bg-single

คุยกับทูต | เยฟกินี โทมิคิน ในมุมมองของทูตรัสเซียวันนี้ (1)

17.03.2024

ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ถือเป็นสงครามระดับภูมิภาคที่ร้ายแรงที่สุดในดินแดนทวีปยุโรปหลังสงครามเย็น จนถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2024 ที่ผ่านมา ก็ยืดเยื้อมาแล้วกว่าสองปี และดูเหมือนสถานการณ์จะเริ่มมีความซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้น

นายเยฟกินี โทมิคิน (H.E. Mr. Evgeny Tomikhin) เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษมติชนสุดสัปดาห์ประจำปีนี้อีกวาระหนึ่ง ถึงความขัดแย้งดังกล่าวที่กำลังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง

ตลอดจนความสัมพันธ์ทวิภาคีกับประเทศไทยในปัจจุบัน

นายเยฟกินี โทมิคิน (H.E. Mr. Evgeny Tomikhin) เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย

“ก่อนอื่น ผมต้องขอย้ำเตือนอีกครั้งว่า ความขัดแย้งนี้มิใช่ระหว่างรัสเซียและยูเครน แต่นี่คือความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับสิ่งที่เรียกว่า ‘กลุ่มตะวันตก’ ในดินแดนยูเครน โดยระบอบการปกครองของเคียฟทำหน้าที่เป็นเพียงตัวแทน”

“ตามเป้าหมายของปฏิบัติการพิเศษทางทหารของรัสเซียในยูเครนที่เริ่มต้นเมื่อสองปีที่แล้ว กองทัพรัสเซียจะยังคงปกป้องภูมิภาคดอนบัส (Donbass) โดยการปลดอาวุธยูเครนอย่างถอนรากถอนโคน เป็นการขจัดภัยคุกคามต่อความมั่นคงของรัสเซียที่มาจากดินแดนของยูเครน”

ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ยูเครนได้อาวุธจากภายนอก ยุติและสกัดการคุกคามของอำนาจตะวันตกในนามนาโตที่มีต่อความเป็นบูรณภาพของรัสเซีย

“นับเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก เพราะมีการกำหนดเป้าหมายไปยังหมู่บ้านและเมืองอันเงียบสงบในภูมิภาคดอนบัส (Donbass), ลูฮานสค์ (Luhansk), แคว้นซาปอริซเซีย (Zaporizhia) และเคอร์ซอน (Kherson) รวมถึงพื้นที่ที่ไม่ใช่สมรภูมิ แต่ถูกโจมตีด้วยปืนใหญ่ลำกล้องขนาดใหญ่ ระยะยิงไกล และระเบิดลูกปราย จากการจัดหาโดยประเทศตะวันตก”

“ซึ่งทั้งหมดนี้ เราถือเป็นอาชญากรรมสงครามซึ่งกระทำโดยกองทัพยูเครน”

นายเยฟกินี โทมิคิน (H.E. Mr. Evgeny Tomikhin) เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย

“การกระทำของ ‘กลุ่มชาติตะวันตก’ และระบอบการปกครองของเคียฟที่ภักดีต่อพวกเขา ยืนยันถึงลักษณะของการเผชิญหน้าระดับโลกที่กำลังเกิดขึ้นในยูเครน”

“เราไม่ได้ต่อสู้กับเคียฟ แต่กับกลุ่มอุตสาหกรรมทหารนาโต-ยูเครน ยูเครนเป็นเพียงแค่เครื่องมือที่อยู่ในมือของสหรัฐ และชาติพันธมิตรนาโต โดยมีเป้าหมายระยะยาวคือ ชัยชนะทางยุทธศาสตร์เหนือรัสเซียในสนามรบ”

“ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นั่นคือ การทำลายสถาปัตยกรรมความมั่นคงในพื้นที่ของรัฐหลังสหภาพโซเวียตและยูเรเซียโดยรวม”

“ในทันทีหลังเริ่มปฏิบัติการพิเศษทางทหาร เคียฟขอให้มีการเจรจา ซึ่งจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2022 หลังจากนั้นก็ปฏิเสธที่จะเปิดการเจรจาอีกครั้ง ดังที่หัวหน้าคณะเจรจาของยูเครนเปิดเผยในเวลาต่อมา เมื่อใกล้จะได้ข้อสรุป เนื่องจากนายบอริส จอห์นสัน อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เดินทางเยือนกรุงเคียฟ และเรียกร้องประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ไม่ให้ลงนามในข้อตกลงใดๆ และให้ต่อสู้กับรัสเซียต่อไป”

“นอกจากนี้ เคียฟยังปฏิเสธแนวคิดเรื่องการเจรจากับรัสเซียโดยสิ้นเชิง โดยเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2022 ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ได้ลงนามในกฤษฎีกาซึ่งระบุว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเจรจากับผู้นำรัสเซีย”

“ในขณะที่รัสเซียยังคงพร้อมที่จะมีการเจรจารอบใหม่เพื่อยุติวิกฤตยูเครน แต่เป็นเคียฟที่ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมสำหรับการเจรจาดังกล่าว” เอกอัครราชทูตโทมิคิน กล่าว

นายเยฟกินี โทมิคิน (H.E. Mr. Evgeny Tomikhin) เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย

“แทนที่จะเป็นเซเลนสกี และเจ้านายชาติตะวันตกของเขาจะส่งเสริมในสิ่งที่เรียกกันว่า ‘สูตรสันติภาพ’ แต่ในความเป็นจริง แนวคิดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับแนวทางไปสู่สันติภาพในยูเครน หากแต่เป็นคำขาดต่อรัสเซียที่อยู่เหนือตรรกะใดๆ อย่างไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงบน ‘ภาคพื้นดิน’ โดยพวกเขายังคงอยู่ในโลกแห่งภาพลวงตาต่อไป”

แต่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ระบุว่า ยูเครนจะไม่ยอมเข้าร่วมการเจรจา จนกว่ารัสเซียจะถอนกำลังพลทั้งหมดของตนออกจากพื้นที่ของยูเครนที่ยึดครองไว้อยู่ก่อน ส่วน รมว.ต่างประเทศยูเครนกล่าวว่า ยูเครนและรัสเซียนั่งหารือกันถึง 200 รอบ ระหว่างปี 2014 และ 2022 ที่นำมาซึ่งข้อตกลงหยุดยิง 20 ฉบับ แต่ก็ไม่มีข้อตกลงใดๆ ที่ทำให้รัสเซียไม่ทำการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบได้เลย

สันติภาพจึงเลือนราง เพราะสงครามนี้ยังไม่มีวี่แววที่จะสิ้นสุดลง ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตผู้คนมากขึ้น และเมื่อประธานาธิบดีปูตินให้สัมภาษณ์พิเศษสื่อสหรัฐชื่อดัง นายทักเกอร์ คาร์ลสัน ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ก็จะเห็นได้ว่าปูตินมีความสนใจใช้แนวทางการเจรจา แต่เงื่อนไขของรัสเซียอาจมากเกินไปจนยูเครนไม่ยอมรับการเจรจาดังกล่าว

ในขณะที่ยังมีความขัดแย้งในพื้นที่อื่นๆ เช่น ในภูมิภาคตะวันออกกลาง, จีนและไต้หวัน, สงครามกลางเมืองในเมียนมา เป็นต้น

ประธานาธิบดีปูติน ได้หารือทวิภาคีร่วมกับ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย

นับเป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่ไทยและรัสเซีย มีความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ร่วมกันโดยไม่มีข้อผูกมัด และไม่มีข้อพิพาททางการเมืองใดๆ จากการเคารพในวัฒนธรรม ประเพณี ประวัติศาสตร์ และเป้าหมายการพัฒนาของกันและกัน ในหลากหลายด้านที่จะช่วยพัฒนาปฏิสัมพันธ์กันต่อไป

ไทยและรัสเซียได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันตั้งแต่ปี 1897 ปีที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสรัสเซียอย่างเป็นทางการ

ความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-รัสเซียปีนี้เวียนมาบรรจบครบรอบ 127 ปี เป็นความสัมพันธ์ที่ยาวนานที่สุดของรัสเซียกับประเทศในอาเซียน และคนรัสเซียเองก็คุ้นเคยกับไทยไม่น้อย

ในระหว่างดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ตั้งแต่ปลายปี 2018 เอกอัครราชทูตโทมิคินเล่าว่าได้ดำเนินการเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีในทุกมิติ

“อย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่าการปฏิสัมพันธ์ในระดับสูงของเราบ่งชี้ถึงคุณภาพความสัมพันธ์รัสเซีย-ไทยที่มั่นคง ไว้วางใจ และให้ความเคารพ ซึ่งสามารถต้านทานความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ ซึ่งผมมีความยินดีที่ได้มาเล่าถึงความสัมพันธ์รัสเซีย-ไทยที่ประสบความสำเร็จหลายประการ”

“รัสเซียเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก-2019 และการประชุมสุดยอดเอเปค-2022 ที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วในกรุงปักกิ่ง”

“ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซียได้พบกับนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย รวมทั้งรัฐมนตรีต่างประเทศของเรายังได้ร่วมประชุมกันเป็นประจำ”

“เราจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมรัสเซีย-ไทยว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี ตลอดจนคณะอนุกรรมาธิการและคณะทำงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง ซึ่งการหารือประสบผลสำเร็จและส่งเสริมความสัมพันธ์ของเราในหลายด้าน”

“และไม่ต้องสงสัยเลยว่า เราได้จัดกิจกรรมด้านวัฒนธรรม กีฬา และการศึกษามากมายในทั้งสองประเทศ อีกทั้งมีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย 1.5 ล้านคนมาเยือนประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว”

ประธานาธิบดีปูตินให้สัมภาษณ์พิเศษสื่อสหรัฐ นายทักเกอร์ คาร์ลสัน //Gavriil Grigorov Sputnik Kremlin Reuters

ความร่วมมือทวิภาคีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญของความสัมพันธ์ทวิภาคี

“ความสัมพันธ์ของเราประสบความสำเร็จอย่างมาก ที่ควรค่าแก่การกล่าวถึง ได้แก่ การท่องเที่ยว วัฒนธรรม ขอบเขตทางกฎหมาย ความร่วมมือทางทหาร เกษตรกรรม และอื่นๆ ที่สำคัญ คือการเจรจาทางการเมืองที่สร้างสรรค์ระหว่างประเทศของเรา”

“แน่นอนว่า ยังมีความร่วมมืออีกหลายด้านที่เต็มไปด้วยศักยภาพที่ต้องพัฒนาต่อไป เช่น การค้าและการลงทุน, พลังงาน, เทคโนโลยีที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ, การเงินสีเขียว (Green Finance) เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน, ตลาดคาร์บอนแบบภาคสมัครใจ, เทคโนโลยีการสื่อสาร, การสื่อสารมวลชน, เทคโนโลยีอวกาศ, วิทยาศาสตร์การเกษตร, ความคิดสร้างสรรค์, อุตสาหกรรมโลจิสติกส์, สิ่งแวดล้อม, สุขภาพและเวชศาสตร์นิวเคลียร์, ความร่วมมือทางอุตสาหกรรม, ปัญหาด้านความปลอดภัย ฯลฯ”

“แน่นอนว่า เรากำลังรอคอยความสำเร็จร่วมกันที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนของเรา” •

 

รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน

Chanadda Jinayodhin

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน