bg-single

คุยกับทูต | วิลเฮ็ล์ม ด็องโค บทบาทของนักเขียน-นักการทูตออสเตรีย (1)

18.11.2022

“ตอนเป็นนักเรียน ผมไม่เคยมีความคิดว่าจะเป็นนักการทูต หลังสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยซาลซ์บูร์ก (Salzburg) ในออสเตรียปี1987 จึงไปศึกษาต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยโตเกียว ทำให้ได้พบกับภริยา “หยาน” (Yan) ซึ่งมาจากเซี่ยงไฮ้และเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยโตเกียวเช่นกัน ตอนนั้นผมมีอายุ 29 ปีแล้ว จึงต้องการสร้างครอบครัว ขณะเดียวกันก็เริ่มมองหางานประจำ”

เอกอัครราชทูตออสเตรียและมาดามหยาน ด็องโค

นายวิลเฮ็ล์ม มัคซีมีลีอาน ด็องโค (Wilhelm Maximilian Donko) เอกอัครราชทูตออสเตรียประจำประเทศไทย เริ่มต้นการสนทนาด้วยท่วงท่าสบายๆ ในห้องอันกว้างใหญ่ ผนังประดับด้วยภาพเขียนงดงามตามแต่จินตนาการที่เกิดจากความสนใจในสิ่งรอบตัว ผลงานของมาดามหยาน ด็องโค ณ ทำเนียบทูตสีขาวอันสงบเงียบ แวดล้อมไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ บริเวณเดียวกับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรีย ซอยนันทา-โมซาร์ท, สาทร

“การเมือง ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ฯลฯ เป็นเรื่องที่ผมให้ความสนใจตลอดมา นำให้เข้ามาสู่งานการทูต โดยเริ่มต้นจากหนังสือพิมพ์ออสเตรียซึ่งผมได้รับมาจากสถานเอกอัครราชทูตออสเตรียในกรุงโตเกียว จึงทราบจากหน้าโฆษณาว่า กระทรวงการต่างประเทศ ในกรุงเวียนนา กำลังมองหาผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อสอบเข้าทำงานบริการทางการทูต ซึ่งผมคิดว่าน่าสนใจมาก แล้วทำไมจะไม่ลองสมัคร”

นายวิลเฮ็ล์ม-มัคซีมีลีอาน-ด็องโค-เอกอัครราชทูตออสเตรีย

“หลังผ่านการสอบในปี 1990 ผมก็ได้เข้ารับราชการในแผนกการลดอาวุธและการควบคุมอาวุธกระทรวงการต่างประเทศออสเตรียในปีเดียวกัน เป็นนักการทูตในต่างประเทศครั้งแรกเมื่อปี 1992 โดยประจำสถานเอกอัครราชทูตออสเตรียในกรุงแอลเจียร์ ประเทศแอลจีเรีย”

“หลังจากนั้น ได้กลับไปทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศออสเตรีย คราวนี้เป็นแผนกเพื่อการบูรณาการสหภาพยุโรปและการเจรจาเพื่อเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของออสเตรีย ต่อมา หลังจากนั้นเป็นการประจำสถานทูตของเราในกรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย และกรุงอังการา สาธารณรัฐตุรกี หรือสาธารณรัฐทูร์เคีย ตามลำดับ”

“ผมไปประจำในฐานะเอกอัครราชทูตเป็นครั้งแรกที่กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ต่อมาคือ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ก่อนจะกลับไปประจำกระทรวงการต่างประเทศ กรุงเวียนนาอีกครั้ง แผนกเอเชียตะวันออก เป็นเวลาสี่ปี”

“ออสเตรียมีระบบพื้นฐานในการไปทำงานในต่างประเทศ คือ ประจำสองประเทศ สองวาระติดต่อกันรวมแปดปี (ประมาณสี่ปีต่อหนึ่งวาระ) แล้วกลับไปประจำกระทรวงการต่างประเทศ กรุงเวียนนาอีกสี่ปี”

“ผมได้รับแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐออสเตรียประจำกรุงออสโล ราชอาณาจักรนอร์เวย์เมื่อปี 2017 และปัจจุบัน เป็นเอกอัครราชทูตประจำกรุงเทพฯ มีภารกิจครอบคลุมประเทศ สปป. ลาว พม่า กัมพูชาและไทย ตั้งแต่เดือนเมษายน ที่ผ่านมา”

“ตอนที่เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ ยังคงมีสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 19 ซึ่งผมคิดว่าเวลาที่มานั้นสมบูรณ์แบบ คือเรากักตัวในโรงแรมเพียงหนึ่งคืน หลังการทดสอบ PCR เป็นลบ ก็สามารถย้ายไปเข้าพักที่ทำเนียบได้ในวันถัดไป”

“อยู่เพียงสัปดาห์แรก ประเทศไทยก็สามารถกลับมาเปิดประเทศใหม่ได้อีกครั้งหลังโควิด -19 เพราะผมได้เห็นผู้คนมากมายพากันออกไปร่วมงานตามสถานที่ต่างๆเป็นครั้งแรก หลังจากที่ห่างหายกันไปนานมาก”

“ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากมาอยู่ที่นี่ได้ไม่ถึงสามเดือน ผมโชคดีมากที่ได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐออสเตรียประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา เป็นพระราชพิธีที่งดงามและประทับใจมาก”

นายวิลเฮ็ล์ม มัคซีมีลีอาน ด็องโค เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐออสเตรียประจำประเทศไทย

ไทยและออสเตรียมีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกันมาอย่างช้านาน

“ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างออสเตรีย-ฮังการีและราชอาณาจักรสยาม สรุปได้เลยว่าดีมาก ทั้งสองประเทศได้จัดทำสนธิสัญญาทางไมตรี พาณิชย์และการเดินเรือ (Treaty of Friendship, Commerce and Navigation) เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2412 หรือปี 1869 โดยมีเรือรบออสเตรียสองลำมาเยือนกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก”

“นั่นคือเมื่อ 153 ปีที่แล้ว ที่เอกอัครราชทูตออสเตรียคนแรกได้ถวายพระราชสาส์นตราตั้งต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ซึ่งต่อมาในปี 1897 ได้เสด็จฯเยือนสมเด็จพระจักรพรรดิฟรันซ์ โยเซฟ ที่ 1 (Emperor Franz Joseph I) ณ กรุงเวียนนา หลังจากนั้น ปี 1912  ออสเตรีย-ฮังการีจึงเปิดสถานทูตประจำกรุงเทพฯ”

ภาพประกอบ: หนังสือสัญญาไมตรี การค้า และการเดินเรือฯ พ.ศ.2412 ฉบับที่เก็บรักษาที่หอจดหมายเหตุแห่งออสเตรีย กรุงเวียนนา พร้อมสัตยาบันสารของสยามแนบท้ายหนังสือสัญญาฯ ซึ่งปรากฏพระปรมาภิไธยและพระราชลัญจกรของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระนามาภิไธยและพระตราของสมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ และสัตยาบันสารของออสเตรีย-ฮังการี ซึ่งปรากฏพระปรมาภิไธยและพระราชลัญจกรของสมเด็จพระจักรพรรดิฟรันซ์ โยเซฟ ที่ 1

ภาพประกอบ: หนังสือสัญญาไมตรี การค้า และการเดินเรือฯ พ.ศ.2412 ฉบับที่เก็บรักษาที่หอจดหมายเหตุแห่งออสเตรีย กรุงเวียนนา พร้อมสัตยาบันสารของสยามแนบท้ายหนังสือสัญญาฯ ซึ่งปรากฏพระปรมาภิไธยและพระราชลัญจกรของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระนามาภิไธยและพระตราของสมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ และสัตยาบันสารของออสเตรีย-ฮังการี ซึ่งปรากฏพระปรมาภิไธยและพระราชลัญจกรของสมเด็จพระจักรพรรดิฟรันซ์ โยเซฟ ที่ 1

ภาพประกอบ: หนังสือสัญญาไมตรี การค้า และการเดินเรือฯ พ.ศ.2412 ฉบับที่เก็บรักษาที่หอจดหมายเหตุแห่งออสเตรีย กรุงเวียนนา พร้อมสัตยาบันสารของสยามแนบท้ายหนังสือสัญญาฯ ซึ่งปรากฏพระปรมาภิไธยและพระราชลัญจกรของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระนามาภิไธยและพระตราของสมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ และสัตยาบันสารของออสเตรีย-ฮังการี ซึ่งปรากฏพระปรมาภิไธยและพระราชลัญจกรของสมเด็จพระจักรพรรดิฟรันซ์ โยเซฟ ที่ 1

“เรายังได้รับเกียรติจากการเสด็จเยือนออสเตรียของพระราชวงศ์ไทยหลายครั้ง รวมทั้งการแต่งตั้งผู้แทนทางการทูตของไทยไปประจำกรุงเวียนนาตลอดมา ส่วนความสัมพันธ์ของเราทางด้านเศรษฐกิจกำลังพัฒนาไปด้วยกันเป็นอย่างดี และผมหวังว่า ต่อไป หลังโควิด-19 จะมีการแลกเปลี่ยนการเยี่ยมเยือนของบุคคลสำคัญทางการเมืองมากขึ้น”

สถานเอกอัครราชทูตออสเตรียสมัยก่อน

“แม้ออสเตรียและไทย จะอยู่ห่างไกลจากกันในเชิงภูมิศาสตร์และมีความแตกต่างกันมาก อย่างน้อยก็ในแวบแรก แต่ท้ายที่สุด เราก็มีความคล้ายคลึงที่สำคัญหลายประการ โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมบริการของเราที่มีพัฒนาการอย่างก้าวหน้า เพราะการท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของเราทั้งสองประเทศ คิดเป็นประมาณ 12% ของ GDP”

“ซึ่งหมายความว่า การต้อนรับเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราทั้งสองประเทศ ในสิ่งแวดล้อมที่ให้ความรู้สึกสะดวกสบาย พร้อมกับการให้บริการที่มีความเป็นกันเอง และความรู้สึกที่ดีให้กับทุกคน ซึ่งผมมองว่าเป็นความคล้ายคลึงกันอย่างชัดเจนของประเทศไทยและออสเตรีย ซึ่งต่างก็เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวซึ่งกันและกันด้วย” •

 

รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน (CHANADDA JINAYODHIN)

[email protected]

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน