ามเรื่องของกลุ่มต่างๆ ที่จะรอสร้างสถานการณ์ จนเดินไปสู่การเกิดความวุ่นวายทำให้เขาอ้าง หาความชอบธรรมว่าจะต้องมีความสงบ

เพราะฉะนั้นผมมองว่ามีโอกาสเกิดรัฐประหารขึ้นและมีคนคิดอยู่

แต่ประเด็นที่สำคัญก็คือความเป็นหนึ่งเดียวในกองทัพมีหรือไม่ ตอนนี้มีกี่ฝ่ายในกองทัพ? ส่วนเหตุผลที่จะทำ ผมถือว่าเป็นรอง เพราะถ้าคนจะทำก็อ้างเหตุผลต่างๆ ได้ เราจะเห็นได้ว่าการปฏิวัติรัฐประหารที่ผ่านมาก็พยายามจะลากเหตุผลต่างๆ มา ความไม่สงบอะไรต่างๆ ที่ฟังไม่ขึ้น เช่น ประกาศของคณะรัฐประหารเราก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ ไปดึงเหตุผลอะไรเข้ามาได้อย่างไร

ผมก็ยืนยันว่าอย่ามองข้ามเรื่องการรัฐประหาร แต่ขึ้นอยู่กับว่าการยั่วยุหรือปัจจัยต่างๆไปเข้าทางหรือไม่

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน