bg-single

สนทนา’เจ้าคุณพิพิธ’ วัดสุทัศน์ วอนหยุดทับถมโจมตีกัน อย่าเร่งเวลา ‘นายกฯ’-ให้กำลังใจทำงาน

29.12.2023

สนทนาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ‘เจ้าคุณพิพิธ’ วัดสุทัศน์ วอนหยุดทับถมโจมตีกัน อย่าเร่งเวลา ‘นายกฯ’-ให้กำลังใจทำงาน

พระเทพปฏิภาณวาที หรือเจ้าคุณพิพิธ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ให้สัมภาษณ์กับ “มติชนสุดสัปดาห์” เนื่องในวาระส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ว่าจะขอแสดงทัศนะต่อท่านผู้อ่านทั้งหลาย ว่าประเทศไทยเรามีนายกฯ คนใหม่ อยากจะเตือนท่านทั้งหลายว่า “การมีจิตอาสาทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมือง” ไม่ใช่ทำเพื่อธุรกิจ แต่พร้อมดำเนินนโยบายต่างๆ ที่เขาคิดเอาไว้ก่อน ถูกวางแผนเอาไว้ ไม่ใช่เป็นการเข้ามาเสวยอำนาจ แต่เป็นการเข้ามาแก้ไขปัญหาให้ประชาชน

ดังนั้น เมื่อเราได้นายกฯ คนใหม่มา นายกฯ จึงถูก 3 คาด คือ 1. คาดการณ์ 2. คาดหวัง 3. คาดโทษ

ความคาดหวังกับคาดโทษมันเป็นสิ่งที่ผู้คนเร่งร้อนอยากจะให้เขารีบแสดงฝีมือเพื่อจะแก้ไขปัญหาของประชาชน และถ้าเราไปดูแต่ละวันที่นายกรัฐมนตรีท่านนี้มารับตำแหน่ง ท่านก็วางแผนของท่านไว้แล้วกับคณะทีมงาน จึงขอพูดคำนี้สักคำหนึ่งว่า “อย่าไปพูดถึงเรื่องการเมือง” อาตมาเชื่อว่าทุกคนบริสุทธิ์ใจ มีฐานะมีความมั่นคงในชีวิตแล้ว ก็อยากจะทำอะไรเพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติประชาชน

โดยส่วนตัวอาตมากับท่านไม่รู้จักกัน นักการเมืองทุกๆ คนอาตมาก็รู้จักโดยอ่านประวัติแต่ไม่เคยคบหาสมาคมด้วยเพราะว่ามันจะเป็นภัยต่อความเป็นกลาง แล้วไม่รับกิจนิมนต์

เราหันมาดูภารกิจนายกฯ ที่บินไปในแต่ละวัน บินไปหลายประเทศตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่ง บินเพื่อเชิญชวนนักลงทุนเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่เขาก็มีข้อต่อรองมากมายมหาศาล แล้วประเทศไทยของเราเจ้าพ่อเจ้าแม่เจ้าของพื้นที่เยอะ ยังมีผีสางเป็นเจ้าที่เจ้าทางอีก คิดดูว่าคนหนึ่งมารับอาสาใช้เรา เราคิดอย่างไร การเดินทางโดยเครื่องบินนี่อาตมาไม่ไปนะ เป็น air sickness คือไม่สบาย ซึ่งในชีวิตของคนแต่ละคนเมื่อเขามีจิตอาสาขึ้นมา ก็อยากจะทำงานเพื่อประเทศชาติ ทำไมต้องไปประเทศนั้นประเทศนี้ เพื่อเกียรติยศเพื่อชื่อเสียงตัวเองเหรอ ความจริงมันไม่ใช่

อย่างอาตมภาพทำงานไม่ได้หวังอะไรเลย ตั้งแต่ พ.ศ.2528 จนถึงปัจจุบันนี้ที่ออกโทรทัศน์ ที่สร้างสรรค์สังคม โรงเรียน โรงพยาบาล วัดวาอาราม เราไม่ได้หวังอะไรเพื่อตัวเอง แต่เราหวังว่าเราจะใช้ชีวิตของเราซึ่งอยู่รอดแล้วพาคนอื่นไปให้รอดด้วย

ในห้วง 3 เดือนที่นายกฐมนตรีคนปัจจุบันเข้ามาทำงาน อาตมาเห็นการทับถมโจมตี คนนั้นจะเอาอย่างงั้น ฉันจะเอาอย่างนี้ทำไมไม่ได้ เพราะว่าสิ่งที่จ่ายให้ประชาชนลงไปก็คือสิ่งที่จะต้องมีรายได้เกิดขึ้นก่อน ณ ขณะนี้ขอฝากนายกฯ ไว้ด้วยว่าหาเงินให้ได้ก่อน เพราะฉะนั้นนายกฯ จะทำหนี้ให้ประเทศชาติ แล้ว “หนี้ประเทศชาติก็เพื่อประชาชน” แต่รัฐมนตรี, รัฐมนตรีช่วยแต่ละกระทรวง กระเตื้องกันบ้างหรือเปล่า? ทำงานกันหรือเปล่า? ทุกวันนี้เห็นคนเอาแต่ด่านายกฯ ไม่เห็นใครด่ารัฐมนตรีเลย

ความสามารถของนายกรัฐมนตรีเนี่ยก็เหมือนเรือที่พ่วงเรือทรายเรือข้าวสารที่แม่น้ำเจ้าพระยา มันเหนื่อยนะต้องใช้พลังงาน คนอายุ 60 แล้วมันก็เหนื่อย อาตมาอายุมากกว่านายกฯ ทำงานทุกวันจนบางทีมันเบื่อแต่เราก็เบื่อไม่ได้เพราะว่ายังมีคนที่พ่วงมาอีกยาวเป็นแถว ถ้าลำหน้ามันไม่ดี ถ้าเรือที่มันพ่วงมันไม่ดีข้างหลังมันก็ล่มหมด ขอให้ประชาชนคิดอย่างนั้น

ให้รัฐมนตรีทุกคนขยับตัวบ้าง เมื่อเราอยากเป็นแล้ว ได้เป็นแล้วบางกระทรวงเนี่ยเราไม่เป็น เราไม่มีความรู้เลย put the right Man on the right Job แต่การเมืองประเทศไทยมันไม่ใช่อย่างงั้นบางทีมัน put the Wrong Man on the Wrong Job มันก็ไม่ประสบความสำเร็จ แต่สุดท้ายแล้วทั้งหมดเป็นความผิดของนายกฯ

ถ้าจะถามหาความเป็นธรรมมันจะถูกต้องมั้ยก็ต้องตอบว่าไม่ถูกต้อง

ดังนั้น จึงขอบอกท่านทั้งหลายว่า ลองคิดกันช้าๆ แล้วก็สร้างเนื้อสร้างตัว

สําหรับด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีเพิ่งมา 3 เดือนใครจะมาสร้างโรงงานขนาดใหญ่ได้ทันที จะเชิญชวนต่างประเทศมาลงทุนขนาดยักษ์ใหญ่ได้เพื่อจะเลี้ยงประชาชนเพื่อจะนำภาษีมาแล้วต้องมาเจอเจ้าพ่อเจ้าแม่เจอข้าราชการ ที่จะต้องจ่ายอะไรใต้โต๊ะอะไรต่อมิอะไรเนี่ยเลิกกันเสียทีเถอะเรื่องจ่ายใต้โต๊ะเนี่ย มันน่าอับอายขายขี้หน้า คนลงทุนทุกๆ คนถูกเบียดเบียนก็เบื่อหน่าย ประเทศไทยของเราพังเพราะเจ้าพ่อเจ้าแม่ข้าราชการเยอะแยะไปหมดเจ้าถิ่นเจ้าที่ผีสางนางโกง

อย่าไปทำกับเขาอย่างงั้น

ใครลงทุนก็แล้วแต่ เขาต้องการส่งเสริมการลงทุน อย่าง BOI ที่ส่งเสริมการลงทุน สำคัญที่คนเจรจา พอได้เห็นการทำงานแล้วก็เห็นใจแล้ว อย่าไปเร่งเวลา ทุกอย่างมันไม่ได้เสกสร้างขึ้นภายในวันเดียว

การทับถมโจมตีกันไม่ดี คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หากจะให้ทัศนะก็ให้ทัศนะซอฟต์ๆ คนทำงานเขาคิดอีกแบบอีกอย่างหนึ่งกับคนวิจารณ์ นักข่าวทั้งหลายผู้วิจารณ์ทั้งหลายเนี่ยกรุณาเบาๆ หน่อย ชีวิตของพวกท่านทั้งหลายไม่ประสบความสำเร็จเท่าเขานะ ลองวัดความสำเร็จดู ถ้าวันนี้เอาพวกนักวิชาการไปเป็นนายกฯ เนี่ยประเทศชาติเหลวแหลก อย่าวิจารณ์กันหนักนัก

คนเรามันอยู่ที่กำลังใจ ทำไมไม่ให้กำลังใจกันล่ะ เมื่อให้กำลังใจต้องเปิดช่องโอกาสให้แล้วถ้ามีความรู้อะไร ก็ขอพบกันได้สนทนากันได้ ตั้งเวทีกันได้ เหมือนทีวีหลายๆ ช่องที่เขาจัดรายการ หนังสือพิมพ์หลายๆ หัวก็จัดรายการเพื่อจะให้เกิด compromise คือการประสานกันไม่ใช่เป็นการปะทะกัน ขอให้คนไทยทั้งหลายจัดระบบความคิดใหม่

แล้วก็อย่าหวังอะไรเร็วๆ แบบการแทงลอตเตอรี่ แบบไปเสี่ยงโชคกัน เศรษฐกิจไม่ใช่อย่างที่เราคิด

อาตมามาดูแลวัสุทัศน์ดูแลพระศาสนาใช้เวลาเท่าไหร่กว่าจะเป็นวัดสุทัศน์ที่ท่านทั้งหลายรู้จักการไหว้พระ 9 วัด ทำแบบซอฟต์เพาเวอร์แล้วก็ขยายไปจังหวัดละ 9 วัดไปเรื่อยๆ ใช้เวลาใช้เงินทองใช้สื่อสารมวลชนทุกแขนง การไหว้พระ 9 วัดจึงเกิดขึ้นในประเทศไทย

คนทำงานมักจะเห็นใจกัน แต่คนเรียกร้องต้องประสงค์มักจะไม่ค่อยเห็นใจคน แล้วก็ยาเสพติดมากมายมหาศาลเกิดจากอะไร ถ้าเศรษฐกิจดีสังคมดีคนมีความมั่นใจในชีวิตระบบการศึกษาถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ทันสมัยและใช้แรงงานได้อย่างดำรงชีวิตอยู่ได้มันก็ดีขึ้น คนก็ไม่ต้องไปค้ายา ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องกินยาเสพติด

ปัญหาเหล่านี้มันสะสมมา แล้วก็เกิดโควิดขึ้นเอาว่า 3 ปีครึ่ง ใน 3 ปีครึ่งนี้พระทั้งประเทศหาปัจจัยมาเลี้ยงญาติโยมมาให้ทุนการศึกษาเท่าไหร่

แล้วอยากจะบอกท่านทั้งหลายว่าใน 3 ปีครึ่งนี้ทุกประเทศมีปัญหาคือเด็กไม่เกิดใหม่ขึ้น เศรษฐกิจไม่ดีขึ้น เด็กหายไปแทบทุกประเทศ สิงคโปร์ต้องจ้างคนมีลูก ประเทศไทยล่ะ สามีภรรยานอนด้วยกันไม่ได้มีลูกแล้วเกิดในโรงพยาบาลก็ไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ท่านผู้อ่านท่านผู้ฟังทั้งหลายต้องเข้าใจ ถ้าท่านไม่เข้าใจก็ไม่รู้จะตอบปัญหาอย่างไร

นักการเมืองต่างๆ ก็อย่าโจมตีกัน การเป็นนายกรัฐมนตรีหรือการเป็นรัฐมนตรีต้องลงกำลังให้มันเต็มที่ แต่ถ้ามาเป็นเพื่อหาชื่อเสียงผลประโยชน์อย่าเป็นเลย ชื่อเสียงมันไม่มีจริงหรอก ความเป็นผู้บริหารที่ดีคือความเป็นจริง แล้วเราจะภูมิใจตลอดชีวิตของเรา เงินทองทั้งหลายไม่ใช่สิ่งที่เป็นจริงในชีวิต แต่การที่เราเกิดมาทำตนเป็นประโยชน์เหมือนศาสดาทุกศาสนาเหมือนกับนักบุญทั้งหลายนั่นคือสิ่งที่เป็นจริง

ดังนั้น ก็ขอให้กำลังใจ แต่ไม่ต้องมาพบกันนะนักการเมืองทุกระดับ ไม่ต้องมาพบอาตมา อาตมาเป็นคนไม่เอียงคงไว้ซึ่งความเป็นธรรม แล้วก็ให้กำลังใจคนทำงานที่สุจริตทุกคน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน