bg-single

คุยกับทูตโปแลนด์ | อาร์ตูร์ ดมอฮอฟสกี บทเรียนจากประวัติศาสตร์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

07.04.2024

เพื่อเป็นการรำลึกถึงเหยื่อของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยนาซีเยอรมนีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ซึ่งส่งผลให้ชาวยิวกว่า 1 ใน 3 ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พร้อมด้วยชนกลุ่มน้อยอื่นๆ จำนวนนับไม่ถ้วน

สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติจึงมีมติภายหลังการประชุมวาระพิเศษ เพื่อรำลึกครบรอบ 60 ปีการปลดปล่อยค่ายกักกันของนาซีเยอรมนีและการสิ้นสุดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

โดยกำหนดให้วันที่ 27 มกราคม เป็นวันรำลึกถึงเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์สากล ซึ่งตรงกับวันรำลึกถึงการปลดปล่อยค่ายกักกันเอาช์วิตซ์ (Auschwitz) ในปี 1945

มีหลายประเทศที่ได้รับผลกระทบได้จัดกิจกรรมรำลึกถึงเหยื่อของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในวันดังกล่าวนี้ด้วย

นายอาร์ตูร์ ดมอฮอฟสกี (H.E. Mr. Artur Dmochowski) เอกอัครราชทูตโปแลนด์ประจำประเทศไทย

“ผมได้รับเกียรติเข้าร่วม “วันรำลึกถึงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ในกรุงเทพฯ ร่วมกับนางออร์นา ซากิฟ (H.E. Ms. Orna Sagiv) เอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำประเทศไทย เธอพูดถึงภาพสะท้อนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมในอดีต โดยเธอเป็นลูกของผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เพราะมารดาของเธอซึ่งเกิดที่โปแลนด์ ถูกจำคุกในค่ายกักกันเอาช์วิตซ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากนั้นจึงไปอาศัยอยู่ในอิสราเอล”

นายอาร์ตูร์ ดมอฮอฟสกี (H.E. Mr. Artur Dmochowski) เอกอัครราชทูตโปแลนด์ประจำประเทศไทย กล่าวถึงเหตุการณ์ฮอโลคอสต์ โศกนาฏกรรมที่ไม่ควรเกิดซ้ำ

“นับเป็นช่วงเวลาที่สะเทือนอารมณ์มากสำหรับผม เพราะบิดาของผมตอนที่ยังเป็นหนุ่มตกเป็นนักโทษในค่ายกักกันคราคูฟ-พลาซูฟ (Krakow-Plaszow) ซึ่งเป็นที่รู้จักจากภาพยนตร์เรื่องชะตากรรมที่โลกไม่ลืม (Schindler’s List) แต่ในที่สุด บิดาก็สามารถเอาชีวิตรอดเพื่อดูวันสิ้นสุดของสงครามได้”

“ผมเกิดและเติบโตในเมืองคราคูฟในเวลาต่อมา หนึ่งในสัญลักษณ์อันล้ำค่าที่สุดของการรำลึกถึงครอบครัวและบ้านของเราคือจดหมายหลายฉบับ ซึ่งก็คือข้อความสั้นๆ ที่เขียนบนกระดาษห่อของชิ้นเล็กๆ ที่บิดาของผมสามารถแอบส่งออกไปนอกค่ายกักกัน ถึงคู่หมั้น-ภรรยาในอนาคต ซึ่งก็คือมารดาของผม”

“มาถึงตอนนี้เป็นเวลาหลายสิบปีหลังอดีตอันโศกเศร้าและเราได้มาพบกันที่นี่ ในประเทศไทย…เอกอัครราชทูตอิสราเอลและผม เอกอัครราชทูตโปแลนด์ ซึ่งทั้งคู่ต่างมีบิดา/มารดาเคยเป็นนักโทษในค่ายกักกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองและสามารถเอาชีวิตรอดมาได้…”

ประตูเข้าค่ายเอาช์วิทซ์ 1 มีป้าย การทำงานนำมาซึ่งอิสรภาพ (Arbeit macht frei)

ซุ้มประตูเอาช์วิทซ์ 2 เบียร์เคอเนา รางรถไฟ ซึ่งใช้การระหว่างเดือนพฤษภาคม–ตุลาคม 1944 ตรงเข้าห้องรมแก๊ส

เอกอัครราชทูตโปแลนด์บอกว่า “เมื่อเราพูดถึงความทรงจำส่วนตัวของเรา ก็ยากที่จะไม่เกิดความรู้สึก หนึ่งในภาพแรกๆ ที่เข้ามาในความคิดก็คือ รากเหง้าของครอบครัวเรา มีความเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับประวัติศาสตร์และความเป็นชาติของเรา”

“โปแลนด์ซึ่งเป็น ‘หัวใจของยุโรป’ ตามที่นักเขียนชื่อดัง นอร์แมน เดวีส์ (Norman Davies) กล่าวอย่างถูกต้องแม่นยำว่าประเทศของผม เป็นที่ลี้ภัยของชาวยิวมานานหลายศตวรรษ เขาเหล่านั้นพบว่าโปแลนด์เป็นสถานที่พักพิงที่ปลอดภัยและได้รับการปกป้องจากการกดขี่ที่มักเกิดขึ้นในส่วนอื่นๆ ของทวีป และเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครทราบมากนักว่า ช่วงหนึ่งในอดีต ชาวยิวส่วนใหญ่ทั่วโลกอาศัยอยู่ในโปแลนด์ ชุมชนชาวยิวในโปแลนด์มีความเจริญรุ่งเรืองซึ่งเกิดจากการปกครองตนเอง มีเสรีภาพในการนับถือศาสนาของพวกเขาเอง จึงมีส่วนทำให้เรามีวัฒนธรรม ประเพณี และประวัติศาสตร์ที่สำคัญๆ ร่วมกัน”

“แต่เป็นที่น่าเสียดายเมื่อทุกอย่างจบสิ้นลงในปี 1939 โปแลนด์ถูกโจมตีจากทุกทิศทาง ในที่สุดก็ตกอยู่ภายใต้การยึดครองโดยนาซีเยอรมนีของฮิตเลอร์และสหภาพโซเวียต เป็นผลให้พลเมืองโปแลนด์หกล้านคนถูกสังหาร และครึ่งหนึ่งมีเชื้อสายยิว”

“มรดกที่น่าเศร้าของศตวรรษที่ 20 ควรสอนบทเรียนที่สำคัญมากแก่เราเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้โศกนาฏกรรมที่คล้ายกันนี้เกิดขึ้นอีก เช่นในการปลุกความเกลียดชังผู้อื่น ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทั้งด้านสัญชาติ ศาสนา หรือสีผิว ด้วยอาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมได้ง่ายๆ เพราะความเกลียดชังเป็นเหมือนไวรัสก่อโรค มันสามารถแพร่กระจายไปในทิศทางที่ไม่สามารถควบคุมได้”

อนุสาวรีย์ในบริเวณค่ายกักกันเยอรมันในเมืองคราคูฟ (Krakow monument) เป็นที่รู้จักจากภาพยนตร์เรื่อง Schindler’s List

“ผมมองเห็นตัวเองเมื่อสมัยทำงานเป็นนักการทูตหนุ่มในภารกิจสันติภาพในบอสเนียและอดีตสหภาพโซเวียตช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990 เป็นที่ซึ่งผู้คนใช้ชีวิตอย่างสุขสงบมานานหลายสิบปี มีการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน ทำงาน และศึกษาเล่าเรียนมาด้วยกัน เริ่มใช้กำลังเข้าประหัตประหารกัน เพราะผู้นำทางการเมืองสามารถโน้มน้าวให้พวกเขาเชื่อว่า เพื่อนบ้านที่ต่างเชื้อชาตินั้น เป็นศัตรู”

“การรุกรานยูเครนของรัสเซีย ครบรอบ 2 ปีแล้ว ซึ่งเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของโศกนาฏกรรม เมื่อผู้นำทางการเมืองสามารถโน้มน้าวประเทศของเขาได้ว่า ประเทศเพื่อนบ้านที่เล็กกว่าและอ่อนแอกว่ามาก เป็นภัยคุกคาม”

“ผลที่ตามมาคือ ผู้คนหลายพันคนกำลังจะตาย ยูเครนซึ่งเป็นประเทศที่สวยงามและสงบสุขกำลังถูกทำลายลงทุกวัน และเสถียรภาพของโลกทั้งใบกำลังตกอยู่ในอันตราย”

“เมื่อเราเฉลิมฉลองเทศกาลอีสเตอร์และสงกรานต์ ผมเชื่อว่า ความหวัง ความปรารถนาดีจะทำให้เรามีชัยในที่สุด แม้ในความจริงเป็นเรื่องที่น่าเศร้า แต่เราจะสามารถถอดบทเรียนจากอดีตเพื่อหลีกเลี่ยงโศกนาฏกรรมดังที่กล่าวมา และด้วยการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น จะช่วยทำให้โลกมีสถานการณ์ที่มั่นคงไม่สั่นคลอน ทั้งนี้ ก็เพื่อส่งต่ออนาคตที่ดีกว่าให้แก่ลูกหลานของเรานับจากนี้เป็นต้นไป” •


ภาพถ่ายทางอากาศของส่วนหนึ่งของค่ายเอาชวิทซ์ เบียร์เคเนา ถ่ายเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม1944

รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน

Chanadda Jinayodhin

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน