bg-single

กองทัพ แดนสนธยา? สนทนา “พิจารณ์ ก้าวไกล” ทำไมต้องมุ่งกำจัดระบอบปรสิต?

08.11.2022

“ระบอบปรสิตมันก็เหมือนกลไกที่กัดกินประเทศ แทนที่ประชาชนส่วนใหญ่จะได้รับผลประโยชน์ ที่สำคัญคือมันตรวจสอบไม่ได้”

คือคำตอบของ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่มองว่าเรื่องราวในกองทัพมันเป็นเรื่องที่เราตรวจสอบไม่ได้ เป็นดินแดนสนธยา เป็นเรื่องที่ไม่เคยดูเปิดเผยต่อสาธารณะ และเป็นมายาวนานจนกระทั่งบางทีสังคมอาจจะไม่ได้ตาม ลืมตั้งคำถามหลายเรื่อง

พิจารณ์มองว่ามีหลายประเด็น เช่น รายได้ที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรของประเทศ มันจะดีกว่าหรือไม่ถ้าเป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่และเปิดให้ตรวจสอบได้จริงๆ ว่า ที่ดินต่างๆ ที่คุณอ้างว่าเอาไปใช้เพื่อสวัสดิการ จะมีการสร้างให้เกิดผลประโยชน์ความคุ้มค่าได้มากขนาดไหน ถ้าเราเอาทรัพยากรเหล่านี้มาให้หน่วยงานของรัฐที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่ามาดูแล มาบริหารจัดการก็จะเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศได้มากกว่า

8 ปีที่ผ่านมา ยืนยันแล้วว่าการยึดอำนาจ มันไม่ได้นำไปสู่การแก้ปัญหาของประเทศชาติในด้านอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การที่ประชาธิปไตยไม่เบ่งบาน ก็ทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก ไม่พัฒนา สะดุดติดขัด จนเป็นต้นตอของปัญหาหลายๆ อย่าง

ซึ่งผมมองว่าทางออกคือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลพลเรือนต้องอยู่เหนือกองทัพให้ได้

Photo by PORNCHAI KITTIWONGSAKUL / AFP

ตลอด 8 ปีที่ประเทศอยู่ใต้ คสช. 4 ปี และสืบทอดอำนาจอีก 4 ปี พิจารณ์บอกว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เรามีรัฐบาลที่ผู้นำมีประสบการณ์เป็นผู้นำกองทัพ เคยเป็นผู้บัญชาการทหารบก รับราชการทหารมาตลอดชีวิต ซึ่งน่าจะเข้าใจปัญหาหลายอย่างในกองทัพได้ดี และเคยมีอำนาจเต็ม มีมาตรา 44 ในช่วง 4 ปีแรก ในช่วงหลังก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่เรากลับไม่เห็นการพัฒนาปฏิรูปกองทัพ

สิ่งที่เป็นปัญหาและทั้งโศกนาฏกรรมที่ประชาชน ทั้งสังคมไทยเศร้าสลดคือเหตุการณ์ที่โคราช ถึงวันนี้แล้วเรายังไม่เห็นแนวทางการปฏิรูปกองทัพที่จะนำไปสู่การคืนความเป็นธรรมให้กับทหารชั้นผู้น้อย หรือการดูแลทหารชั้นผู้น้อยให้มีสวัสดิการที่ดีขึ้น

แม้ว่าจะยังไม่ถูกคลี่ออกมาให้กระจ่างว่ามันเกิดอะไร แต่หนึ่งในข้อเท็จจริงที่ปรากฏคือโครงสร้างที่กดทับทหารชั้นผู้น้อย การเอารัดเอาเปรียบ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องเอาเรื่องนี้มาเป็นบทเรียนเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปกองทัพในการดูแลสวัสดิภาพสวัสดิการกำลังพลอย่างจริงจัง เราก็ยังไม่เห็นว่ามันเกิดขึ้น

ส่วนกระบวนการที่จะรับเรื่องร้องทุกข์ไม่เป็นธรรม เราก็ยังไม่มีกระบวนการปกป้องผู้ร้อง อีกหนึ่งตัวอย่างคือกรณีของหมู่อาร์ม ที่เราเห็นแล้วว่ามีการออกมาร้องเรียนผู้บังคับบัญชาหรือหน่วยงานที่ตัวเองสังกัดในเรื่องของการเบี้ยเลี้ยงทหารผี

สุดท้ายแล้วก็เห็นแล้วว่าหมู่อาร์มก็ต้องออกจากราชการ แม้ว่ากองทัพจะบอกว่ามีการสืบสวนหาผู้กระทำผิด แต่คำถามคือพอมีกรณีศึกษาแบบนี้ในอนาคตใครจะออกมายืนยันว่ามันเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นอะไรภายในกองทัพเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้

จะเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้มีเจตนาจริงใจที่จะปฏิรูปกองทัพเลย

อย่าลืมว่าผู้นำเหล่าทัพมาจะอยู่ไหนตำแหน่งไม่กี่ปีคนละ 1-2 ปี แต่ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในตำแหน่งมานานที่สุด แถมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ดังนั้น ไม่สามารถที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบได้

หลายครั้งเวลามีปัญหาในกองทัพ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยออกมาแสดงท่าที ไม่ออกมาให้ comment ไม่เห็นถึงการแสดงท่าทีหรือการสั่งการใดๆ เลย

มันสะท้อนให้เห็นว่า ลอยตัว แต่หลีกหนีไม่พ้นหรอกในฐานะที่คุณเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย เป็นอดีตผู้นำเหล่าทัพด้วย ยังต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบ

Photo by CHRISTOPHE ARCHAMBAULT / AFP

พิจารณ์บอกว่า เมื่อดูในส่วนงบประมาณของกระทรวงกลาโหม สัดส่วนของรายจ่ายบุคลากรภาครัฐทุกกระทรวง ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 40% รัฐบาลเองพยายามจะลดให้อยู่ที่ 35% เพราะว่าสูงมากแล้ว

แต่ถ้าไปดูเฉพาะกระทรวงกลาโหมปาเข้าไป 60% กองทัพบกปาเข้าไป 70%

คำถามคือเราจำเป็นที่จะต้องมีกำลังพลมากมายขนาดนี้เมื่อเทียบกับงบประมาณ เมื่อเทียบกับภารกิจในการป้องกันประเทศหรือไม่

ภัยคุกคามหรือการสู้รบในยุคนี้มันไม่ใช่การใช้กำลังพลเข้าสู่ระบบกันอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการรบทางไกล อาศัยเทคโนโลยี

ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลดรายจ่ายในด้านกำลังคนลง เพื่อให้เหลือช่องว่างเหนืองบประมาณในการที่จะไปพัฒนากองทัพหรือยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย

พอมาดูงบประมาณการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์กองทัพ ต้องบอกว่าตอนนี้กองทัพทำงานเป็นไซโล เป็นคนละแท่ง กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ เราไม่เคยเห็นการทำงานที่เชื่อมโยงกัน เราไม่เห็นบทบาทของกองบัญชาการกองทัพไทยที่จะเข้ามาเป็นตัวบทบาทประสานความร่วมมือของทั้ง 3 เหล่าทัพ มันสะท้อนให้เห็นถึงการจัดซื้ออาวุธอุปกรณ์ที่มียุทธศาสตร์ของทั้ง 3 เหล่าทัพ

ที่ผมอยากตั้งคำถามว่าบางครั้งการซื้ออุปกรณ์บางอย่างของแต่ละเหล่าทัพอุปกรณ์เดียวกันแต่ตั้งชื่อโครงการไม่เหมือนกัน ซื้อด้วยราคาที่ไม่เท่ากัน

ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมก็ตั้งคำถามว่านี่มันคือความตั้งใจที่จะทำให้การกำหนดราคากลางที่ซื้อเหมือนกันแต่การตั้งมาตรฐานราคาที่แตกต่างกันยังมีกรณีอีกหลายอย่างที่เราพบว่าการจัดซื้อครุภัณฑ์มีราคาที่สูงเกินกว่าท้องตลาด หรือการเชิญผู้ประกอบการเข้ามากำหนดสเปก กำหนดราคากลาง ผ่านการเชิญนอมินีตัวหลอกเข้ามา ทั้งที่วางสเปกล็อกไปแล้วว่าจะซื้อกับรายใด เพียงแต่ว่ามีการเอาตัวหลอกเข้ามาเกิดการเทียบราคาและวางสเปกเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้มีการให้มีรายอื่นเข้ามา

ตัวอย่างที่มีหลักฐานชัดเจนอย่างตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังจากมีการเปิดข้อมูลผ่านการอภิปรายก็ไม่เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะมีการพูดถึงมาตรการเหล่านี้อย่างไร ไม่มีการออกคำสั่งสืบสวนหาข้อเท็จจริง

แม้แต่การตอบคำถามในสภาก็ไม่มีการพูดถึงทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน

ส.ส.ก้าวไกลบอกว่า โดยสรุป 8 ปีที่ผ่านมา เมื่อมองกองทัพแล้วจับไปตรงไหนก็มีปัญหาทุกจุด ทั้งในเชิงกำลังพล การใช้จ่ายงบประมาณการดูแลนายทหารชั้นผู้น้อย

ต้องยอมรับว่าปัญหาในกองทัพมันสะสมหมักหมมมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ก่อนที่ คสช.จะยึดอำนาจเราก็ไม่เห็นการปรับปรุงไปในทิศทางที่ดีขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เหตุผลที่จะเข้ามาปฏิรูปประเทศในหลายๆ ด้านในการทำรัฐประหาร

แต่ในบ้านของท่านเองที่ท่านเคยอยู่ในกองทัพมานานน่าจะมีความเชี่ยวชาญมากที่สุด เป็นเรื่องที่ท่านต้องเข้าใจเรื่องนี้ดีสุด มีความเข้าใจโครงสร้างของกองทัพอย่างดี แต่เรากลับไม่เห็นการปรับปรุงให้มันดีขึ้น ไม่มีการแก้ไข ไม่ได้ปรับปรุงปฏิรูปให้มันดีขึ้นทั้งที่มีโอกาสมาตลอดในช่วง 8 ปี

เราพยายามทำงาน ทำความคิด พยายามสื่อสารกับข้าราชการรุ่นใหม่ สิ่งที่เรานำเสนอด้วยความหวังดีต่อประเทศชาติ เราเสนอด้วยความหวังดีต่อกำลังพล เราอยากจะเห็นศักดิ์ศรีความนิยมของกองทัพกลับคืนมาสู่สังคมไทยอีกครั้ง จากการที่เราได้ทำงานมาและมีการพูดคุย พวกเราได้รับการยอมรับจากข้าราชการรุ่นใหม่อยู่ไม่น้อยและไปในทิศทางที่ดี

ผมได้รับการติดต่อพูดคุยในทางลับจากข้าราชการทหารพอสมควร ที่เป็นข้าราชการน้ำดีและไม่อยากที่จะถูกกลืนไปกับวัฒนธรรมองค์กรหรือสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่แต่มีความปรารถนาดีที่อยากจะเห็นกองทัพไทยเป็นกองทัพที่เข้มแข็งมีเกียรติก้าวหน้ามากกว่านี้

ส.ส.พิจารณ์ย้ำว่า ผมยืนยันว่าเราตั้งใจที่จะเปิดแคมเปญเรื่องแรกเรื่องโครงสร้าง-การเมือง-การปฏิรูปกองทัพมีคนถามเยอะว่าตกลงว่าเราจะไม่เอาเรื่องเศรษฐกิจปากท้องหรือ? ถึงได้เริ่มต้นนโยบายนี้ก่อน ผมเชื่อว่าปัญหาทุกอย่างในประเทศนี้มันเชื่อมโยงมาสู่เรื่องของการเมืองพรรค ถ้าเราไม่มีการทำรัฐประหารเศรษฐกิจมันก็จะเดินหน้าต่อเนื่องไปได้ยังไงชุดนโยบายการปฏิรูปกองทัพคือเราจะทำอย่างไรให้รัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งให้หยุดยั้งการแทรกแซงในทางการเมืองของกองทัพได้

เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าการปฏิรูปกองทัพและการบริหารเศรษฐกิจแก้ปัญหาปากท้องมันคือเรื่องเดียวกัน

การที่เราพยายามที่จะยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เพราะว่าเวลา 2 ปีที่เยาวชนจะหมดไปในกองทัพคำถามคือเขาได้อะไร?

ต้องยอมรับในข้อเท็จจริงว่าทุกวันนี้การมีทหารเกณฑ์คงประจำการต่างๆ มันถูกใช้ไปลักษณะในการเป็นทหารรับใช้มันไม่ได้มีการฝึกอาชีพไม่ได้มีการติดอาวุธทางวิชาชีพต่างๆ ให้เขาเลย ว่าภายหลังจากเสร็จภารกิจ เขาจะสามารถออกมาประกอบอาชีพอะไรได้

มันกลายเป็น 2 ปีที่เขาต้องเสียโอกาสในชีวิตที่จะไปทำอะไรก็ได้ที่เขาอยากจะทำ

การที่คนช่วงอายุ 21 มีความฝันมากมายเพื่อสร้างสมประสบการณ์และต่อยอดในชีวิตเขาได้ มันกลายเป็นช่วง 2 ปีที่เขาไม่ได้อะไรเลย

หรือประเด็นการครอบครองที่ดิน การครองคลื่นวิทยุมากมายที่กองทัพอาศัยเหตุผลของความมั่นคง แต่ไปทำให้เกิดรายได้ทรัพยากรเหล่านี้ ถ้ามันถูกจัดสรรทำให้เกิดประโยชน์ มันจะมีประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้มากขนาดไหน

นี่คือคำถามสำคัญ

 

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน