bg-single

มุมมอง “โภคิน พลกุล” จาก เนติบริกร ถึงนิติสงคราม กฎหมาย คือทางออกหรือทางตันสังคมไทย

24.06.2024

“กฎหมาย คือ สิ่งที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อมากำหนดกิจกรรมของมนุษย์ของพวกเราด้วยกัน เพื่อให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม เป็นธรรม คำว่า เป็นธรรมที่ว่าก็คือไม่ไช่ให้ใครเอารัดเอาเปรียบได้หรือไม่ใช่ให้มีการเลือกปฏิบัติ เรื่องเดียวกันต้องปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ถ้าไม่ใช่อย่างนั้นคนก็จะรังเกียจกฎหมายแล้วไม่อยากเคารพกฎหมาย เขาก็จะไปหาคนที่ทำบิดเบือนแล้วได้ผลมากกว่าจะหาคนที่บอกว่ากฎหมายคืออย่างนี้นะ

แล้วประเทศไทยไม่กี่ปีที่ผ่านมาไปหาคนบิดเบือนแล้วได้ผล เราก็เลยมีวัฒนธรรมใครสามารถบิดเบือนแล้วได้ผล ฉันจะพึ่งคนนั้น สิ่งเหล่านี้จะต้องเลิก”

นั่นคือความเห็นอดีตประธานรัฐสภา โภคิน พลกุล (ปัจจุบันประธานยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนประเทศพรรคไทยสร้างไทย) เกี่ยวกับสถานการณ์ทางกฎหมายในประเทศ

ดร.โภคินระบุว่า ถ้าเราเป็นระบอบประชาธิปไตยปกติ พรรคการเมืองจะต้องมีคนที่มีความชำนาญกฎหมาย มาช่วยในการทำนโยบายหรือในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ

รัฐบาลก็มีที่ปรึกษาสำคัญที่สุดคือกฤษฎีกา ทั้งตัวสำนักงานและตัวคณะกรรมการ ซึ่งสามารถที่จะสอบถามความเห็นต่างๆ ได้อยู่แล้ว

แต่บ้านเราให้ความสำคัญกับ “มือกฎหมาย” เพราะว่าที่ผ่านมาเราจะเห็นชัดเจนว่า “กฎหมายถูกบิดเบือนตลอด” คือ มันควรจะเป็นแบบ ก. ก็ทำให้เป็นแบบ ข. แบบ A แบบ B ก็ได้หมด เมื่อเป็นอย่างนี้ทำให้คนไม่รู้แล้วว่า “หลักที่ถูกต้อง” คืออะไร

แต่ถ้าถามผม ผมก็จะอธิบายตามหลักที่ถูกต้องว่าเป็นอย่างไร ตัวกฎหมายมันไม่ได้ชั่วร้าย ส่วนใหญ่ดี แต่การไปบิดเบือนมันทำให้ได้ผลประหลาด เพื่อตอบโจทย์คนที่ได้ประโยชน์จากสิ่งนั้น

สังคมก็เลยไปฝังใจว่าถ้ามือกฎหมายไหนก็ตามมาทำให้เกิดผลประหลาดที่เป็นผลดีกับคนบางคนแบบอย่างนี้ดี แล้วเราก็ยกว่าคนเหล่านี้ว่าเป็นเนติบริกร เป็นศรีธนญชัย สารพัดประโยชน์ตลอด

เราต้องไม่ยืนในหลักแบบนี้ ถ้าผมเป็นพรรคการเมืองไม่ว่าแบบไหนผมจะยืนในสิ่งที่ถูกต้องผมจะไม่พึ่งอะไรที่มาบิดเบือนโดยอาศัยความเชี่ยวชาญหรือจะอาศัยแวดวง อาศัยเครือข่ายต่างๆ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ

ดังนั้น ผมคิดว่าพรรคเพื่อไทยเองมีคนเก่งๆ อยู่มากมายต้องมั่นใจตัวเองว่าเราจะยืนในสิ่งที่ถูกต้อง

บางครั้งอาจจะไปคิดว่าบางคนมีประสบการณ์สูงทั้งแบบประชาธิปไตยและแบบเผด็จการ ถ้าเขาสามารถสร้างปาฏิหาริย์ทางกฎหมายในระบอบเผด็จการได้เขาก็น่าจะมาสร้างในระบอบประชาธิปไตยได้?

รัฐธรรมนูญ-การยุบพรรคกับสังคมไทย

ดร.โภคินมองว่า การยุบพรรคเป็นสิ่งที่เลอะเทอะมาตั้งแต่ต้นแล้ว เดิมทีเดียว พอเราเริ่มมีพรรคการเมืองใหม่ๆ แล้วก็มีกฎหมายพรรคการเมืองแต่ไม่ได้ไปคุมเข้มอะไรมากมาย คือเหมือนจะตั้งบริษัทตั้งสมาคมในต่างประเทศยุคแรกๆ ของเราไม่มีกฎหมายพรรคการเมือง

มีขึ้นสมัยจอมพล ป. ก็เพราะว่าพรรคการเมืองเปรียบเหมือนเป็นสมาคมอย่างหนึ่งที่มีวัตถุประสงค์ทางการเมืองต้องมากำหนดก็เริ่มยุ่ง แล้วคนยึดอำนาจก็พยายามจะคุมพรรคการเมือง

ทุกวันนี้ กกต.ใหญ่มากเลยเป็นใครมาจากไหน อันนี้ผิด-ถูกอันนี้ชี้อย่างนี้อย่างนั้น ก็ทำให้วุ่นวายไปหมด

พอมีศาลรัฐธรรมนูญซึ่งแต่ก่อนก็เป็นคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งมองว่าปัญหาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ เป็นปัญหาของ 3 องค์กรหลักๆ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการเพื่อจะเอาปัญหามาชี้แล้วก็ตีความแล้วก็ดำเนินการไปตามที่ตีความกัน พอมีศาลรัฐธรรมนูญก็ให้มาชี้ขาดเหมือนเดิมก็คือกฎหมายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ กับอำนาจขององค์กรต่างๆ วุ่นวายไปหมด

แล้วพอไม่ได้ทำอะไรกันอย่างตรงไปตรงมา ทำกันแบบเรียกว่าบริการบิดเบือนกฎหมายพอสมควรก็เลยไม่มีใครเชื่อถืออะไรอีก

ผมยังคิดว่าอะไรที่ทำไปแล้วมันวุ่นวาย เยิ่นเย้อ ซับซ้อนก็ทำให้ง่ายแบบเดิมดีกว่า ยกตัวอย่าง รัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกาอยู่มา 200 กว่าปี เขาก็อยู่ของเขาได้ แล้วก็เป็นชาติมหาอำนาจได้ อีกหลายประเทศก็เป็นแบบเดียวกัน

แต่บ้านเราแก้แล้วแก้อีก ฉีกแล้วฉีกอีก นับวันก็ยิ่งเจ๊ง ยิ่งจมลงไป ยิ่งพยายามจะไปเขียน ฉบับนี้ (2560) ก็เขียนเพื่อกันพรรคเพื่อไทยวันนั้นทุกอย่างหมด แล้ววันนี้เพื่อไทยก็มาเป็นรัฐบาล ถามว่าสามารถกันได้จริงไหม

แต่ที่กันแน่ๆ คือกันประเทศจากการก้าวไปข้างหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญ ฉุดประเทศให้ถอยหลังต่างหากและทำให้มายด์เซ็ตคนเปลี่ยนไป

แทนที่จะยืนอย่างสมาร์ต อธิบายกฎหมายอย่างสมาร์ต ก็พลอยอยากเป็นศรีธนญชัยกับเขาบ้างเพื่อตอบโจทย์ตัวเองบ้าง บ้านเมืองก็พังหมด

 

กระบวนการยุติธรรม
จะเป็นอย่างไร
ในวันที่ผู้คนหมดศรัทธา

ว่าไปแล้วก็ตั้งแต่การยึดอำนาจ คนที่ทำให้การยึดอำนาจเป็นสิ่งที่ถูกต้องคือ องค์กรตุลาการ ทั้งที่การยึดอำนาจคือการกระทำผิดที่ร้ายแรง คือกบฏ แต่ไปบอกว่าถ้าทำกบฏสำเร็จคุณเป็นรัฏฐาธิปัตย์ คือพูดง่ายๆ ทำชั่วแล้วสำเร็จ กลายเป็นคนดี มันเพี้ยนมาตั้งแต่ต้น แล้วก็เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด

ดังนั้น พอถูกบิดเบือนอันนี้ได้ แต่ก่อนก็ไม่หนักหนาพอมาทีหลังมีรายละเอียดซับซ้อนมากขึ้นก็บิดเบือนไปเรื่อยเปื่อย แล้วการบิดเบือนมันไม่ได้เกิดเฉพาะคนมาตีความ ไม่ว่าจะเป็นเนติบริกร แต่กลายเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ชี้ขาดก็ยังบิดเบือน พูดง่ายๆ ว่าไม่ตีความกฎหมายอย่างที่มันควรจะเป็น

ดังนั้น เราถึงบอกว่าเราล่มสลายเรื่องความยุติธรรม เมื่อล่มสลายหมดทุกคนก็จะพึ่งอะไรก็ได้ที่ฉันคิดว่าฉันได้ประโยชน์จากสิ่งนั้นแล้วก็ไม่แคร์ว่าไม่ใช่ความยุติธรรม ไม่ใช่หลักที่ถูกต้องอีกต่อไปแล้วนะ เราถึงต้องสถาปนาสิ่งนี้ขึ้นมาให้ได้

ถ้าบ้านเมืองยังเดินอย่างนี้ตลอดเวลานักกฎหมายที่กะล่อนที่พูดจาเรื่อยเปื่อย เพ้อเจ้อ พูดกันคนละทีสองที แบบนู้นทีแบบนั้นที คนก็จะสับสนมากไม่รู้ว่าสิ่งที่ถูกต้องคืออะไร

อยากเรียกร้องนักกฎหมายที่มีจิตวิญญาณพูดว่าสิ่งที่ถูกต้อง คืออย่างนี้ นี้เป็นสิ่งที่เขาบิดเบือนมันไม่ใช่

ให้ประชาชนได้เรียนได้รับทราบว่าอย่างนี้พวกเขาจะไม่เอา แล้วผมก็คิดว่าการยึดอำนาจถ้ายังยึดแล้วสำเร็จก็เป็นรัฏฐาธิปัตย์กลายเป็นคนดีไม่มีทางที่ระบบกฎหมายจะไม่ถูกบิดเบือน

 

วิธีป้องกันรัฐประหารในอนาคต

หากย้อนไปดูรัฐธรรมนูญปี 2517 บอกว่าการนิรโทษกรรมการรัฐประหารจะกระทำไม่ได้

แต่พอมีการฉีกรัฐธรรมนูญเสร็จก็ไม่มีอะไรห้ามแล้วใช่ไหม เพราะตัวห้ามถูกฉีกไปแล้ว

การนิรโทษกรรม การรัฐประหารหนักหนาสาหัสขึ้นทุกทีโดย เนติบริกร ทำตัวเป็นศรีธนญชัย สารพัดประโยชน์ บางคนมีประสบการณ์สูงทั้งแบบประชาธิปไตยและแบบเผด็จการ ถ้าเขาสามารถสร้างปาฏิหาริย์ทางกฎหมายในระบอบเผด็จการได้เขาจะมาสร้างในระบอบประชาธิปไตยได้หรือ

จากเดิมนิรโทษกรรมโดยออกกกฎหมาย หรือบ่อยครั้งแรกๆ ออกโดยสภา คือจริงๆ ในเมื่อเราทำผิด คนที่จะนิรโทษกรรมต้องให้สภาไปออกกฎหมาย ไม่ใช่เราออกกฎหมายเอง โดยบอกว่าที่ฉันทำผิดให้ถือว่าถูก ซึ่งทีหลังเนติบริกรก็รับใช้บรรดาผู้ยึดอำนาจทั้งหลาย ยึดอำนาจเสร็จแล้วก็บอกสิ่งที่ฉันทำผิดทั้งหมดให้ถือว่าชอบ

ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ชอบด้วยกฎหมาย คือสรุปแล้วชอบหมด เหมือนกับโจรไปปล้นบ้านเขาแล้วต่อมาเขียนบอกทั้งหมู่บ้าน ว่าที่ฉันไปปล้นบ้านให้ทั้งหมู่บ้านถือว่าเป็นการกระทำที่ชอบ ฉันไม่ถูกดำเนินคดีทั้งสิ้นเป็นสิ่งเพี้ยนใหญ่ไปแล้ว

วิธีแก้มีอย่างเดียว เราต้องสร้างเครื่องมือให้ศาลมีความกล้าหาญในวันข้างหน้า คือ เขียนลงไปในรัฐธรรมนูญเลยว่า การรัฐประหารเป็นสิ่งที่นิรโทษกรรมไม่ได้ และบทบัญญัติมาตรานี้ให้ถือเป็นประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่คงอยู่ตลอดไปไม่ว่ารัฐธรรมนูญถูกฉีกหรือไม่บทบัญญัตินี้ยังอยู่

เพราะรัฐธรรมนูญทุกฉบับ แม้ปัจจุบันบอกว่าถ้าไม่มีในรัฐธรรมนูญให้ใช้ประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แล้วเราถือว่าสิ่งที่เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด แล้วเขียนว่าเป็นการละเมิดทั้งต่อประชาชนและต่อองค์พระมหากษัตริย์ เพราะถ้าหากคุณฉีกรัฐธรรมนูญ เท่ากับพระองค์พระมหากษัตริย์ก็ไม่มีที่อยู่ในรัฐธรรมนูญอีก ต้องบอกอย่างนี้และศาลในวันข้างหน้าท่านต้องกล้าหาญ

หากวันนี้คุณยึดอำนาจสำเร็จข่มขู่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่วันใดไม่มีอำนาจก็ติดคุกนะ ต้องถูกลงโทษเกิดสัก 1 ครั้งเท่านั้นรับรองจบ

บางคนบอกจะไปออกกฎหมายจะต่อต้านรัฐประหาร กฎหมายธรรมดายิ่งไม่มีความหมายเลย ทำยังไงให้การรัฐประหารที่เกิดขึ้นและนิรโทษกรรมตัวเองไม่มีผล เพราะขัดต่อประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ถ้าทำอย่างนี้ได้ก็จบ แต่ขออย่างเดียวขอศาลกล้าหน่อย ขอสัก 1 ครั้ง ผมคิดว่าทุกอย่างจะไปได้

ชมคลิป

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)