bg-single

คุยกับทูต | พัก ยงมิน 66 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ไทยกับสาธารณรัฐเกาหลี (2)

20.10.2024

คุยกับทูต | พัก ยงมิน

66 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต

ไทยกับสาธารณรัฐเกาหลี (2)

 

“เรามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา เราทำงานร่วมกันทั้งในด้านธุรกิจและเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการป้องกันประเทศ ความมั่นคง และวัฒนธรรมด้วย”

นายพัก ยงมิน (Mr. Park Yongmin) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยกล่าว

“ไทยให้การสนับสนุนเกาหลีใต้ในช่วงสงครามเกาหลี และนับแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งสองประเทศมีการเสริมสร้างความร่วมมือทางทหารอย่างต่อเนื่อง แต่ความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงระหว่างเกาหลีและไทยนั้น เริ่มมาตั้งแต่ก่อนที่จะมีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ ไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ส่งทหารไปร่วมสงครามเกาหลีในปี 1950 ก่อนที่จะมีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการในปี 1958

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นาวิกโยธินของกองทัพเรือเกาหลีใต้เข้าร่วมการฝึกซ้อมคอบร้าโกลด์ในประเทศไทย ร่วมกับกองกำลังนานาชาติ โดยไทยเป็นเจ้าภาพ

เรามีความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ได้แก่ เครื่องบินขับไล่ T-50 และเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช หมายเลขเรือ 471 (HTMS Bhumibol Adulyadej -FFG-471) ซึ่งเป็นเรือรบประเภทเรือฟริเกต

เมื่อต้นปีนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย นายสุทิน คลังแสง เยือนเกาหลีใต้ ตามด้วยการเยือนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ เมื่อเดือนสิงหาคม

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดตั้งเวทีปรึกษาหารือผ่านกลไกการทูตและการป้องกันประเทศระดับสูงเพื่อกระชับความเข้าใจเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกันให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศตกลงที่จะยกระดับการปรึกษาหารือด้านนโยบายให้เป็นการเจรจาเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสะท้อนถึงความจำเป็นในการขยายและเจาะลึกการหารือเชิงยุทธศาสตร์ของเรา

ในฐานะเอกอัครราชทูต ผมพยายามทำให้แน่ใจว่าความร่วมมือนี้ยังคงแข็งแกร่งต่อไปในอนาคต

ในด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้าระหว่างเกาหลีและไทยพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 16,500 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 และการลงทุนของเกาหลีในไทยพุ่งสูงถึงกว่า 1,900 ล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว

ผมคาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะเติบโตต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ หากข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจเกาหลี-ไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาบรรลุผล บริษัทเกาหลีมากกว่า 400 แห่ง รวมถึงกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่อย่างรถยนต์ไฟฟ้า Hyundai Mobility, Samsung Electronics, LG Electronics และ POSCO มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในเศรษฐกิจของไทย จากโรงงานผลิตในประเทศไทย

ปัจจุบัน ทั้งสองประเทศยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมที่ใกล้ชิดกันเป็นอย่างยิ่ง โดยคนไทยชื่นชอบคอนเทนต์เกาหลี เช่น K-pop, ละคร และเว็บตูน (WEBTOON) มากที่สุดในโลก ประเทศไทยมีฐานแฟนคลับ Korean Wave มากที่สุดในโลก และในแง่ของจำนวนสมาชิกนั้น ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 3 รองจากจีนและเม็กซิโก จากการสำรวจอิทธิพลของ Soft Power ในปี 2022 ที่ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยระบุว่า เกาหลีเป็นประเทศที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมไทยมากที่สุด”

นายพัก ยงมิน (Mr. Park Yongmin) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย

ปัจจัยหลักที่ทำให้ Soft Power ของเกาหลีประสบความสำเร็จ

“การอธิบายการเติบโตของอุตสาหกรรมข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ของเกาหลีเพียงปัจจัยเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย มันเป็นผลจากความพยายามร่วมกันของบริษัทเกาหลีและการสนับสนุนจากรัฐบาล

อุตสาหกรรมวัฒนธรรมของเกาหลีไม่ได้มุ่งเน้นแค่การทำให้วัฒนธรรมเกาหลีนำเสนอในเชิงพาณิชย์และส่งออกเท่านั้น แต่ยังมุ่งมั่นที่จะสร้างความแตกต่างและปรับให้เข้ากับท้องถิ่นเพื่อให้สามารถอยู่รอดในตลาดโลกได้

ตลอดกระบวนการนี้ รัฐบาลได้สนับสนุนอุตสาหกรรมทางอ้อม ด้วยการปรับปรุงกฎระเบียบ ปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา สร้างโครงสร้างพื้นฐาน จัดหาเงินทุนเริ่มต้น เพื่อเร่งเครื่องและบ่มเพาะบุคลากรที่มีความสามารถ

รัฐบาลเกาหลีมีบทบาทเป็น ‘ผู้รับความเสี่ยง’ โดยลงทุนและสนับสนุนบริษัทเนื้อหาของเกาหลีอย่างแข็งขันเพื่อสร้างเนื้อหาที่ดีโดยไม่ต้องกลัวว่าจะล้มเหลวมากเกินไป”

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตเกาหลีเข้าร่วมพิธีเปิดสำนักงานแห่งใหม่

สาธารณรัฐเกาหลีเป็นประเทศอุตสาหกรรม และความร่วมมือกับไทยในด้านอุตสาหกรรม

“ปฏิสัมพันธ์ในด้านอุตสาหกรรมระหว่างประเทศของเราทั้งสองเจริญรุ่งเรืองและเป็นประโยชน์ต่อกัน ตัวอย่าง เมื่อไม่นานมานี้ Hyundai Mobility ได้ประกาศแผนการลงทุนที่มุ่งหวังจะจัดตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้าแบบใช้แบตเตอรี่ (BEV) ในประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับแคมเปญ EV3.5 ของรัฐบาลไทย ด้วยปัจจัยสำคัญของนโยบายอุตสาหกรรม ‘ประเทศไทย 4.0’

โครงการนี้จะช่วยส่งเสริมความร่วมมือกับผู้ประกอบรถยนต์ในประเทศและส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ดังตัวอย่างนี้คือ การผสมผสานห่วงโซ่อุปทานการผลิตในท้องถิ่นที่ยอดเยี่ยมของประเทศไทยและแรงงานที่มีทักษะเข้ากับศักยภาพทางเทคโนโลยีของเกาหลี ทำให้เราสามารถขยายความร่วมมือเพื่ออุตสาหกรรมมุ่งเป้าแห่งอนาคตได้ไกลยิ่งขึ้น เช่น พลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ เศรษฐกิจดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ”

สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี กรุงเทพฯ(1)

เป้าหมายของโครงการ World Friends Korea (WFK)

“World Friends Korea หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ WFK เป็นแบรนด์แบบบูรณาการสำหรับกลุ่มอาสาสมัครจากต่างประเทศที่ส่งมาโดยรัฐบาลเกาหลี โครงการนี้มุ่งหวังที่จะแบ่งปันความรู้และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมโดยส่งอาสาสมัคร KOICA (Korea International Cooperation Agency) ที่ปรึกษาทางเทคนิค ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที และอาสาสมัครเยาวชนไปยังประเทศพันธมิตรกว่า 40 ประเทศ

สำหรับประเทศไทย เราเน้นการส่งอาสาสมัครในภาคการศึกษาภาษาเกาหลีเป็นหลัก แต่เมื่อไม่นานมานี้ เราได้ขยายไปยังภาคสาธารณสุข และวางแผนที่จะขยายความพยายามของเราให้กว้างไกลยิ่งขึ้น”

เยือนสถาบันภาษาเกาหลีเซจง (Sejong Institute) ซึ่งเป็นสถาบันที่ให้การศึกษาเกี่ยวกับภาษาเกาหลีและวัฒนธรรมเกาหลีที่กรุงเทพฯ

การดำเนินการทูตสาธารณะ เครื่องมือ Soft Power ของเกาหลีใต้

“ในสาธารณรัฐเกาหลีและทั่วโลกการทูตสาธารณะมีความสำคัญมากขึ้นเนื่องมาจากการพัฒนาที่สำคัญหลายประการทั่วโลก ประการแรกคือ การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มข้นขึ้น ส่งผลให้ความมั่นคงของโลกไม่มั่นคงมากขึ้น ในสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่ผันผวนเช่นนี้ การได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางสำหรับนโยบายระดับชาติและลำดับความสำคัญทางการทูต จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อรักษาผลประโยชน์และเสถียรภาพของชาติ

นอกจากนี้ โลกยังเผชิญกับความท้าทายร่วมกันมากมาย เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การส่งเสริมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน และการควบคุมเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การเก็บภาษีดิจิทัล การไหลของข้อมูลข้ามพรมแดน และความปลอดภัยทางไซเบอร์

การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือระดับพหุภาคีที่แข็งแกร่ง แต่เรายังเห็นความแตกแยกที่เพิ่มมากขึ้นในหมู่ผู้คนเกี่ยวกับวิธีที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วย

การทูตสาธารณะมีบทบาทสำคัญในการสร้างภาพให้ประเทศเป็นผู้นำเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาระดับโลกเหล่านี้ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศบนเวทีระหว่างประเทศ

ผลกระทบของการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ทำให้การทูตสาธารณะมีความสำคัญมากขึ้น การระบาดใหญ่ดังกล่าวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่การมีส่วนร่วมทางดิจิทัลและเสมือนจริง การพึ่งพาโซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มเสมือนจริง และแม้แต่เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น เมตาเวิร์ส ได้สร้างโอกาสใหม่ๆ สำหรับการทูตสาธารณะแบบดิจิทัล

ปัจจุบัน ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและรักษาความเกี่ยวข้องในภูมิทัศน์การสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”

ห้องรับรองในทำเนียบ

เอกอัครราชทูตพัก ยงมิน สรุปว่า

“การทูตสาธารณะมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการนำทางภูมิทัศน์ระดับโลกที่ซับซ้อนในปัจจุบัน ช่วยให้ประเทศต่างๆ สามารถส่งเสริมความร่วมมือ รับมือกับความท้าทายระดับโลก”

“และเสริมสร้างสถานะในระดับนานาชาติท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น” •

 

รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน

Chanadda Jinayodhin

 

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน